ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
ผู้จัดการทีมชั่วคราว
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 25 Sep 2013
ตอบ: 19710
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 14:53
รีวิว "One Piece ซีซั่น 2" : IGN 9/10 ไลฟ์แอ็กชั่นระดับยอดเยี่ยม
https://www.ign.com/articles/netflx-one-piece-season-2-review-recap





[IGN] รีวิว One Piece ซีซั่น 2 ของ Netflix

ไลฟ์แอ็กชั่นดัดแปลงจากมังงะเรื่องนี้ คือปาฏิหาริย์อย่างแท้จริง






ขอพูดให้ชัดตั้งแต่แรกเลยว่า ไม่มีอะไรต้องกังวลเกี่ยวกับ Tony Tony Chopper เพราะคุณหมอสุดที่รักแห่งกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางนั้น ออกมาสมบูรณ์แบบ นี่คือหนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยที่ One Piece ฉบับไลฟ์แอ็กชั่นของ Netflix ซึ่งดัดแปลงจากมังงะระดับมาสเตอร์พีซของ Eiichiro Oda ต้องเผชิญในซีซั่น 2

กวางเรนเดียร์พูดได้ผู้มีทักษะทางการแพทย์ตัวนี้เป็นหนึ่งในตัวละครหลัก และมีบทบาทสำคัญอย่างมากในเรื่อง แต่การทำให้ “กวางกลายพันธุ์ที่พูดได้และแปลงร่างเป็นลูกผสมมนุษย์” ดูน่าเชื่อในฉบับคนแสดงนั้น ไม่ใช่แค่ต้องใช้งานวิชวลเอฟเฟ็กต์ราคาแพงเท่านั้น แต่ยังเป็นงานที่ต้องเดินอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่างความเป็นการ์ตูนกับความสมจริงอีกด้วย

โชคดีที่นี่ไม่ใช่กรณีแบบ Sonic the Hedgehog ตรงกันข้าม Chopper กลับกลายเป็น ดาวเด่นที่สุดของทั้งซีซั่น

ไม่เพียงแต่งาน VFX จะออกมาน่าทึ่งเท่านั้น แต่การเคลื่อนไหว การแสดงออก และปฏิสัมพันธ์ของ Chopper กับโลกและตัวละครรอบข้างก็ยอดเยี่ยมมาก จนทำให้เขาดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของโลกในซีรีส์นี้อย่างมีชีวิตชีวาจริงๆ เขามีความเป็นการ์ตูนอยู่พอดีๆ จนคุณเชื่อได้เต็มที่กับสีหน้าตกตะลึงและพิศวงของ Luffy (Iñaki Godoy) ตอนที่ได้เจอสิ่งมีชีวิตประหลาดตัวนี้เป็นครั้งแรก และด้วยการพากย์เสียงของ Mikaela Hoover ทำให้ Chopper กลายเป็นตัวละครที่น่ารักที่สุดคนหนึ่งของปี 2026 ไปแล้ว — และเป็นตัวละครที่จะทั้งบีบหัวใจคุณและฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ ในเวลาเดียวกัน






แต่ Chopper ก็ไม่ใช่เพียงตัวอย่างเดียวของมนตร์วิเศษด้านงานภาพใน One Piece ซีซั่น 2 เพราะซีซั่นนี้ยังพัฒนาต่อจากซีซั่นแรก และแก้ปัญหาใหญ่ที่สุดของซีซั่นก่อนลงได้อย่างชัดเจน เราเดินทางมาไกลจากความน่าผิดหวังของ Arlong ในซีซั่น 1 แล้ว และสิ่งที่ได้ในครั้งนี้คือขบวนพาเหรดของสิ่งมีชีวิต ตัวละคร และสถานที่อันตระการตา

เราได้พบทั้งยักษ์ วาฬยักษ์ ไดโนเสาร์ ไปจนถึงนากที่ขี่แร้งเข้าสู่สนามรบ — และทุกอย่างล้วนดูเหมือนถูกยกออกมาจากหน้ามังงะของ Oda โดยตรง ขณะเดียวกัน การออกแบบเครื่องแต่งกายและทรงผมของตัวละครที่เป็นมนุษย์ก็หาสมดุลระหว่างความสมจริงกับความเป็นการ์ตูนได้อย่างลงตัว โลกของ One Piece เป็นโลกที่มีความการ์ตูนจัดจ้านอย่างยิ่ง และซีซั่น 2 ก็ยังคงรุ่งเรืองอยู่ในโทนนั้น ด้วยการรักษาสมดุลระหว่างความตลกสุดเพี้ยน ความเบาสบายของการผจญภัย แอ็กชั่นที่จริงจังและมักจะนองเลือดอยู่ไม่น้อย ไปจนถึงดราม่าที่ชวนสะเทือนใจ

เมื่อการเปิดตัวตัวละครหลักและแฟลชแบ็กจำนวนมากผ่านพ้นไปแล้ว One Piece ซีซั่น 2 จึงหันมาให้ความสำคัญกับ “โลก” ของเรื่องอย่างเต็มตัว เราติดตาม Luffy และกลุ่มหมวกฟางเมื่อพวกเขาเข้าสู่ Grand Line ในที่สุด ก่อนจะถูกดึงเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่และชั่วร้ายอย่าง Baroque Works ซีซั่นนี้ เมืองต่างๆ และเกาะต่างๆ ที่เราได้พบเจอดูมีมิติและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยหนึ่งในไฮไลต์ช่วงต้นคือ Loguetown ซึ่งอัดแน่นไปด้วยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทั้งด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จนทำให้โลกของ One Piece ดูเหมือนเป็นสถานที่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่จริงๆ

หากไม่มีแฟลชแบ็กใหม่ๆ มาช่วยขยายตัวละครหลัก One Piece ก็เสี่ยงไม่น้อยที่จะเกิดความนิ่งหรือชะงักในซีซั่นนี้ เพราะแม้ในมังงะและอนิเมะ ตัวละครจะค่อยๆ เติบโตไปตามกาลเวลา แต่บางครั้งกว่าพวกเขาจะมีพัฒนาการสำคัญก็ต้องใช้เวลาหลายปี ซึ่งแนวทางแบบนั้นอาจใช้ไม่ได้กับโทรทัศน์

ซีซั่นนี้จึงแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการเติมเนื้อหาใหม่ที่แม้จะไม่ได้อยู่ในต้นฉบับแบบตรงตัว แต่ก็ให้ความรู้สึกราวกับมันควรจะอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่แรก ตัวอย่างเช่น Zoro (Mackenyu) ใช้เวลาช่วงใหญ่ของซีซั่นต่อสู้กับบาดแผลทางใจจากเหตุการณ์เกือบถูก Mihawk สังหารในซีซั่นก่อน เขามองเห็นภาพหลอนของอดีต Warlord of the Sea และต้องต่อสู้เพื่อค่อยๆ เรียกความมั่นใจของตัวเองกลับคืนมา

จริงๆ แล้วสมาชิกทุกคนในกลุ่มต่างก็มีช่วงเวลาที่ได้เปล่งประกายในซีซั่นนี้ ซึ่งช่วยให้ทุกตัวละครรู้สึกสำคัญ และมีเหตุผลที่ขาดไปไม่ได้






หนึ่งในการตัดสินใจเชิงสร้างสรรค์ที่สำคัญที่สุดของ One Piece ฉบับไลฟ์แอ็กชั่นก็คือการเลือกเล่าเรื่องแบบเป็นเส้นตรงมากกว่ามังงะหรืออนิเมะ นั่นหมายถึงการนำตัวละครและเหตุการณ์บางอย่างที่ต้นฉบับจะเปิดเผยในภายหลังอีกมาก มาเล่าในลำดับเวลาที่ “ถูกต้องตามเหตุการณ์” มากกว่าในเวอร์ชั่นนี้

ตัวอย่างเช่น ซีซั่นเปิดฉากด้วยการพบกันครั้งสำคัญระหว่าง Gold Roger (Michael Dorman) และ Monkey D. Garp (Vincent Regan) ก่อนหน้าการประหารราชาโจรสลัด ซึ่งในมังงะเราจะเพิ่งได้รู้เรื่องนี้หลังจากผ่านไปอีกหลายร้อยตอน การเลือกแบบนี้อาจทำให้แฟนบางส่วนไม่พอใจ โดยเฉพาะผู้ที่มองว่านี่คือการสปอยล์ เพราะในทางเทคนิคแล้ว มันคือการเปิดเผยข้อมูล “ผิดจังหวะ” เมื่อเทียบกับต้นฉบับ

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ช่วงเวลาเช่นนี้เองที่ทำให้ One Piece ฉบับไลฟ์แอ็กชั่นโดดเด่นในฐานะ “งานดัดแปลง” แน่นอนว่ามันมีเหตุผลเชิงปฏิบัติอยู่ด้วย เพราะความเป็นไปได้ที่ Netflix จะสร้างครอบคลุมมังงะของ Oda ได้ครบทั้งหมดนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย เมื่อคิดถึงขนาดมหึมาและระยะเวลาหลายทศวรรษที่ต้องใช้

ดังนั้น สำหรับแฟนเก่าแก่ ซีรีส์เรื่องนี้จึงมอบโอกาสให้พวกเขาได้เห็นเหตุการณ์หรือตัวละครที่อาจไม่มีวันได้เห็นในฉบับคนแสดงเลยก็เป็นได้ เช่น การที่ Bartolomeo ปรากฏตัวใน Loguetown และได้เห็นกลุ่มหมวกฟางเป็นครั้งแรก ที่สำคัญที่สุดคือ มันช่วยขยายโลกของ One Piece ให้กว้างขึ้น ทำให้ผู้ชมรับรู้ถึงการมีอยู่ของตัวละครอื่นๆ รวมถึงชีวิตและเรื่องราวที่กำลังดำเนินไปควบคู่กับการเดินทางของกลุ่มโจรสลัดของเรา

บางทีเส้นทางเหล่านั้นอาจมาบรรจบกันในภายหลัง แต่ในตอนนี้ มันคือวิธีเล็กๆ ที่ทำให้โลกของ One Piece รู้สึกใหญ่โตเกินกว่าจะมีเพียงกลุ่มโจรสลัดกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งที่เดินทางจากเกาะหนึ่งไปยังอีกเกาะหนึ่งเท่านั้น และมันยังทำให้ประสบการณ์ในการรับชมซีรีส์เรื่องนี้รู้สึกสดใหม่และแตกต่าง ไม่ว่าคุณจะคุ้นเคยกับต้นฉบับมากแค่ไหนก็ตาม

ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า One Piece จะสามารถดำเนินต่อไปได้อีกนานเพียงใดในทางความเป็นจริง แต่ถ้าซีซั่น 2 พิสูจน์อะไรได้สักอย่าง ก็คือโลกของ Oda นั้นสามารถถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบไลฟ์แอ็กชั่นได้จริง และวงการโทรทัศน์ก็ดีขึ้นเพราะสิ่งนั้น






บทสรุป

One Piece ซีซั่น 2 เป็นอะไรที่ไม่ต่างจาก ปาฏิหาริย์ มันสามารถถ่ายทอดโลกสุดเพี้ยน สุดเกินจริง และสุดเป็นการ์ตูนของมังงะ Eiichiro Oda ออกมาได้ โดยไม่สูญเสียเสน่ห์แห่งความสนุกแม้แต่น้อยเมื่อถูกแปลงเป็นซีรีส์คนแสดง ด้วยงานออกแบบโปรดักชั่นที่ยิ่งใหญ่ เครื่องแต่งกายที่ประณีต งาน VFX ที่น่าตื่นตะลึง และคุณหมอกวางเรนเดียร์ที่น่ารักที่สุด นี่คือการผจญภัยครั้งใหญ่ที่ควรค่าแก่การออกเดินทางไปด้วย

แม้การตัดสินใจบางอย่างอาจเป็นที่ถกเถียงสำหรับแฟนมังงะแบบดั้งเดิม แต่นั่นก็ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้กลายเป็นประสบการณ์การรับชมที่มีเอกลักษณ์ สดใหม่ และน่าสนใจ ไม่ว่าคุณจะรู้จักต้นฉบับมากน้อยเพียงใดก็ตาม










"เรายินดีที่จะบอกว่า ซีซั่นนี้ใหญ่ขึ้น ดีขึ้น และทะเยอทะยานขึ้นแทบทุกด้านเมื่อเทียบกับการออกเรือตอนแรก... ซีซั่นนี้อัดแน่นไปด้วยตัวละครใหม่ที่โดดเด่นในทีมนักแสดงที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และแต่ละคนก็เติมพลังให้เรื่องได้อย่างเต็มที่โดยที่ซีรีส์ไม่เคยรู้สึกว่าแน่นเกินไป... หนึ่งในพัฒนาการด้านความทะเยอทะยานที่เห็นได้ชัดที่สุดของซีซั่นนี้ก็คือวิชวลเอฟเฟ็กต์ ทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ"
— Alison Mattingly, Nerdist

"ซีซั่น 2 นำทุกอย่างที่เวิร์กในซีซั่นแรกมาต่อยอดให้ใหญ่ขึ้นอีก ทั้งเดิมพันที่สูงขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่แน่นแฟ้นขึ้น และการตัดสินใจที่กล้าหาญยิ่งขึ้นในการสร้างความแตกต่างจากทั้งมังงะและอนิเมะ มันคือการผจญภัยแบบโจรสลัดที่คุณไม่ควรพลาด"
— Nick Valdez, ComicBook.com

"One Piece: Into the Grand Line ต่อยอดจากรากฐานอันแข็งแกร่งที่ซีซั่นก่อนวางไว้ พร้อมกับยังคงรับมือกับความท้าทายของการดัดแปลง... แทนที่จะถ่ายทอดจังหวะการเล่าเรื่องอันยืดเยื้อแบบต้นฉบับ ซีซั่น 2 ของ One Piece เลือกย่อบางส่วนของการปูโลกลง เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจตัวละครและความขัดแย้งใหญ่ที่กำลังก่อตัวได้อย่างเชื่อมโยงมากขึ้น... ซีซั่น 2 กล้ากว่าซีซั่นก่อนอีก ทั้งยกระดับฉากแอ็กชั่นให้ทะเยอทะยานขึ้น และเพิ่มชั้นเชิงของเกมการเมือง ขณะเดียวกันก็ยังคงซื่อสัตย์ต่อต้นฉบับ"
— LaNeysha Campbell, But Why Tho? A Geek Community

"ตัวซีรีส์ยังคงรักษาทุกอย่างที่เวิร์กจากซีซั่นเปิดตัวไว้ได้ครบ... ทีมนักแสดงและตัวละครยังคงเป็นจุดขายสำคัญอย่างยิ่ง... หากจะมีข้อติดเล็กน้อยของ One Piece ซีซั่น 2 เมื่อเทียบกับซีซั่นก่อน ก็คงเป็นการที่ขอบเขตของเรื่องและจำนวนตัวละครที่เพิ่มขึ้น ทำให้เส้นเรื่องเฉพาะตัวของแต่ละคนอาจไม่ได้เขียนไว้อย่างกระชับแน่นเท่าเดิม... แต่ถ้ามีข้อดีของการต้องรอ One Piece ซีซั่น 2 นานถึงสามปี ก็คือสเกลอันมหึมาของตัวซีรีส์"
— Lewis Glazebrook, Screen Rant

"ตอนนี้นักแสดงทุกคนดูสบายกับบทบาทของตัวเองมากกว่าซีซั่นที่แล้วอย่างชัดเจน Godoy ยอดเยี่ยมมากในบท Luffy; เขาถ่ายทอดทั้งความคึกคัก ความเปิ่น ความมีเสน่ห์ และแรงผลักดันที่คุณอยากเห็นจาก Luffy ได้ครบถ้วน... ทุกอย่างดีขึ้นในซีซั่นนี้ และ Eiichiro Oda รวมถึงทีมนักแสดงและทีมงานทุกคนก็ควรภูมิใจกับผลงานชิ้นนี้อย่างมาก"
— Julian Lytle, RIOTUS

"นักแสดงของ One Piece ไม่มีจุดอ่อนเลยแม้แต่คนเดียว และมันยังน่าทึ่งไม่หายที่ซีรีส์เรื่องนี้สามารถสร้างเวอร์ชั่นไลฟ์แอ็กชั่นที่ซื่อสัตย์ต่อต้นฉบับได้มากขนาดนี้ ทั้งที่โลกของเรื่องแฟนตาซีสุดๆ... ฉากต่อสู้เข้มข้น เร้าใจ และเคลื่อนไหวอย่างมีพลัง แต่ก็ยังดูตามได้อย่างน่าประหลาดใจ... ซีซั่นนี้ขยายโลกของเรื่อง แนะนำตัวละครใหม่ที่สนุกอย่างบ้าคลั่ง อัดแน่นด้วยแอ็กชั่นไม่หยุด และมอบการผจญภัยที่เปี่ยมทั้งหัวใจและความหวัง ซึ่งก็คงเป็นแบบที่ Luffy ต้องการ ที่สำคัญกว่านั้นคือ มันยังคงรักษาจิตวิญญาณของผลงานมาสเตอร์พีซของ Eiichiro Oda เอาไว้ได้ พร้อมปล่อยความประหลาดของตัวเองให้เฉิดฉายอย่างภาคภูมิ"
— David Caballero, Collider

"One Piece ไม่ได้แผ่วลงเลยในซีซั่น 2 — ตรงกันข้าม มันดียิ่งกว่าที่เคย เป็นงานที่เปี่ยมจินตนาการอย่างมหาศาล โดยมีอารมณ์จริงใจ การสร้างโลกที่ยอดเยี่ยม และตัวละครที่น่ารักคอยรองรับ... แม้จะมีตัวละครจำนวนมาก แต่ผู้ชมก็ยังติดตามได้ไม่ยาก เพราะแต่ละคนมีดีไซน์จัดจ้านและพลังประหลาดเฉพาะตัว ซึ่งซีซั่น 2 ก็สนุกกับการโชว์สิ่งเหล่านี้ทุกครั้งที่มีโอกาส... สิ่งที่ดีที่สุดของ One Piece ยังคงเป็นการที่มันประหลาดอย่างเปิดเผยและไม่คิดจะขอโทษใคร"
— Jonathan Wilson, Ready Steady Cut

"ผ่านมา 2 ซีซั่นแล้ว เคมี หรือจะเรียกว่า nakama ก็แข็งแรงยิ่งกว่าที่เคย ไม่ใช่แค่ระหว่างตัวละคร แต่รวมถึงระหว่างนักแสดงด้วย ทุกคนดูมั่นใจในตัวเองมากขึ้นในครั้งนี้ และมั่นใจมากขึ้นว่าเขาเป็นใครในโลกที่กำลังสร้างขึ้น... แม้จะมีข้อบกพร่องเล็กน้อยอยู่บ้าง แต่ก็ยากจะจินตนาการถึง One Piece เวอร์ชั่นไลฟ์แอ็กชั่นที่ดีกว่านี้แล้ว นี่คือหนึ่งในงานดัดแปลงไม่กี่เรื่องที่พิสูจน์ได้ว่าการมีอยู่ของมันนอกเหนือจากฉบับอนิเมะนั้นสมเหตุสมผลจริงๆ ด้วยความทุ่มเทอันน่าทึ่งต่อต้นฉบับ และศักยภาพที่จะทำมันให้เกิดขึ้นได้"
— David Opie, GamesRadar+

"One Piece ยังคงเป็นงานที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็สนุกอย่างมาก; สำหรับคนที่ไม่มีแรงหรือไม่มีเวลาจะดำดิ่งลงไปในมังงะหรืออนิเมะที่กินเวลามากกว่าสามทศวรรษ ซึ่งจำนวนตอนของอนิเมะก็ทะลุหลักพันไปแล้ว เวอร์ชั่นนี้ก็ทำหน้าที่ได้ดีในฐานะทางเลือกแบบรวบรัด... มันทั้งเพี้ยน ทั้งแปลกแบบรู้ตัวเอง และสวม ‘หัวใจ’ ไว้บนแขนเสื้ออย่างเต็มที่ แค่นั้นก็เพียงพอจะเติมลมให้เรือของมันแล่นต่อไปได้แล้ว"
— Clint Worthington, RogerEbert.com

"ในที่สุดเราก็ได้เห็นกลุ่มหมวกฟางผูกพันกันอย่างแท้จริง และการได้ใช้เวลากับบุคลิกที่แตกต่างกันของพวกเขาก็เป็นความสุขอย่างยิ่ง... เดิมพันในซีซั่น 2 รู้สึกสูงขึ้นมาก และนั่นคือส่วนหนึ่งที่ทำให้มันดีกว่าซีซั่นแรก... ซีซั่นนี้แนะนำตัวละครใหม่เข้ามามากมาย แต่เรื่องเล่าไม่เคยรู้สึกอัดแน่นหรือรกเกินไปเลย... และภาพบนจอก็ดูน่าทึ่งตลอดเวลา — ตลอดเวลาจริงๆ ต้องยกเครดิตให้แผนกวิชวลเอฟเฟ็กต์อย่างแท้จริง"
— Tessa Smith, Mama’s Geeky

"จุดแข็งของซีซั่น 1 ในวันนี้แข็งแรงขึ้นราวกับคูณร้อยเมื่อเทียบกับเมื่อสามปีก่อน... ดอกไม้ช่อใหญ่ที่สุดคงต้องมอบให้ Miss All Sunday (Lera Abova) และ Miss Wednesday (Charithra Chandran)... อีกสิ่งที่ควรได้รับคำชมเป็นพิเศษคือดนตรีประกอบของ Sonya Belousova และ Giona Ostinelli สำหรับ One Piece ซีซั่น 2... งานดัดแปลงเรื่องนี้ยังคงเป็นมาตรฐานสูงสุดของการดัดแปลงมังงะ และเป็นประตูทางเข้าที่ยอดเยี่ยมสู่เรื่องราวอันแสนมหัศจรรย์นี้"
— Travis Hymas, InBetweenDrafts

"โชว์รันเนอร์ Matt Owens และ Joseph E. Tracz แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าพวกเขาเข้าใจเรื่องราวนี้อย่างแท้จริง และแม้การตัดทอนเล็กๆ น้อยๆ ตรงนั้นตรงนี้จะทำให้บางพล็อตย่อยอ่อนลงไปบ้าง แต่ฉากใหญ่ๆ ก็ยังถ่ายทอดออกมาได้อย่างจริงใจและทรงพลัง... ช่วงปูเรื่องได้จบลงแล้ว และการผจญภัยเส้นหลักก็เริ่มเดินเครื่องอย่างเต็มรูปแบบ... นี่คือการเปลี่ยนจังหวะที่งานดัดแปลงเวอร์ชั่นนี้รับมือได้ค่อนข้างดี โดยค่อยๆ เข้าที่กับรูปแบบการผจญภัยเป็นตอนๆ ขณะที่กลุ่มหมวกฟางยกสมอและทิ้งสมอไปตามจังหวะที่มั่นคง... อย่างไรก็ตาม งานดัดแปลงนี้ก็ไม่ได้ไร้จุดพลาดเสียทีเดียว ถ้าจะมีข้อด้อยด้านงานออกแบบ ก็คือฉากต่อสู้เหล่านี้ยังไม่อาจไต่ระดับความเข้มข้นได้เท่าการต่อสู้แบบแบตเทิลโชเน็นในต้นฉบับ"
— Elijah Gonzalez, AV Club

"มันสมจริงไหม? ไม่เลยแม้แต่น้อย แต่ก็นี่คือ One Piece โลกที่การแขวนความเชื่อไว้ก่อนรับชมมีขนาดใหญ่พอๆ กับสะพานแขวน มันจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญนัก... อนาคตของซีรีส์เรื่องนี้อาจไม่ได้ยาวถึง 1,000 ตอน — ท้ายที่สุดนี่ก็ยังเป็น Netflix — แต่สูตรแบบนี้ก็ยังไม่น่าเบื่อไปได้อีกนาน"
— Dais Johnston, Inverse

"แม้จะเห็นได้ชัดว่าซื่อสัตย์ต่อมังงะร้อยกว่าเล่มของ Eiichiro Oda แต่ก็มีบางอย่างในรูปลักษณ์และบรรยากาศของมันที่ดูผิดแปลกอย่างยากจะทน... One Piece ซีซั่น 2 เหมือนกำลังเร่งเครื่องไปกับสไตล์ชวนงงที่ทำให้ซีซั่นแรกดูเป็นงานที่รับมือยาก สำหรับทุกหนึ่งก้าวที่เดินหน้า มันก็ถอยหลังสองก้าว โดยโชว์รันเนอร์ร่วม Matt Owens และ Joe Tracz ไล่ตามทางเลือกที่เปี่ยมแรงบันดาลใจหนึ่งอย่าง ด้วยอีกทางเลือกที่ชวนประหลาดพอๆ กัน... แต่แล้วก็เกิดเรื่องแปลกขึ้นในช่วงกลางซีซั่น ฉันกลับเริ่มจูนเข้ากับคลื่นความเพี้ยนเล็กๆ ของมันได้เสียอย่างนั้น... มันคือจดหมายรักที่งุ่มง่ามต่อเรื่องราวที่ครองใจผู้คนนับล้าน และขณะเดียวกันมันก็ชวนติดตามอย่างปฏิเสธไม่ได้"
— Lyvie Scott, TV Guide




https://editorial.rottentomatoes.com/article/one-piece-season-2-first-reviews/
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ


ออนไลน์
แข้งเจลีก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 17 Apr 2009
ตอบ: 9526
ที่อยู่: แง๊น ๆ
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 15:08
[RE: รีวิว "One Piece ซีซั่น 2" : IGN 9/10 ไลฟ์แอ็กชั่นระดับยอดเยี่ยม]
งานดีจัดๆ เลย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Dec 2009
ตอบ: 2405
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 15:08
[RE: รีวิว "One Piece ซีซั่น 2" : IGN 9/10 ไลฟ์แอ็กชั่นระดับยอดเยี่ยม]
รีวิวสื่อต่างประเทศดีทุกเจ้า แต่คนอ่านมังงะ, ดูอนิเมะมา ความคาดหวังมันสูงมาตรฐานคนทั่วไปใหญ่เยอะ ส่วนตัวมองว่าพอเป็นซีรีส์แล้วทุกอย่างมันถูกลดคุณค่าด้วยข้อจำกัดทางโปรดัคชั่น ฉากที่คาดหวังให้ iconic หรือซึ้งแบบต้นฉบับ ดันถ่ายทอดออกมา cringe จัดเลยในหลายๆซีน พวกดาราก็ทำได้ดีภายใต้ข้อจำกัดด้านการถ่ายทำแล้ว ส่วนตัวมองว่ามีส่วนที่น่าชื่อชมและก็มีส่วนที่แย่เหมือนกัน เลยมองว่าคะแนน 8-9 จากสื่อหลายๆเจ้ามันเวอร์ไปหน่อย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
สตั๊ดทองคำ
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 30 Oct 2025
ตอบ: 386
ที่อยู่: Hawkins
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 15:10
[RE: รีวิว "One Piece ซีซั่น 2" : IGN 9/10 ไลฟ์แอ็กชั่นระดับยอดเยี่ยม]
ซีซั่นที่แล้วขัดใจ โคบี้ ซีซั่นนี้ต้องมาขัดใจกับ ทาชิงิ อีก ยิ่งตอนดวลกับ โซโร คือไม่ได้เลยจริงๆ
มันเป็นอะไรนักหนากับแก๊งเด็กทหารเรือ



แก้ไขล่าสุดโดย จุ้ม เจริญศิลป์ เมื่อ Wed Mar 11, 2026 15:13, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออนไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 19 Mar 2010
ตอบ: 23271
ที่อยู่: Address
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 15:19
[RE: รีวิว "One Piece ซีซั่น 2" : IGN 9/10 ไลฟ์แอ็กชั่นระดับยอดเยี่ยม]
ยังไม่ได้ดู แต่ไถฟีดผ่านๆตา

คนโอเคกันเยอะ ติดแค่เจ๊แว่นลูกน้องสโมก

0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Aug 2023
ตอบ: 1998
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 15:20
[RE: รีวิว "One Piece ซีซั่น 2" : IGN 9/10 ไลฟ์แอ็กชั่นระดับยอดเยี่ยม]
รีวิวฉากต่อสู้ที สลิงเหมือนในตัวอย่างไหม ไม่ค่อยเห็นมีใครพูดถึงเลย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 21 May 2011
ตอบ: 3553
ที่อยู่: LIVERPOOL
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 15:22
[RE: รีวิว "One Piece ซีซั่น 2" : IGN 9/10 ไลฟ์แอ็กชั่นระดับยอดเยี่ยม]
ข้ามไปมารีนฟอดแล้วเข้านิวเวิลเลยได้ปะ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
หัวหน้าแมวมอง
Status: You only Live once
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 30518
ที่อยู่: Spion Kop
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 15:54
[RE: รีวิว "One Piece ซีซั่น 2" : IGN 9/10 ไลฟ์แอ็กชั่นระดับยอดเยี่ยม]
ผมชอบที่เอาเรื่องสำคัญตอน 500-800 มาเล่าตั้งแต่แรกนะ

มันทำให้ซีรีส์มีมิติ แล้วบทบาทของตัวละครนั้นกลมขึ้น จริงขึ้น คือมีพื้นฐานการตัดสินใจที่น่าเชื่อถือมากขึ้น

อย่างการ์ปเงี้ย ใครไม่เคยดูก็อาจจะแบบ อ่อ ไอ้ลุงนี่มันเก่งใช่มั้ย โอเคๆๆ

Spoil
แต่พอมาเห็นว่าไปคุยกับโรเจอร์ในแบบที่ไม่ได้เกรง หรือดูจะรู้จักกันมากกว่าเป็นแค่ตำรวจผู้ร้าย ทำให้การ์ปดูมีบารมีมากกว่าไอ้ลุงปาระเบิดจาก ss1 อะ  


แก้ไขล่าสุดโดย Radiant เมื่อ Wed Mar 11, 2026 15:54, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
I choose to live, not just exist.


ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status: Wildly-Vet
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 15 Mar 2020
ตอบ: 9550
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 16:08
[RE: รีวิว "One Piece ซีซั่น 2" : IGN 9/10 ไลฟ์แอ็กชั่นระดับยอดเยี่ยม]
Kyo00zero พิมพ์ว่า:
รีวิวฉากต่อสู้ที สลิงเหมือนในตัวอย่างไหม ไม่ค่อยเห็นมีใครพูดถึงเลย  
ฉากคนต่อยตีไม่ค่อยเนียนครับ แต่ยังดีกว่า ss1 แต่ฉากCG พลังผมว่าดีกว่าเยอะเลย เข้าใจได้ว่าฉากต่อยตีมันเนียนยาก การ์ตูนจะวาดไงก็ได้ ไม่สามารถทำจริงได้
ปล. เพิ่งดูแค่ตอน 2
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


#ForzaMilan #ฉันภูมิใจที่เกิดในรัชกาลที่ ๙
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Jan 2020
ตอบ: 1855
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 16:13
[RE: รีวิว "One Piece ซีซั่น 2" : IGN 9/10 ไลฟ์แอ็กชั่นระดับยอดเยี่ยม]
ชอบมากดัดแปลงได้ดี ผมคาดหวังน้อยนะเลยค่อยข้างชอบเลย
ฉากสู้ดีกว่าซีซั่น1แบบเห็นผลเร็วขึ้นจริงจังขึ้นฉากใช้พลังทำได้ดี ติเรื่องเดียวไม่มีฉากฮาของคร็อกคัท
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 Dec 2020
ตอบ: 2801
ที่อยู่: 333/401
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 17:05
[RE: รีวิว "One Piece ซีซั่น 2" : IGN 9/10 ไลฟ์แอ็กชั่นระดับยอดเยี่ยม]
เด่วในอนาคต เราจะได้เเห็นหลายเวอร์ชั่นแบบหนังดังๆในสมัยก่อนแน่นอน ตอนนี้รุ่นทดสอบระบบ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Aug 2023
ตอบ: 185
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 17:40
[RE: รีวิว "One Piece ซีซั่น 2" : IGN 9/10 ไลฟ์แอ็กชั่นระดับยอดเยี่ยม]
ถ้าทำถึง CP9 แล้วตัดจบเลย ผมก็โอเคละนะ เพราะพีคสุดของวันพีซละ ไปไกลกว่านั้นเดี๋ยวนักแสดงจะแก่กันเกิน
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel