ARS อาเตต้า Tactic "ห่วย" ?
จากทีมเกมรุกที่ไหลลื่น ถึงกลายเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลแบบ "หุ่นยนต์" เน้นผลลัพธ์ และฝากความหวังไว้กับลูกนิ่งจนน่าเบื่อ?
แท้จริงแล้ว แผนการทำทีมของอาร์เตต้ามัน “ห่วย” จริงๆ หรือมันคือ “ความจำเป็น” ที่ถูกบีบให้ต้องเลือกเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่า?
.
.
ย้อนกลับไป 2020-2021 ต้าเคยพยายามเซ็ตบอลสั้น แม้ในตอนนั้นนักเตะอย่าง มุสตาฟี่ หรือ ดาวิด ลุยซ์ จะทำให้แฟนบอลใจหายใจคว่ำอยู่บ่อยๆ แกะเพรสซิ่ง ครองบอลเยอะมาก (บางนัด 60-70%) แต่เป็นการครองบอลรูปตัว U และที่แย่ที่สุดคือ โดนสวนกลับ ผลลัพธ์คือความไม่เสถียร
ต่อมาต้าเริ่มใช้ Control Style ผลงานดีผลงานดีขึ้น แต่เจอ Low Block แผนถูกจับทางได้จึงต้องเริ่มเปลี่ยนแปลง
ฤดูกาลปัจจุบันยังคงเป็นรูปแบบเดิม คุณภาพนักเตะที่ดีขึ้นและเพิ่มประตูจากลูกตั้งเตะ มีหลายเกมที่แสดงให้เห็นเกมรุกหนักๆเช่น ชนะTOT 4-1 แต่อย่างที่ทุกคนเห็น เกมส่วนใหญ่ Openplay performance ออกมาห่วยมากๆชนะ 1-0 ,2-0 และเร่งยิงในนาทีบาปบ่อย จากการทำงานของตัวสำรอง(แก้เกม) แสดงให้เห็นถึง tactic ที่วางมาห่วยหรือแค่พอได้เท่านั้น เช่นเกมเยือนไบร์ทตัน แม้จะชนะ 1-0 แต่ต้องใช้ลูกถ่วงเวลาและรูปเกมเล่นเกมรับอย่างหนักเกือบตลอดทั้งเกม
อาเตต้าคิดว่าแผนปกติ "ห่วย" หรือเปล่า?
คำตอบคือ ไม่ใช่ว่าห่วย แต่รู้ว่ามันเริ่มถูกจับทางได้ ต้าไม่ได้มองว่าแผนหลักห่วยจนต้องเปลี่ยนที่อาจจะส่งผลไม่ดี และต้องใช้เวลาทดลองให้นักเตะปรับตัว แต่เขาเลือกที่จะ "ไม่เสี่ยง" เปลี่ยนระบบการยืนตำแหน่งให้ซับซ้อนเกินไป (เพราะจะทำให้เกมรับอ่อนแอลง) แล้วหันไปเน้น "ลูกตั้งเตะ" เป็นอาวุธหลักในการทำลายแนวรับที่เหนียวแน่นแทน
ตอนนี้อาร์เตต้าแบกความคาดหวังที่ต้อง "มีถ้วยติดมือ" หลังจากใช้เงินลงทุนไปมหาศาล ถ้าปีนี้ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก ความกดดันจากบอร์ดบริหารและแฟนบอลจะลดลง หากปีนี้อาร์เตต้าได้แชมป์ด้วย "ลูกเตะมุม" จริงๆ ปีหน้าเราอาจเห็น Arsenal ที่ลดการพึ่งพาลูกนิ่ง แล้วหันมาใช้การเข้าทำที่หลากหลายขึ้น เพราะเขามี "เครดิต" ในมือมากพอที่จะลองผิดลองถูกแล้ว

[/b][/img]