ทำไมปิดช่องแคบฮอร์มุซ ถึงทำให้สหรัฐฯ เสียโมเมนตัม
ตลอดช่วงแรกของสงคราม
#อิหร่าน นั้น อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาสามารถใช้ความเหนือกว่าทางทหารโจมตีอิหร่านได้ผลดีเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะสังหารผู้นำระดับสูงหลายคนแล้ว ยังทำลายขีดความสามารถของกองทัพอิหร่านได้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกองทัพเรือและกำลังทางเรือของอิหร่านซึ่งแทบจะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง รวมถึงขีปนาวุธต่าง ๆ ซึ่งถูกทำลายตั้งแต่แท่นยิง ตัวขีปนาวุธ ไปจนถึงโรงเก็บ รวมถึงโรงงานผลิตโดรนต่าง ๆ ตัวเลขการยิงขีปนาวุธเข้าใส่เป้าหมายทั้งอิสราเอลและตะวันออกกลางลดลงชัดเจนจากวันแรกจนถึงวันล่าสุดหลายเท่า สะท้อนให้เห็นว่าขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านลดลงเป็นอย่างมาก
ซึ่งจริง ๆ ทรัมป์ควรจะยุติสงครามและประกาศชัยชนะได้แล้ว แต่ทรัมป์ก็ยังตัดสินใจโจมตีทางอากาศต่อไป การโจมตีทางอากาศอาจให้ผลดีและให้ประสิทธิภาพที่สูง แต่สุดท้ายเราจะเหลือเป้าหมายที่ใช้การโจมตีทางอากาศให้ได้ผลน้อยลงเรื่อย ๆ และการโจมตีทางอากาศจะไม่เปลี่ยนโครงสร้างของประเทศอิหร่าน IRGC และกองทัพอิหร่าน รวมถึงกลไกของรัฐต่าง ๆ ยังคงอยู่ แม้ผู้นำจะถูกสังหารก็สามารถเลือกคนใหม่ขึ้นมาแทนได้เรื่อย ๆ
และนี่คือปัญหาสำคัญ และนับตั้งแต่อิหร่านประกาศปิด
#ช่องแคบฮอร์มุซ ความได้เปรียบของสหรัฐฯ ที่มีอยู่ฝ่ายเดียวก็ลดลง หรือถ้าจะพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ สหรัฐฯ ยังคงได้เปรียบทางอากาศและการควบคุมสนามรบ แต่อิหร่านได้เปรียบในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และอิหร่านใช้ความได้เปรียบนี้ให้เป็นประโยชน์อย่างชัดเจน
---------------------------
ซึ่งทั้งหมดนี้ ดูเหมือนสหรัฐฯ จะไม่ได้คิดว่าจะเกิดขึ้น และเหมือนไม่ได้เตรียมตัวมารับมือการปิดช่องแคบฮอร์มุซ สะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐฯ วางกำลังเฉพาะเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือคุ้มกันเท่านั้น เมื่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซเกิดขึ้น สหรัฐฯ ไม่มีกำลังจะทำลายการปิดช่องแคบให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต้องระดมกำลังจากทั่วโลกเข้ามาเสริม ซึ่งต้องใช้เวลานานอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ส่วนการขอให้ประเทศพันธมิตรส่งกำลังเข้ามาช่วยก็แทบจะถูกปฏิเสธทั้งหมด เพราะทุกคนไม่มีความพร้อม และรู้สึกว่าสงครามในครั้งนี้เป็นเรื่องที่สหรัฐฯ ตัดสินใจเองไม่ได้ปรึกษาพันธมิตร ทำให้ไม่มีใครอยากจะเข้าไปยุ่ง แม้ส่วนใหญ่จะคิดว่าการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นภัยต่อความมั่นคงก็ตาม
ในทางกลับกัน การปิดช่องแคปฮอร์มุซของอิหร่านเกิดขึ้นได้ง่ายมาก เพราะการปิดช่องแคบไม่ต้องใช้เรือมาจอดเรียงกันเหมือนรถสิบล้อจอดปิดถนน แต่ใช้ขีดความสามารถอื่นเช่น ทุ่นระเบิดทะเล โดรนผิวน้ำ หรือจรวดต่อต้านเรือผิวน้ำ และขู่ว่าใครก็ตามที่เดินเรือผ่านบริเวณนี้จะถูกโจมตี ซึ่งก็มีเรือหลายลำถูกโจมตีจริง ๆ รวมถึงเรือของไทยที่แม้จะไม่ได้เข้าไปในน่านน้ำของอิหร่านเลยแต่ก็ยังถูกโจมตี
นั่นทำให้เกิดความไม่มั่นใจ และทำให้แทบไม่มีใครกล้าผ่าน สหรัฐฯ ก็ยังไม่พร้อมจะทำขบวนคุ้มกันเรือสิ้นค้าจนกว่าจะสิ้นเดือน แบบนี้แปลว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะปิดไปอย่างน้อย 3 - 4 สัปดาห์แน่นอน
---------------------------
เชื่อว่าสิ่งที่อิหร่านคิดคือต้องการเล่นเกมส์ยาว การปิดช่องแคบฮอร์มุซสร้างความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะสินค้าโภคภัณฑ์ที่แม้อุปทานหายไปสัก 5% ก็แย่แล้ว แต่ตอนนี้อุปทานหายไปเกือบ 20% มีผู้เดือดร้อนทั่งในเอเชียและยุโรป รวมถึงประเทศไทย ในทางกลับกัน ประเทศพันธมิตรอาหรับของสหรัฐฯ ก็ประสบกับความยากลำบากในการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเช่นกัน
ความเดือดร้อนนี้เมื่อเวลาผ่านไป จะส่งผลทางการเมืองและการทูตสะท้อนกลับไปกดดันสหรัฐฯ ทั้งเรียกร้องให้ยุติสงคราม หรือแม้แต่ให้สหรัฐฯ ต้องรับผิดชอบในการคุ้มกันเรือสินค้าที่ผ่านช่องแคบนี้
นี่คือการใช้อาวุธทางเศรษฐกิจและการทูตให้ได้ผลเพื่อต่อต้านสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นวิธีที่ฉลาด เพราะอิหร่านรู้ตัวว่าสู้กับสหรัฐฯ และอิสราเอลทางทหารไม่ได้อย่างที่ปรากฎมา แต่อิหร่านมีอาวุธทางเศรษฐกิจคือการรบกวนอุปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของโลก ซึ่งประจวบเหมาะกับการที่สหรัฐฯ คงคาดไม่ถึงหรือแม้แต่วางแผนผิด ไม่คิดว่าอิหร่านจะกล้าปิดช่องแคบนี้ เลยไม่ได้เตรียมตัวและไม่ได้เตรียมกำลังมาเพื่อจัดการปัญหานี้
---------------------------
เป้าหมายสงคราม 4 สัปดาห์ของทรัมป์เป็นไปไม่ได้แล้ว แม้สงครามอาจไม่ได้ดำเนินไปหลายเดือน แต่ถ้ามีสงครามสัก 6 - 8 สัปดาห์ ก็ดูจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี เพราะแทนที่ทรัมป์เปิดสงครามสัก 2 สัปดาห์แล้วรีบจบรีบประกาศชัยชนะ กลับลากยาวไปจนตัวเองเริ่มเสียการจัดการ และอิหร่านกลับมาได้เปรียบ ถ้าทรัมป์จบสงครามนี้ไม่สวย นอกจากพันธมิตรของสหรัฐฯ จะยิ่งตั้งคำถามต่อตัวสหรัฐฯ หลังจากทะเลาะกันทั้งเรื่องภาษีและเรื่องการใช้จ่ายทางทหารแล้ว หลายประเทศอาจจะมองว่าทรัมป์ไม่มีขีดความสามารถพอในการจัดการปัญหา และเน้นก่อเรื่องมากกว่าจบเรื่อง
ส่วนในประเทศ การเลือกตั้งกลางเทอมกำลังเกิดขึ้น ถ้าผลลัพธ์ของสงครามไม่ดี และปล่อยให้ยืดเยื้อ รีพับริกันอาจมีปัญหา และอาจส่งผลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีในอีกสองปีข้างหน้าด้วย ซึ่งทุกสงครามส่งผลต่อการเมืองในประเทศทั้งสิ้น
หลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ ไม่สามารถกุมความได้เปรียบอย่างเปิดเสร็จอีกต่อไป และกำลังสูญเสียโมเมนตั้มไปเรื่อย ๆ ถ้าสหรัฐฯ ยังจัดการไม่ได้ และจัดการได้ไม่เร็วพอ อาจพูดได้ว่าสหรัฐฯ เสียมากกว่าได้จากสงครามนี้ด้วยซ้ำ