(เรื่องเล่า) ค้างต่างจังหวัด 1
This is a true story
ผมลังเลอยู่นานว่าจะเล่าดีไหม เพราะเรื่องมันดูไม่น่าเชื่อ แต่ตอนนี้มันคาใจมาก
เรื่องเกิดเมื่ออาทิตย์ก่อน
ผมกับเพื่อนอีก 2 คน ชื่อชินกับโบ๊ท ไปเที่ยวตัวจังหวัดกัน ขับรถไปกันเอง กะว่าไปพักผ่อน กินเหล้า นอนโรงแรมชิล ๆ แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นค่อยกลับ
คืนแรกก็ปกติดี
เราเช็คอินโรงแรมประมาณหกโมงเย็น ห้องพักก็ธรรมดา เตียงสามเตียง ทีวีเล็ก ๆ ระเบียงมองเห็นถนนด้านล่าง ไม่มีอะไรผิดปกติ
ประมาณสองทุ่มก็เริ่มตั้งวงกินเหล้า
ตอนแรกก็เฮฮาตามประสา เพิ่งเลิกงาน เครียด ๆ กันมาทั้งนั้น
แล้วจู่ ๆ โบ๊ทก็หยิบขวดแก้วเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋า
เป็นขวดใส ๆ ขนาดเท่านิ้วโป้ง มีของเหลวขุ่น ๆ ข้างใน
มันพูดติดตลกว่า
“ยาตัวใหม่ โคตรเมา ลองไหม”
ผมกับชินปฏิเสธทันที
พวกเราไม่เล่นยา ไม่เคยยุ่งด้วย โบ๊ทก็หัวเราะ บอกแค่ล้อเล่น เก็บขวดกลับเข้ากระเป๋า
ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรเลย
หลังจากนั้นเราก็กินกันต่อ
แต่จำได้แค่ว่า... เมามาก แบบมากกว่าทุกครั้งในชีวิต
ทั้งที่ปริมาณเหล้าก็ไม่ได้เยอะกว่าปกติ
ภาพมันเริ่มตัด ๆ
เสียงเพื่อนคุยเหมือนอยู่ไกล
หัวหมุน คลื่นไส้ แล้วหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลย
ผมตื่นมาอีกที… อยู่กลางป่า
ตอนลืมตาขึ้นมา ผมนึกว่าฝัน
พื้นข้างล่างเป็นดินชื้น ๆ มีใบไม้แห้ง กลิ่นเหม็นอับของป่า
ท้องฟ้าเหนือหัวเป็นสีเทา ๆ เหมือนใกล้สว่างหรือใกล้มืด
ผมแยกเวลาไม่ออก ปวดหัวเหมือนจะแตก
ตอนแรกผมคิดว่าตัวเองยังเมา
แต่พอพยายามตั้งสติ ผมรู้เลยว่ามันไม่ใช่โรงแรมแน่นอน
ผมเดินเซ ๆ ไปข้างหน้าได้ไม่กี่สิบเมตร ก็เห็นชินกับโบ๊ทนอนอยู่ใกล้ ๆ กัน
เสื้อผ้าพวกเรายังเป็นชุดเมื่อคืน
รองเท้าก็ยังอยู่ครบ แต่สภาพเลอะดินหมด
ผมเขย่าตัวชินก่อน มันค่อย ๆ ลืมตา
โบ๊ทตื่นทีหลัง ทุกคนปวดหัวหนักมาก เหมือนโดนอะไรบางอย่างกดทับทั้งคืน
พอเริ่มตั้งสติได้ โบ๊ทก็หน้าซีด แล้วมันพูดเบา ๆ ว่า
“กูใส่ยาในเหล้า…”
ตอนนั้นผมโมโหมาก
ชินก็ด่ามันเละ ว่าแม่งคิดอะไรอยู่ ทำไมต้องแอบใส่
โบ๊ทบอกมันแค่อยากให้เมาแรง ๆ ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้
แต่คำถามคือ
จากโรงแรมในตัวจังหวัด
เรามาอยู่กลางป่าได้ยังไง
รถอยู่ไหน
ใครพามา
หรือเราขับรถมาเอง
ไม่มีใครตอบได้
เราตัดสินใจเดินสำรวจรอบ ๆ
ป่าค่อนข้างทึบ แต่ไม่ใช่ป่าลึกมาก มีทางเหมือนคนเคยเดินผ่านบ้าง
เดินไปสักพักก็เจอป่าช้าเก่า ๆ
เป็นหลุมดินพูน ๆ ไม่มีป้าย ไม่มีชื่อ หลายหลุมเรียงกันเงียบ ๆ
ลมตอนนั้นเย็นผิดปกติ
ทั้งที่อากาศก่อนหน้านี้ร้อนมาก
ไม่มีใครพูดอะไร
เรารู้สึกเหมือนกำลังรบกวนที่ของใครบางคน
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้
แดดเริ่มอ่อนลง ท้องฟ้าออกสีส้ม ๆ
ตอนนั้นเราเริ่มกลัวจริง ๆ
เพราะถ้ามืดแล้วหาทางออกไม่เจอ ป่ามันไม่ใช่ที่ที่ควรอยู่
แล้วเราก็เห็นอะไรบางอย่างอยู่ไกล ๆ
เหมือนยอดหลังคาโผล่พ้นต้นไม้
เราวิ่งเกือบจะทันที
พอเข้าไปใกล้ ก็เห็นว่าเป็นวัดเก่า
กำแพงแตกร้าว ศาลาไม้ผุ ๆ โบสถ์หลังเล็ก มีต้นโพธิ์ใหญ่ขึ้นข้าง ๆ
ไม่มีพระ
ไม่มีเสียงคน
ไม่มีแม้แต่รอยธูปใหม่
มันเป็นวัดร้างกลางป่า
พระอาทิตย์ตกพอดีตอนที่เราก้าวเข้าไปในลานวัด
พวกเรามองหน้ากัน
ไม่มีใครอยากอยู่กลางป่า แต่ก็ไม่มีทางเลือก
เราตัดสินใจพักที่ศาลาวัดร้างคืนนั้น
ตอนนั้นผมยังไม่รู้เลยว่า
คืนนั้นจะเป็นคืนที่ทำให้ผมไม่กล้านอนเปิดไฟมาจนถึงวันนี้
Spoil
แค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยว 2-3 วันนี้มาต่อ