#วิกฤติพลังงาน - เปิดรายชื่อ 5กลุ่มที่จะได้รับการอุ้มจากรัฐบาล
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกและรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง เผยรัฐเตรียมออกมาตรการช่วย5กลุ่ม
1.)
กลุ่มเปราะบาง การช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยจะดำเนินการผ่านกลไกของ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" หรือบัตรคนจน ซึ่งภาครัฐมีฐานข้อมูลผู้ที่ได้รับสิทธิ์อยู่แล้วจำนวน 13.4 ล้านคนทั่วประเทศ รูปแบบการช่วยเหลือจะเป็นการ
เติมเงินเข้าไปในบัตรคนจน โดยอาจนำไปทบในกระเป๋าเงินย่อยที่มีอยู่แล้ว เช่น หมวดค่าใช้จ่ายสำหรับค่าอาหาร หรือค่าไฟฟ้า เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ
2.)
กลุ่มภาคการขนส่งสาธารณะและโลจิสติกส์ โดยกระทรวงคมนาคม ได้รวบรวมฐานข้อมูลผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งประกอบไปด้วยรถบรรทุกประมาณ 360,000 ราย และรถโดยสารประจำทางสาธารณะเกือบ 30,000 ราย นอกจากนี้ ยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มรถตู้ รถแท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
โดยรูปแบบการช่วยเหลืออาจเป็นลักษณะของการให้
คูปองหรือบัตรเติมน้ำมัน รวมถึงการให้เป็นตัวเงิน สำหรับช่องทางการจ่ายเงินนั้นสามารถทำได้ 2 ช่องทาง คือ การจ่ายตรงไปยังผู้ประกอบการ หรือการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ขับขี่โดยตรงผ่านระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ขับรถรับจ้างอิสระที่ไม่ได้สังกัดผู้ประกอบการรายใหญ่จะสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง
3.)
กลุ่มเกษตรกร วิกฤติพลังงานได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงราคาปุ๋ยเคมี เนื่องจากก๊าซธรรมชาติ (LNG) และน้ำมันถือเป็นต้นทุนสำคัญในการผลิตปุ๋ย จึงมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานหลักในการ
จัดหาปุ๋ยราคาถูก และส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดต้นทุนการเพาะปลูก
นอกเหนือจากการช่วยเหลือเรื่องราคาปุ๋ยแล้ว เกษตรกรจำนวนมากที่ขึ้นทะเบียนอยู่ในฐานข้อมูลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็จะได้รับสิทธิ์ความช่วยเหลือในหมวดของกลุ่มเปราะบางควบคู่กันไปด้วย
4.)
กลุ่มชาวประมง เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนในการออกเรือ กระทรวงคมนาคมเตรียมส่งเสริม
ให้กลุ่มชาวประมงเปลี่ยนมาใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ดีเซลผสมน้ำมันปาล์ม 20% ทดแทนการใช้น้ำมันเขียว เบื้องต้นมีการประเมินว่าน้ำมัน B20 สำหรับกลุ่มประมงจะมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มบนบกถึง 5 บาทต่อลิตร ซึ่งมาตรการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนให้ชาวประมง แต่ยังส่งผลดีต่อเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในประเทศอีกด้วย
“ทั้งนี้ เพื่อป้องกันผลกระทบจากการที่ราคาน้ำมันปาล์มอาจปรับตัวสูงขึ้นจนกระทบต่อภาคการบริโภคและอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์จะเข้ามาบริหารจัดการอุปทานทั้งระบบอย่างใกล้ชิด รวมถึงการควบคุมการส่งออกน้ำมันปาล์ม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค“
5.)
กลุ่มผู้รับเหมาภาครัฐ ในส่วนของผู้รับเหมาก่อสร้างที่รับงานโครงการของรัฐ ซึ่งกำลังเผชิญกับปัญหาราคาต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น สำนักงบประมาณจะเข้ามาดูแลผ่านการปรับ "ค่า K" ค่าดัชนีราคาที่ใช้คำนวณค่างานก่อสร้าง เพื่อชดเชยต้นทุนตามกลไกปกติของสัญญาก่อสร้างภาครัฐ
นอกจากนี้ สำหรับภาคอุตสาหกรรมและบริการ รัฐบาลจะไม่มีมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันเป็นกรณีพิเศษให้ เนื่องจากทุกภาคส่วนจำเป็นต้องปรับตัวรับมือกับสถานการณ์พลังงานโลก แต่ภาครัฐจะเข้าไปช่วยดูแลเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจแทน โดยเตรียม
จัดสรรวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน (Soft Loan) เพื่อประคองให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
https://www.bangkokbiznews.com/economics/1226656