สถาบันกษัตริย์อังกฤษยเป็นที่รักและเคารพเฉพาะกับคนสูงวัยและนักท่องเที่ยวเท่านั้น
The Wall Street Journal บอกว่า “กษัตริย์ชาร์ลส์มีเรื่องให้กังวลมากกว่าแค่เรื่องของแอนดรูว์” เพราะ “แต่ราชวงศ์อังกฤษไม่ได้ทรงอำนาจอีกต่อไปแล้ว” ความนิยมของประชาชนเสื่อมถอยลง โดยเฉพาะในบรรดาคนรุ่นใหม่ ทุกวันนี้ สถาบันกษัตริย์ยังเป็นที่รักและเคารพเฉพาะกับคนสูงวัยและนักท่องเที่ยวเท่านั้น
อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ถือเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษคนแรกที่ถูกจับกุมในรอบเกือบ 400 ปี ครั้งสุดท้ายคือการจับกุมพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 (องค์ปัจจุบันคือ พระเจ้าชาลส์ที่ 3) ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากเกิดสงครามกลางเมืองที่คร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ 3% ของประชากรในอังกฤษและเวลส์ เพราะมีการประท้วงต่อต้าน แต่แอนดรูว์กลับถูกจับกุมโดยไม่มีการคัดค้านใด ๆ ทั้งสิ้น
“ความแตกต่างก็คือ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 เป็นกษัตริย์ที่มีอำนาจ ในขณะที่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ไม่มีอำนาจ ราชวงศ์อังกฤษรู้ดีว่าสถานะของตนเปราะบาง และสมาชิกในครอบครัวที่สร้างปัญหาอย่างแอนดรูว์ จะต้องถูกขับไล่ออกไปเพื่อปกป้องราชวงศ์”
แรงต่อต้านทางการเมืองต่อสถาบันกษัตริย์ เกิดขึ้นมานานแล้ว @WSJ บอก “การปฏิวัติทางอุดมการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกตะวันตกในทศวรรษ 1960 และกลุ่มผู้ปฏิวัติก็มีอำนาจมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเป็นเหตุผลที่สื่ออังกฤษแสดงความเคารพต่อราชวงศ์น้อยมาก”
เขาว่าคำว่า “deference” เป็นคำที่ฮิตติดหูคนอังกฤษมาก เพราะ “deference” “ความเคารพยำเกรง” ต่อสถาบันกษัตริย์ลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย โดยเฉพาะหลังหตุอื้อฉาวของอดีตเจ้าชายองค์นี้
“และเป็นเหตุผลที่ผลสำรวจของ #YouGov ในเดือนมกราคม 2026 พบว่ามีเพียง 42% ของคนอายุ 18-24 ปีเท่านั้นที่เห็นด้วยว่าสถาบันกษัตริย์นั้น “ดีต่อสหราชอาณาจักร” “good for Britain”
ราชวงศ์อังกฤษก็พยายามฟื้นฟูความนิยมและความจงรักภักดี ด้วยการสนับสนุนประเด็นที่ก้าวหน้าต่างๆ รวมถึงสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจิต กษัตริย์ชาร์ลส์มักแสดงความคิดเห็นเชิงบวกเกี่ยวกับความหลากหลาย และการสนทนาระหว่างศาสนา ทั้งยังทรงเชิญผู้นำทางศาสนาที่ไม่ใช่คริสเตียนเข้าร่วมในพิธีราชาภิเษก แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ไม่เร้าใจประชาชนมากพอ
ที่แย่กว่านั้นคือ ความพยายามที่จะเอาใจกลุ่มก้าวหน้าเหล่านี้ ทำให้คนหนุ่มสาวชาวอังกฤษฝ่ายขวาจำนวนมากไม่พอใจ ในจดหมายข่าวที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนหนุ่มสาววัย 20 กว่า ๆ ที่ทำงานในแวดวงราชการเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้กล่าวถึงกษัตริย์ว่าเป็น “The Rancid Woke Charlie.” “ชาร์ลีที่โวกและเน่าเฟะ”
และการเปลี่ยนแปลงทางประชากรไม่เป็นคุณกับราชวงศ์เลย โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ในปี 2023 ผู้ตอบแบบสอบถามที่มีอายุมากกว่า 65 ปี 77% บอกกับ YouGov ว่า พวกเขาเชื่อว่าสถาบันกษัตริย์นั้น “ดีต่อสหราชอาณาจักร” ในขณะที่ชาวอังกฤษกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อยอายุ 18-24 ปี เพียง 19% เท่านั้นที่เชื่อแบบเดียวกัน
เมื่อคำนึงว่าเกือบครึ่งหนึ่งของเด็กที่เกิดในสหราชอาณาจักรในปี 2024 มาจากครอบครัวกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย ความสนับสนุนสถาบันกษัตริย์จึงมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างรวดเร็ว และลดลงมากขึ้นในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า
น่าสงสารราชวงศ์อังกฤษเสียจริง ทำไมไม่เข้มแข็งเหมือนราชวงศ์ของเรา ถถถ
https://www.wsj.com/.../king-charles-has-more-than-andrew...