แข้งบุนเดสลีกา
Status:

: 0 ใบ

: 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 Jul 2010
ตอบ: 7819
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Mar 17, 2026 13:23
ราคาน้ำมันตรึงไว้ โทษมากกว่าประโยชน์
ผมขอมองสวนทางคนส่วนใหญ่น่ะ
ในระดับ enterprise - B2B ทำ scenario 33-35บาทไว้รอหมดแล้ว แต่ละที่กระเทือนกันหลายล้านบาทแน่นอน แต่มันก็คือต้นทุนการผลิตไง แน่นอว่ากลับมาเป็นเงินเฟ้อ ราคาสินค้าขึ้น
ระดับประชาชนครัวเรือน กระเทือนเดือนละ200-500บาท/เดือน ตีว่าเติมเดือนละ3ถัง
แต่รัฐดันอุ้มจนสุดทาง กองทุนเป็นหนี้เละเทะ จนคนแห่กันเติมเพราะกลัวพรุ่งนี้จะขึ้น10-20บาท ทั้งที่จริงขึ้นวันละ10สตางค์ทุกวัน ให้มันค่อยๆสะท้อนต้นทุนจริง
ตอนนี้ เกิดราคาส่วนต่าง B2B กับ B2C เกิน 10บาทไปแล้ว
รถขนส่งที่เดิมเติมแท้งค์ของตัวเองหรือปั๊มของตัวเอง(B2B) รัฐก็ดันไม่อุดหนุน ก็เลยมาเติมปั๊มรถเล็กที่เน้นบริการรถส่วนบุคคล ที่ราคา29.xx จนหมดประเทศ ต่อคิวกันยาวข้ามตำบล
ตอนนี้เงินไม่เฟ้อแล้ว แต่ขนส่งหยุดชะงัก ส่งวัตถุดิบและสินค้าไม่ได้ ไลน์ผลิตหยุดรอเป็นช่วงๆ ร้านค้าปลีกบางร้านได้ของช้าเพราะรถขนส่งรอเติมน้ำมัน ไม่มีน้ำมันให้เติม ต้องแย่งกับรถส่วนบุคคล หรือเครื่องจักรเกษตรที่มาตุนไว้ใช้ในฟาร์ม หรือรถส่วนบุคคลที่เหลือครึ่งถังแต่ก็กลัวน้ำมันขึ้นราคาแวะเติมไว้ก่อน
เบนซินนี่ก็พอกัน ประชาชนน่าจะเตรียมรับแรงกระแทก 200-500บาท/เดือน ทุกคนก็รอกันอยู่ พอเบนซินไม่ขึ้นผมก็ไม่สนแล้วเติมเต็มถังขับเที่ยวเล่นพัทยาเผาน้ำมันเล่น เพราะE20 ราคานี้(28.xx)หาได้ที่ไหน แทบไม่รู้สึกว่าวิกฤติเลย สงครามคืออะไร ทุกอย่างสงบสุขร่มเย็นตามปกติ
เลือกตั้งก็จบไปแล้ว ได้รัฐบาลแล้ว กลัวความนิยมตกอีกหรือไง
เกิด artificial demand แบบมหาศาล
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
Support,Believe,Respect = LOVE