ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออนไลน์
นักเตะตำบล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 Apr 2010
ตอบ: 2479
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 12:23
[RE: บ่นไร ? คนกินเหล้าก็จ่ายภาษีเหล้าไปแล้วไง คุณก็มีหน้าที่รักษาอยู่ดี]
พวก กินแปลก กินดิบ เค็มจัด หวานจัด ฯลฯ ก็น่าจัดการนะ

เว้นเสียแต่ว่าพวกกินจัด เป็น 1 ในหลายปัจจัยของโรคเลยจัดการลำบาก
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ผู้จัดการทีมชาติ
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Oct 2005
ตอบ: 45063
ที่อยู่: Kanagawa, Japan
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 12:23
[RE: บ่นไร ? คนกินเหล้าก็จ่ายภาษีเหล้าไปแล้วไง คุณก็มีหน้าที่รักษาอยู่ดี]
เป็น mindset ขยะสังคมนะ ไอ้ประเภทที่บอกจ่ายแล้วใช้ๆไปเถอะอ่ะ เรื่องพวกนี้มันใช้ไม่ได้กับทรัพยากรที่มีจำกัด ไม่เฉพาะแค่เลือด

ในยุคที่คนยังไม่ตื่นตัวเรื่องพวกนี้ ก็เคยมีค่านิยมว่าการกินอาหารเหลือ(แบบกินทิ้งกินขว้าง) ไม่ใช่เรื่องผิดเพราะเงินกู จ่ายแล้ว มีสิทธิ์

จนคนเริ่มตื่นตัว เริ่ม educate ถึงเริ่มเข้าใจคำว่า "foodwaste" เงินมรึง แต่ทรัพยากรเป็นของโลก และมรึงกำลังไปเบียดบังคนอื่นๆ

เลือดก็เหมือนกัน และซีเรียสยิ่งกว่าทรัพยากรอื่นๆด้วย เพราะมันโคตรจำกัดและใช้ในกรณีฉุกเฉิน ความเป็นความตายของคนอื่นๆ

เพราะฉะนั้นไอ้ตัวต้นคอมเมนต์นั่น จ่ายภาษีเหล้า(x่องดิ)ไปแล้วรักษาได้..ควรรีบๆตายให้หนอนแดรกไปเหอะ ขยะชิบหาย

0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
โค้ช T-License
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Oct 2009
ตอบ: 34691
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 12:45
[RE: บ่นไร ? คนกินเหล้าก็จ่ายภาษีเหล้าไปแล้วไง คุณก็มีหน้าที่รักษาอยู่ดี]
ขยะสังคม ห ๆ แล้ว มีเยอะด้วย ตาม รพ ต่างจังหวัด

ค่ารักษาแม่งถูก ลองแม่งป่วยแล้วล้มละลายแบบเมืองนอกดิ คงได้ตายข้างถนน ทำตัวแบบนี้
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 May 2022
ตอบ: 2072
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 12:51
[RE: บ่นไร ? คนกินเหล้าก็จ่ายภาษีเหล้าไปแล้วไง คุณก็มีหน้าที่รักษาอยู่ดี]
for the greater good
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Mar 2023
ตอบ: 1671
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 13:30
[RE: บ่นไร ? คนกินเหล้าก็จ่ายภาษีเหล้าไปแล้วไง คุณก็มีหน้าที่รักษาอยู่ดี]
ระบุได้แล้วว่าถ้าพฤติกรรมซ้ำซากจะหยุดให้การรักษาแล้ว
ไปหาจ้างหมอส่วนตัว ไม่ต้องมาเปลืองหมอเปลืองทรัพยากรร่วมชาวบ้านเค้า
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอล ดิวิชั่น 1
Status: เหงา ตัวเท่าบ้าน
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 24 Jun 2019
ตอบ: 17595
ที่อยู่: คอนโด
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 13:48
Re: บ่นไร ? คนกินเหล้าก็จ่ายภาษีเหล้าไปแล้วไง คุณก็มีหน้าที่รักษาอยู่ดี
KODOMO พิมพ์ว่า:
[quote="profess79":kwsoo6g5dm]โรค NCDs ทั้งหลายนี่ให้พวกแม่งจ่ายกันเองเถอะ อย่ามาอ้างภาษี อ้างอะไรเลย

[/quote:kwsoo6g5dm]

แต่บางอย่างมันเป็นพันธุกรรมแต่กำเนิดเลยนะ อย่างเบาหวานนี่ก็มีชนิดที่เป็นตั้งแต่เกิด

ญาติผมก็มี รักษาสุขภาพ ออกกำลังกาย ไม่ดื่ม ไม่สูบ แต่อยู่ดีๆเหมือนจะวูบ สรุป...  

อันนั้นกรรมพันธ์ ไม่ใช่ พฤติกรรม รักษาให้เขาเถอะ

โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
แข้งเจลีก
Status: [-Hoo|igan-] Guild`
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Feb 2008
ตอบ: 10326
ที่อยู่: โรงเรียนเซย์บุ
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 14:02
[RE: บ่นไร ? คนกินเหล้าก็จ่ายภาษีเหล้าไปแล้วไง คุณก็มีหน้าที่รักษาอยู่ดี]
เจองี้ น่าแบ่งชนชั้นไปเลยนะ คนในระบบภาษีจะได้รับการรักษา บริการที่ดีกว่าคนนอกระบบ

ไอ้พวกขี้เหล้านี้ คิดว่าซื้อของ vat7% แล้ว จบมั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
สุภาพบุรุษบอยแบนด์ซีซั่น 1
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Oct 2005
ตอบ: 2771
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 14:16
[RE: บ่นไร ? คนกินเหล้าก็จ่ายภาษีเหล้าไปแล้วไง คุณก็มีหน้าที่รักษาอยู่ดี]
profess79 พิมพ์ว่า:
KODOMO พิมพ์ว่า:
[quote="profess79"kwsoo6g5dm]โรค NCDs ทั้งหลายนี่ให้พวกแม่งจ่ายกันเองเถอะ อย่ามาอ้างภาษี อ้างอะไรเลย

[/quotekwsoo6g5dm]

แต่บางอย่างมันเป็นพันธุกรรมแต่กำเนิดเลยนะ อย่างเบาหวานนี่ก็มีชนิดที่เป็นตั้งแต่เกิด

ญาติผมก็มี รักษาสุขภาพ ออกกำลังกาย ไม่ดื่ม ไม่สูบ แต่อยู่ดีๆเหมือนจะวูบ สรุป...  

อันนั้นกรรมพันธ์ ไม่ใช่ พฤติกรรม รักษาให้เขาเถอะ

 


ใช่ไงครับ เราถึงเหมารวมไม่ได้ ว่าNCDsปล่อยให้จ่ายเอง เพราะเยอะเลยที่เค้าไม่ได้ตั้งใจให้เป็น

คือผมไม่ได้สนับสนุนไอ้คนที่มาบอกว่าซื้อเหล้ากูก็จ่ายภาษีนะ

แต่ปัจจัยในการเป็นโรคหลายๆอย่างมันส่งผลให้เกิดโรคกว่าการที่คนไม่รักษาสุขภาพ

อย่างถ้าเป็นมะเร็งปอดจากPM2.5 ผมว่าก็ไม่ใช่ความผิดของผู้ป่วย

หรือคนหาเช้ากินค่ำผมว่าเค้าไม่มีเวลามานั่งคิดหรอกวันนี้ต้องกินอะไรให้ดีกับสุขภาพ

ถ้าจะเจาะจงก็ต้องแบบเมาแล้วขับเกิดอุบัติเหตุใช้สิทธิ์รักษาฟรีไม่ได้ แบบนี้ผมเห็นด้วย

หมอเองตามจรรยาบรรณก็เลือกรักษาไม่ได้เหมือนกัน
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
I'm gonna make him an offer he can't refuse
ออฟไลน์
แข้งบุนเดสลีกา
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 25 May 2011
ตอบ: 5893
ที่อยู่: Stamford Bridge Stadium
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 14:27
[RE: บ่นไร ? คนกินเหล้าก็จ่ายภาษีเหล้าไปแล้วไง คุณก็มีหน้าที่รักษาอยู่ดี]
JOONO พิมพ์ว่า:
กินจนถึงเป็นขนาดนั้นนี่ต้องกินขนาดไหนครับ

เหล้าขาว เหล้าต้มเอง เหล้าเถื่อน

เพียว ทุกวัน เพียวจนไม่ได้สติ
ไม่กินนอนไม่ได้
ไม่กินทำงานไม่ได้มือสั่น

ขนาดนั้นเลยมั้ย มันต้องสะสมขนาดไหน  


จากลุกน้องพ่อผมที่เป็นตับแข็ง กินหมดครับพวกนี้ จัดว่าในระดับกินแทนน้ำ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอล ดิวิชั่น 1
Status: เหงา ตัวเท่าบ้าน
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 24 Jun 2019
ตอบ: 17595
ที่อยู่: คอนโด
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 14:33
Re: บ่นไร ? คนกินเหล้าก็จ่ายภาษีเหล้าไปแล้วไง คุณก็มีหน้าที่รักษาอยู่ดี
KODOMO พิมพ์ว่า:
[quote="profess79":km0irdhvz5][quote="KODOMO":km0irdhvz5][quote="profess79"kwsoo6g5dm:km0irdhvz5]โรค NCDs ทั้งหลายนี่ให้พวกแม่งจ่ายกันเองเถอะ อย่ามาอ้างภาษี อ้างอะไรเลย

[/quotekwsoo6g5dm]

แต่บางอย่างมันเป็นพันธุกรรมแต่กำเนิดเลยนะ อย่างเบาหวานนี่ก็มีชนิดที่เป็นตั้งแต่เกิด

ญาติผมก็มี...  

ขอบคุณครับ ทีแรกเข้าใจว่า โรค NCDs เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการกิน การอยู่ การใช้ชีวิต ของคนนั้น

นี่มีกรรมพันธ์เข้ามาเกี่ยวด้วย



Spoil
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่มีปัจจัยทางพันธุกรรมหรือกรรมพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้องนั้น มีหลายโรคด้วยกัน โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่าง **พันธุกรรม** กับ **พฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม** (เช่น อาหาร การสูบบุหรี่ การออกกำลังกาย) ซึ่งหมายความว่า หากมีประวัติครอบครัวเป็นโรคเหล่านี้ ความเสี่ยงในการเกิดโรคจะสูงกว่าคนทั่วไป แต่ก็สามารถป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคได้ด้วยการปรับพฤติกรรม

### โรค NCDs ที่พบว่ามีปัจจัยทางพันธุกรรมเกี่ยวข้อง

#### 1. โรคเบาหวานชนิดที่ 2
* **ความเชื่อมโยงทางกรรมพันธุ์:** มีความเกี่ยวข้องกับยีนหลายตำแหน่ง หากมีพ่อ แม่ พี่ น้อง เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะถ้าเป็นทั้งพ่อและแม่
* **ปัจจัยกระตุ้น:** โรคอ้วน การขาดการออกกำลังกาย ภาวะดื้ออินซูลิน

#### 2. โรคความดันโลหิตสูง
* **ความเชื่อมโยงทางกรรมพันธุ์:** พบบ่อยในคนที่มีประวัติครอบครัวเป็นความดันโลหิตสูง เนื่องจากยีนมีผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ระบบเรนิน-แองจิโอเทนซิน (Renin-Angiotensin System) ที่ควบคุมความดัน
* **ปัจจัยกระตุ้น:** ภาวะเครียด การกินเค็ม ขาดการออกกำลังกาย

#### 3. โรคไขมันในเลือดสูง (โดยเฉพาะไขมันคอเลสเตอรอลสูง)
* **ความเชื่อมโยงทางกรรมพันธุ์:** มีโรคเฉพาะที่เรียกว่า **"ภาวะไขมันในเลือดสูงจากพันธุกรรม" (Familial Hypercholesterolemia)** ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของยีนที่ควบคุมการกำจัดไขมัน LDL (ไขมันไม่ดี) ออกจากร่างกาย ทำให้มีไขมันสูงมากตั้งแต่เด็ก และเสี่ยงต่อโรคหัวใจตั้งแต่อายุน้อย
* **ปัจจัยกระตุ้น:** การกินอาหารไขมันสูงสามารถซ้ำเติมให้อาการแย่ลงได้

#### 4. โรคหัวใจและหลอดเลือด (เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ)
* **ความเชื่อมโยงทางกรรมพันธุ์:** หากมีประวัติครอบครัว (พ่อหรือพี่น้อง) ที่เป็นโรคหัวใจก่อนวัยอันควร (เช่น พ่อเป็นก่อนอายุ 55 ปี หรือแม่เป็นก่อนอายุ 65 ปี) จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น เนื่องจากยีนที่ถ่ายทอดมาเกี่ยวกับระบบการแข็งตัวของเลือดหรือการเผาผลาญไขมัน
* **ปัจจัยกระตุ้น:** สูบบุหรี่ ความดันสูง เบาหวาน เครียด

#### 5. โรคอ้วน (Obesity)
* **ความเชื่อมโยงทางกรรมพันธุ์:** มียีนหลายตัวที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกอิ่ม การเผาผลาญพลังงาน และการสะสมไขมัน (เช่น ยีน FTO) ทำให้บางคนมีแนวโน้มน้ำหนักขึ้นง่ายกว่าคนอื่น
* **ปัจจัยกระตุ้น:** พฤติกรรมการกินและกิจกรรมทางกายเป็นตัวกำหนดว่าความโน้มเอียงทางพันธุกรรมนั้นจะแสดงออกมามากน้อยแค่ไหน

#### 6. โรคเกาต์
* **ความเชื่อมโยงทางกรรมพันธุ์:** มักพบในผู้ชายและมีประวัติครอบครัวเป็นโรคเกาต์ เนื่องจากความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้ร่างกายมีการสร้างกรดยูริกมากเกินปกติ หรือไตขับกรดยูริกออกได้น้อยกว่าปกติ
* **ปัจจัยกระตุ้น:** การกินอาหารที่มีพิวรีนสูง (เช่น เครื่องในสัตว์, สัตว์น้ำไม่มีกระดูกสันหลัง), ดื่มแอลกอฮอล์

#### 7. โรคมะเร็งบางชนิด (ซึ่งจัดเป็น NCDs ด้วย)
* **ความเชื่อมโยงทางกรรมพันธุ์:** เช่น มะเร็งเต้านม (ยีน BRCA1, BRCA2), มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Familial Adenomatous Polyposis หรือ Lynch syndrome)
* **ปัจจัยกระตุ้น:** สารก่อมะเร็งจากสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมก็มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดการกลายพันธุ์

#### 8. โรคภูมิแพ้ หอบหืด
* **ความเชื่อมโยงทางกรรมพันธุ์:** หากพ่อแม่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืด ลูกมีโอกาสเป็นสูงถึง 30-50%
* **ปัจจัยกระตุ้น:** สิ่งแวดล้อม (ฝุ่น ละอองเกสร มลภาวะ) มักเป็นตัวกระตุ้นให้แสดงอาการ

### สรุปใจความสำคัญ
ถึงแม้จะมี "กรรมพันธุ์" เป็นตัวเดิมพัน แต่สำหรับโรค NCDs ส่วนใหญ่ **"พฤติกรรม" คือตัวแปรสำคัญที่สุด** ที่จะตัดสินว่าเราจะเป็นโรคเหล่านั้นหรือไม่
* **ตรวจสุขภาพประจำปี:** เพื่อรู้เท่าทันความเสี่ยง (โดยเฉพาะถ้ามีประวัติครอบครัว)
* **ปรับพฤติกรรม:** ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ จัดการความเครียด ไม่สูบบุหรี่ งดแอลกอฮอล์  
โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะตำบล
Status: ยินดีที่ได้รู้จัก
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2016
ตอบ: 24501
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 18:29
[RE: บ่นไร ? คนกินเหล้าก็จ่ายภาษีเหล้าไปแล้วไง คุณก็มีหน้าที่รักษาอยู่ดี]
เม้นในเฟจที่บอกว่าจ่ายภาษีเหล้าไปแล้วรักษาไปเถอะ ถ้างั้นขึ้นภาษีเหล้าให้ครอบคลุมงบรักษาพวกเอ็งทั้งประเทศดีไหม ปัดโธ่
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status: จิ้งจกเสพความเหงา
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Feb 2021
ตอบ: 13915
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Mar 12, 2026 06:27
[RE: บ่นไร ? คนกินเหล้าก็จ่ายภาษีเหล้าไปแล้วไง คุณก็มีหน้าที่รักษาอยู่ดี]
การจัดการเลือดถุงหนึ่งให้ปลอดภัย มันคืออุตสาหกรรมลอจิสติกส์และการแพทย์ขั้นสูงครับ และต้นทุนแฝงมหาศาลมาก

ต้นทุนไม่กี่พันบาทต่อถุงแดง แต่ทะลุหมื่นสำหรับเกล็ดเลือดหรือพลาสม ไม่ใช่ค่าเลือด แต่เป็นค่าProcessing Quality Control ล้วนๆ ครับ

ไหนจะค่าตรวจคัดกรองเชื้อไวรัส (HIV, ซิฟิลิส, ไวรัสตับอักเสบ) ค่าตรวจหมู่เลือดและ Cross-matching ให้ตรงกันเป๊ะเพื่อไม่ให้ผู้รับช็อกตาย

ไหนตู้แช่เย็นควบคุมอุณหภูมิตลอด 24 ชั่วโมง เครื่องปั่นแยกส่วนประกอบเลือดราคาหลักล้าน ถุงบรรจุเลือดแบบพิเศษ ทั้งหมดนี้คือ Fixed Cost ที่ระบบต้องจ่าย ไม่ว่าจะมีคนใช้เลือดหรือไม่ก็ตาม

ในการผ่าตัดใหญ่ที่ใช้ต้นทุนอุปกรณ์และค่ายาไป 2-3 แสนบาท สิ่งที่หายไปจากบิลเรียกเก็บเงินคือ "มูลค่าทางสมองและแรงงานของหมอ"

ในโรงพยาบาลเอกชน ค่า DF ของศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์ในการผ่าตัดใหญ่หลักแสนบาทคือเรื่องปกตินะครับ
แต่ในโรงพยาบาลรัฐ ระบบบังคับให้แพทย์และพยาบาลต้องอุดหนุนราคาให้กับประชาชนผ่านการทำงานล่วงเวลาที่ได้ค่าตอบแทนไม่คุ้มเหนื่อย มันคือการเอาสุขภาพและเวลาชีวิตของบุคลากรมาจ่ายเป็นส่วนลดให้คนไข้

และมันคือรอยรั่วของสวัสดิการรัฐ
เมื่อต้นทุนจริงสูงปรี๊ด แต่รัฐต้องให้บริการแบบแทบจะฟรี เช่น สิทธิบัตรทอง ส่วนต่างมหาศาลนี้ไม่ได้หายไปไหน แต่มันไปตกเป็นภาระของโรงพยาบาลรัฐที่ต้องรับสภาพขาดทุนสะสม และงบประมาณแผ่นดินที่ต้องอัดฉีดเข้าไปอุดรอยรั่วนี้ทุกปี

ไม่มีอะไรฟรี ทุกอย่างมีป้ายราคาติดอยู่เสมอครับ เพียงแต่ว่าบิลนั้นจะถูกส่งไปเก็บที่ใคร หากไม่ใช่เงินในกระเป๋าผู้ป่วย ก็เป็นงบประมาณภาษีของประเทศ หรือไม่ก็เป็นหยาดเหงื่อของคนทำงานด่านหน้าที่ต้องแบกรับระบบ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel