แชมป์ที่แลกด้วยทุกอย่าง! Nico Rosberg ยอมลดทุกกรัม เพื่อแซง Lewis Hamilton คว้าแชมป์โลก
เฉือนกันระดับมิลลิกรัม! ’รอสเบิร์ก‘ ย้อนรอยความบ้าคลั่ง ยอมสลายกล้ามขา-ลอกสีหมวก เพื่อปาดหน้าโพล ’แฮมิลตัน‘ จนคว้าแชมป์โลก!
.
หากคุณคิดว่านักแข่ง F1 แค่ขับรถให้เร็วก็พอ... คุณอาจจะต้องคิดใหม่ครับ! เมื่ออดีตแชมป์โลกปี 2016 อย่าง นิโก้ รอสเบิร์ก ได้ออกมาเล่าถึงเบื้องหลังความกดดันและการต่อสู้กับข้อจำกัดของร่างกายตัวเอง (Human Performance) เพื่อเป้าหมายเดียว นั่นคือการเอาชนะเพื่อนร่วมทีมที่แข็งแกร่งที่สุดอย่าง ลูอิส แฮมิลตัน ให้ได้!
.
มาดูความทุ่มเทแบบสุดโต่งที่เปลี่ยนเสี้ยววินาทีให้กลายเป็นตำแหน่งแชมป์โลกกันครับ:
.
⚖ สมการแห่งความเร็ว: นิโก้เผยว่า น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัม จะทำให้รถช้าลง 0.03 วินาทีต่อรอบ ซึ่งเมื่อคำนวณระยะทางตลอดทั้งเรซ มันจะบวกเวลาเพิ่มไปถึง 2 วินาที! “และนั่นคือเส้นแบ่งความต่างระหว่างที่ 1 กับที่ 2 ได้อย่างง่ายดายเลยครับ”
.
ยอมสละมวลกล้ามเนื้อ: เพื่อรีดน้ำหนักตัวให้เบาที่สุด นิโก้ถึงขั้นยอมเลิกปั่นจักรยาน (กีฬาที่เขาโปรดปรานที่สุดในการฝึกซ้อม) เพื่อสลายมวลกล้ามเนื้อขา แลกกับน้ำหนักที่เบาลงมาได้ 500 กรัม!
.
รีดน้ำหนักยันหมวกกันน็อก: ไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่เขาให้ทีมงานลอกสีบนหมวกกันน็อกออกจนหมด เหลือเพียงคาร์บอนไฟเบอร์สีดำสนิท เพื่อประหยัดน้ำหนักไปอีก 80 กรัม! ทุกๆ กรัมถูกนำมาคำนวณทั้งหมด
.
ปาฏิหาริย์ที่ ’ซูซูกะ‘: ความอดทนทั้งหมดผลิดอกออกผลในรอบควอลิฟายที่ญี่ปุ่น นิโก้เล่าช็อตตัดสินชีวิตว่า ”ลูอิสทำเวลาขึ้นโพลโพซิชันไปแล้ว แต่ผมกดเวลาในรอบสุดท้ายปาดหน้าแย่งโพลมาได้ด้วยเวลาที่เร็วกว่าแค่ 0.02 วินาที! และนั่นแหละครับ... มันคือผลลัพธ์ของน้ำหนัก 1 กิโลกรัมที่ผมพยายามรีดออกไป! ผมชนะเรซนั้น และอีกไม่กี่เรซต่อมา ผมก็กลายเป็นแชมป์โลก“
.
นี่คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดครับว่า กีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับท็อปไม่ได้สู้กันแค่ที่ตัวรถหรือฝีมือ แต่สู้กันยัน ”ระเบียบวินัย“ และการเสียสละที่คนธรรมดาอาจจะมองว่าบ้าคลั่ง!