ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
ปลายอาชีพค้าแข้ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Jun 2007
ตอบ: 49637
ที่อยู่: บ้านนอก
โพสเมื่อ: Sun Apr 05, 2026 01:27
เรื่องวุ่นๆของสัตว์ป่า


เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 เฟซบุ๊กของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยข้อมูลจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ว่า เจ้าหน้าที่ตรวจพบเสือดาว 1 ตัว ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ โดยคาดว่าเข้ามาหลบภัยจากสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ใกล้เคียง

นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ระบุว่า การพบเสือดาวครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ร่วมกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF Thailand ลงพื้นที่สำรวจและพบเสือดาวบริเวณป่าภายในเขตอนุรักษ์

จากการประเมินเบื้องต้น พบว่าเสือดาวตัวดังกล่าวยังมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีอาการบาดเจ็บ และเลือกใช้บริเวณถ้ำเป็นที่พักพิงชั่วคราว ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมตามธรรมชาติของเสือดาวที่มักอาศัยพื้นที่สูงหรือจุดกำบังเพื่อความปลอดภัย

ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเฝ้าระวังในระยะปลอดภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดการรบกวนสัตว์ป่า รวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากการลักลอบล่าสัตว์ในพื้นที่

ทั้งนี้ เสือดาวถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย และการพบเสือดาวในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงครั้งนี้ ยังสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ซึ่งนับเป็นแหล่งอาศัยสำคัญของสัตว์ตระกูลแมวป่าในภาคเหนือของไทย

ความเห็นแก่ของคนทำเอาสัตว์เดือดร้อนกันไปหมด แมร่งไม่รู้จะด่าไงดี





นายวิษณุ กุมภาว์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยรายงานสถานการณ์สัตว์ป่าที่สร้างความฮือฮาในพื้นที่ ภายหลังได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อาสาชุดเฝ้าระวังบ้านท่าดอกคำ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ว่าพบ "พลายงาคู่" ช้างป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว กำลังเดินลงแม่น้ำโขงและว่ายน้ำข้ามไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) เมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 06.00 น. ที่ผ่านมา โดยมีหลักฐานสำคัญเป็นคลิปวิดีโอจากเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่บันทึกนาทีชีวิตขณะช้างตัวดังกล่าวกำลังลอยคอข้ามแม่น้ำที่มีความลึกและกว้างใหญ่ได้สำเร็จ

จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณปากห้วยนาโคก ซึ่งอยู่ห่างจากแนวเขตพื้นที่อนุรักษ์ประมาณ 1.2 กิโลเมตร พบร่องรอยการหากินในพื้นที่เกษตรกรรมและสวนยางพาราของชาวบ้าน รวมถึงรอยเท้าที่เดินข้ามถนนทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าสู่ริมฝั่งโขง นายวิษณุระบุว่าพลายงาคู่ตัวนี้ถือเป็นช้างที่มีพฤติกรรมพิเศษและเป็น "ขาประจำ" เพียงตัวเดียวที่จะว่ายน้ำข้ามไปยังฝั่ง สปป.ลาว เป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน โดยวิธีการคือจะลอยตัวไปตามกระแสน้ำในจุดที่ลึก และเดินเท้าผ่านเกาะแก่งกลางน้ำเพื่อไปยังฝั่งตรงข้าม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุที่พลายงาคู่ต้องข้ามฝั่งไปนั้น ไม่ใช่ออกไปหาคู่ตามที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นเรื่องของแหล่งอาหาร เนื่องจากในช่วงเวลานี้พื้นที่เกษตรฝั่งไทยเก็บเกี่ยวผลผลิตหมดแล้ว แต่ฝั่ง สปป.ลาว ยังคงมีพืชสวนและผลไม้ที่ช้างชื่นชอบอยู่เป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวได้จัดตั้งชุดเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามสถานการณ์ริมฝั่งโขงอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงานไปยังผู้ใหญ่บ้านขอนข้วง ฝั่ง สปป.ลาว เพื่อขอความร่วมมือให้ชาวบ้านในพื้นที่ช่วยสอดส่องดูแลความปลอดภัย และกำชับห้ามทำร้ายช้างป่าโดยเด็ดขาด หากพบร่องรอยให้รีบแจ้งกลับมายังทางการไทยทันที ทั้งนี้คาดว่าพลายงาคู่จะใช้เวลาหากินอยู่ที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก่อนจะว่ายน้ำกลับมายังฝั่งไทยตามสัญชาตญาณเดิมเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา

สุดยอดตรงว่ายข้ามแม่น้ำโขงไปนี่ล่ะ โหดจริงลูกพี่




สร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส หลังพบช้างป่าพลัดถิ่น เดินข้ามแดนจากประเทศมาเลเซีย เข้ามายังผืนป่าฮาลา-บาลา ก่อนโผล่ในพื้นที่ชุมชน

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็น “ช้างสีดอ” เพศผู้ ไม่มีงา ลักษณะตรงกับข้อมูลที่มีการสอบถามกันในพื้นที่ก่อนหน้านี้ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ช้างเลี้ยงของกลุ่มคนเลี้ยงช้างในพื้นที่แต่อย่างใด คาดว่าเป็นช้างป่าที่เดินหลงถิ่นเข้ามาเอง

ข้อมูลจากชาวบ้านระบุว่า ช้างตัวดังกล่าวอาจเดินทางไกลจากผืนป่าในฝั่งมาเลเซียเป็นระยะทางกว่า 150 กิโลเมตร ก่อนข้ามเข้าสู่เขตประเทศไทย ซึ่งถือเป็นระยะทางที่ไกลและน่าจับตามอง

ขณะนี้เจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 และ 6 ได้เข้าดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินอาการของช้าง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ใช้สแลนสีดำล้อมพื้นที่เพื่อควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของช้าง และนำ “ช้างเลี้ยงเพศผู้” หรือที่เรียกว่า “คุมกี (Kumki)” เข้าประกบ เพื่อช่วยควบคุมสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในการเคลื่อนย้าย

อย่างไรก็ตาม คาดว่าการเคลื่อนย้ายช้างป่าตัวดังกล่าวจะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ พร้อมย้ำให้ประชาชนในพื้นที่หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ เพื่อความปลอดภัยทั้งคนและสัตว์

ทั้งนี้ ความคืบหน้าจะมีการรายงานเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต่อไป ขณะที่ชาวบ้านต่างจับตาเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากไม่เคยปรากฏเหตุการณ์ช้างป่าข้ามแดนเข้ามาในจังหวัดมาก่อน

น้องหนีอะไรมาถึงขนาดเตลิดเปิดเปิงข้ามฝั่งมาไทยแบบนี้ หลายคนบอกอย่าให้เหมือนพลายสีดอหูพับเลยนะ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ

ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel