[RE: ปอย ตรีชฎา สนับสนุนชาว LGBTQ+ ใช้ นางสาว นำหน้า]
CaptainMuniain พิมพ์ว่า:
-1-st mir@cle พิมพ์ว่า:
CaptainMuniain พิมพ์ว่า:
นั่งอ่านมานานละ
ทำไมเราดูซีเรียสกับเรื่องอะไรแบบนี้กันจังหว่า
เรื่องนี้ผมโคตรเฉยๆ มึงอยากทำไรทำ ไม่ได้เดือดร้อนไรกูนิ
อยากใช้ก็ใช้ หรือพบกันตรงกลาง ยกเลิกไปเลยก็จบเรื่อง
ผมก็คิดแบบนี้นะ..นานๆจะเป็นคนส่วนน้อยในสังคมนี้ซักที
ผมยังคิดอยู่เลย ว่าทำไมเราดูจะเป็นจะตายกับเรื่องนี้จัง ทั้งที่ไม่ได้เดือดร้อนอะไรเราเลย
ต่อให้มันผ่านขึ้นมาจริงๆ มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
เผลอๆจะโดนข้อจำกัดเพิ่มอีก อย่างเรื่องลงแข่งกีฬาอะไรแบบนี้
จริงนะ ผมว่าเรื่องมันโคตรขี้หมาเลย ทั้งๆที่คนที่ร้องขอเปลี่ยนมันก็ไม่ได้มาร้องขอเปลี่ยนชื่อหน้าเรา ไม่ได้มายุ่งอะไรกับบัตร ปชช.เรา
คือสำหรับผม ไอ้คำนำหน้านี่มันก็แค่สิ่งปรุงแต่งที่มนุษย์มันคิดขึ้นมาอ่ะ การเปลี่ยนมันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้น ตั้งได้ก็เปลี่ยนได้
ไอ้เรื่องที่โคตรยากกว่านี้อย่างแปลงเพศ (นี่แตกหักกับธรรมชาติเลยนะ) ยังผ่านมาได้..เหมือนข้ามภูเขามาได้แล้วแต่ไม่กล้าข้ามกองอึ
แล้วไอ้การเปลี่ยนมันก็ไม่ใช่ว่า พอโอเคตกลง กฏหมายผ่าน ใครต่อใครมันจะไปเปลี่ยนเองเป็นอะไรก็ได้ง่ายๆขนาดนั้น
ยังงัยมันก็ต้องมีขั้นตอน มีเอกสาร มีการจัดเก็บข้อมูล ก็ไม่ต่างจากไปอำเภอเพื่อเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล อะไรจะกลัวโดนหลอกขนาดนั้น
สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นคือการเอาทุกฝ่ายมานั่งคุยกัน ว่าการจะเปลี่ยนเรื่องนี้ มีภาคส่วนไหนกระทบบ้าง หลักๆเช่นฝั่งการแพทย์
ซึ่งมันก็ไม่ได้ตันซะทีเดียว เพราะไอ้บัตรเรามันก็ไม่ได้ระบุข้อมูลการแพทย์ละเอียดขนาดนั้น อย่างคนเป็นเอดส์ ดูแต่บัตรก็ไม่รู้อยู่ดี
ก็ต้องไปดูว่าปัจจุบันใช้วิธีการจัดเก็บข้อมูลพวกนี้ยังงัยให้บุคคลากรทางการแพทย์เข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว เวลาฉุกเฉิน/อุบัติเหตุ
หรือถ้าจะโง่ทุกเรื่องขนาดนั้น ก็ไปดูประเทศอื่นที่เค้าทำไปแล้วก็ได้ อย่างญี่ปุ่นก็เริ่มใช้ My Number (บัตรไม่ระบุเพศ) หมาดๆ
เค้าทำยังงัยเราก็ลองหาวิธีประยุกต์ให้เข้ากับของเรา..ใดๆ คือก็แค่ลองศึกษาก่อน แทนที่จะมาโวยวายหัวชนฝา ประชดประชัน
เข้าทำนองบัตรเขาเราเสือก ซึ่งผมว่าโคตรตลกเลยอ่ะ..เหมือนย้อนไปสมัยก่อน แต่ละยุคก็จะมีคนหัวโบราณที่มักต่อต้านอะไรแบบนี้
สมัยนึงมีเรื่อง ญ แต่งงานแล้วอยากใช้นามสกุลเดิม(และใช้ น.ส.) ก็มีพวกโวยวายเหมือนกัน กลัวโดนคนมีผัวแล้วมาหลอก บลาๆๆๆ
สุดท้ายก็ผ่านมาได้ทั้งนั้น จะยากจะง่ายมันก็ต้องศึกษา แต่คนเราไม่ค่อยเรียนรู้อะไรจากประวัติศาสตร์เท่าไหร่ ขอโวยในสิ่งที่กลัวไว้ก่อน