มุมมองผม ต่อพวกเคส ทำตัวเองให้มา รพ.เช่น เคสติดสุรา ที่กินเหล้าจนตับแข็ง
มุมมองผม ต่อพวกเคส ทำตัวเองให้มา รพ. เช่น
.
เคสติดสุรา ที่กินเหล้าจนตับแข็ง แล้วอาเจียนเป็นเลือด จากหลอดเลือดโป่งพอง(esophageal varice) ต้องมาส่องกล้องรัดเส้นเลือดหลอดอาหาร(EVB) ไหนจะต้องให้ยา sandostatin ไหนจะต้องให้เลือด ฯลฯ
.
มุมมองแพทย์ผู้รักษา
ไหนจะคือการสร้างภาระเพิ่มให้เรา ทำให้เราเหนื่อยต้องดูแลมากขึ้น สู้เอาเวลาที่ลดเคสพวกนี้ไปดูเคสอื่นได้ดีขึ้น
หรือไหนจะคือการสิ้นเปลืองทรัพยากรมากมายเท่าไรกับเคสนึงแบบนี้ เงินจำนวนนี้ ถึง.รพ.รัฐค่าใช้จ่าย visit 1ครั้ง ก็หลายหมื่นถึงหลักแสนต้นๆ
ไหนจะเปลืองเลือด เปลืองทรัพยากรที่มีจำกัด ทำให้เลือดขาดแคลน ทำให้บางเคสที่ช่วยไม่ได้ เพราะเลือดไม่มี ขาดเลือด รักษาเยอะมีแต่เปลือง
ถ้ามองในแง่เศรษฐศาสตร์ คือ ลงทุนช่วยชีวิตแล้ว เสียทั้งเวลา ทั้งแรงกายแรงใจ เสียทั้งเงินภาษีประชาชน แต่ outcome ที่ช่วยกลับมา รู้สึกไม่คุ้มค่าเลยที่ช่วยมา
แถมไหน รพ.ส่งบิลไป ตระกูล ส.บิด ยังไงก็เจ๊ง พอ รพ.เจ๊ง การเงินติดลบ ก็สะเทือนบุคลากรที่ทำงาน ลดเวร ตัด OT เบี้ยวค่าฉ.ต่างๆ เยอะแยะมากมาย
ไหนจะความโกรธแค้นของแพทย์ ที่รักษาไปดีแล้วก็ทำตัวมาใหม่
ไม่เลิกสุรา แล้วกลับมาใหม่ เพิ่มงาน เพิ่มภาระ แต่ค่าตอบแทนไม่เพิ่ม
บ่นๆๆๆ ได้ไม่เลิก สำหรับคนทำงานสายนี้
.
หรือพวกเบาหวานที่คุมไม่อยู่ มาด้วยแผลเบาหวาน
ตัดเนื้อตายหลายครั้ง สุดท้ายกลับมาด้วย ตัดขา
เบาหวานลุกลาม ทั้งตา ทั้งไต แถมนโยบายฟอกไตฟรี
.
พวกวัยรุ่นยกพวกตีกัน
พวก ซูไซด์ ซึมเศร้า อกหัก ชีวิตผิดหวัง
พวกสิงห์นักบิด แข่งรถซิ่ง มาด้วยอุบัติเหตุ ให้เราเปิดหัว เปิดท้อง กระดุกหัก ผ่าตัด
.
ความประสาทแดกของคนป่วย ของญาติ
การโพสต์โซเชี่ยลหาแสง ยอดไลค์
.
และอื่นๆมากมาย ที่คนทำงานสายนี้อยากจะบ่นมากมายก่ายกอง
-------
แต่ความจริงอันโหดร้ายหน้างาน ของคนที่ยังอยู่ในระบบ
ถ้ามองแบบคนแก่ๆ วัยกลางคนแบบผม
ทำไงล่ะ หรือมุมมองตอนนี้
.
การตัดความยึดติดในใจ แค่มีหน้าที่รักษา ก็รักษาไป
ตัดเรื่องผลลัพธฺ์ เรื่องที่ทำให้เราขุ่นข้องหมองใจลง
.
ที่เป็นหน้าที่ตัวเอง แผนกตัวเองก็ทำไป ที่ต้อง consult ก็ตามแผนกไป
ถ้าเลือดออกมา ตามข้อบ่งชี้ก็ ส่องกล้องห้ามเลือด ก็งานของเรา
ถ้าติดเหล้าก็ส่งบำบัด เขาทำได้ทำไม่ได้ก็เรื่องของเขา เหมือนเราจูงควายไปถึงแหล่งน้ำแล้ว ควายจะดื่มไม่ดื่มก็เรื่องของควาย เราทำหน้าที่พาเขาไปแล้ว คือจบ
.
ทำตามหน้าที่ตัวเอง คือ จบแล้ว
.
รพ.ติดลบ ก็เรื่องของผู้บริหาร เราคือผู้บริหารไหม
เลือดขาด ก็ขอ ขอไม่ได้ก็โชคร้ายของเขา มันคือเหตุปัจจัยตามกรรมของแต่ละคน
.
ถ้าเสียงเราสะท้อนถึงผู้มีอำนาจ ก็เรื่องของเขา จะทำประชานิยมต่อไปให้การเงินประเทศฉิบหาย เพื่อรักษาคะแนนนิยม หรือจะหาทางออก เช่นให้เคสพวกนี้ช่วย co pay บางส่วน มันก็หน้าที่เบื้องบน ในเชิงนโยบาย
.
ม๋อ คือ ผู้รักษา ไม่ใช่ผู้พิพากษา
ในผู้ป่วยพวก ตับแข็งแล้ว อาเจียนเป็นเลือด
บางครั้งเราตัดสินว่าเขาไปกินเหล้าแน่ๆ ถึงมาเลือดออกซ้ำๆ
บางคนก็ไม่ใช่จากหลอดเลือดอาหารแตกเพราะเขาไปกินเหล้าซ้ำๆ
แล้วต้องกลับมาด้วยเรื่องเหตุผลเดียวกันเสมอไป
บางคนเป็นจากไวรัสตับอักเสบด้วย
บางคนส่องกล้องไปก็จากเลือดออกในกระเพราะจากสาเหตุอื่น
บางคนปัญหาชีวิตมรสุม หาทางออกชีวิตไม่ได้ เลยต้องดับด้วยสุรา
บางคนต้องดื่มเพราะนอนไม่หลับ ต้องใช้สุราช่วย ยานอนหลับเข้าถึงยาก ไปซื้อคลินิกก็เรียกแพงไม่มีปัญญาซื้อ/เข้าถึง ไปรับ รพ.รัฐถึงฟรี แต่รอคิวนานโครตๆ เสียเวลาตั้งไว้ 1วันต่ำๆ
แต่ม๋ออาจจะไม่รู้ได้ยาทีนิดๆ เสียเวลา 1วันแต่จ่ายยาได้แค่ 10เม็ด ถ้าชีวิตจริงคนจน รายได้น้อย อยากได้ฟรี อาจจะขัดกับการทำมาหากิน จิตแพทย์จริง ใน รพ.มีน้อยกว่าเคสพวกนี้
.
ธรรมะ ก็ เมตตา กรุณา แต่ปราศจากการทำตัวเป็นผู้พิพากษา
แม้จะต้องเจออะไรมากมาย หรือต้องก้มหน้าเย็บแผลให้คนเมาซ้ำซาก จิตใจข้างในต้อง "ว่างเปล่า" ไม่ตัดสินด้วยความเกลียดชัง ไม่เอาอารมณ์ส่วนตัวไปผูกพัน ตัดสินใจไปตามระบบ ทิ้งความโกรธ ความเซ็ง ไว้ข้างหลัง
แล้วแค่รู้ว่าหน้าที่ แล้วก็ทำ คือจบ
.
แม่ง จะทัวร์ลงไหมวะ
https://www.facebook.com/share/p/18SHYubBuR/