ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
แข้งบุนเดสลีกา
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 Jul 2010
ตอบ: 7784
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Feb 20, 2026 05:42
Chinamaxxing’ หรือการอยากเป็นคนจีน
ช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา ตั้งใจจะเขียนประเด็นเกี่ยวกับเรื่องคนที่ไม่ได้มีเชื้อสายจีนแต่พยายามจะไหว้ตรุษจีนกับเขาด้วย
แล้วมาเจอบทความนี้พอดีก็เลยเอามาแชร์ไปด้วยเลยละกันว่าที่ต่างเพศก็มีประเด็นนี้เหมือนกัน

ผมโตมาจากต่างจังหวัดมาจากจังหวัดนึงทางอีสานที่ติดชายแดนติดแม่น้ำโขงได้รับวัฒนธรรมมาจากคนญวนคนจีน-เวียดนามมาแบบเต็มๆ ย้อนไปตอนตั้งแต่เด็กจนโตก็เห็นคนจีนหรือคนเวียดนามเชื่อสายจีนไหว้หรือฉลองตรุษจีนกัน แต่ไม่เคยเห็นคนไทยคนไทยแท้ๆคนอีสานแท้ๆอินกับเทศกาลนี้เท่าไหร่

จนมาเรียนกรุงเทพฯเมื่อ 20 ปีที่แล้วจำได้ว่าตรุษจีนก็จะมีแต่คนจีนที่ไหว้กัน ตามตลาดก็อาจจะคึกคักกว่าที่อีสานนิดหน่อย

แต่มาสังเกตอะไรแปลกๆตอนไปทำงานที่แถวๆนครปฐม ก็เป็นงานโรงงานปกติทั่วไป ไปเจอว่าช่วงตรุษจีนพวกพี่ๆ พนักงานที่ดูหน้าตาแล้วน่าจะคนไทยแท้ๆไม่ได้มีเชื้อสายจีน พอถึงวันไหว้ส่วนหนึ่งก็จะลาบางส่วนก็สลับกะบางส่วนลาครึ่งวันโดยให้เหตุผลว่าต้องไปไหว้ตรุษจีน ตอนนั้นผมยังเป็นเด็กน้อยไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรเกี่ยวกับเรื่องการจัดกะหรือ performance ก็ก็ถามพี่ๆแกหลายคนส่วนใหญ่ก็บอกว่าไม่ได้เป็นคนจีนแต่อยากไหว้ด้วย ซึ่งเอาจริงๆก็ไม่ได้ไหว้บรรพบุรุษแต่จะฉีกมาเป็นไหว้ศาลพระภูมิหรือไหว้แม่ย่านางรถทั้งรถยนต์รถมอเตอร์ไซค์กระบะซิ่งอะไรก็ว่าไป

เท่าที่ไปทำงานมาหลายที่ทั้งภาคกลางภาคอีสานในกรุงเทพฯ ผมพบว่าคนภาคกลางที่เป็นคนไทยแท้ๆอินหรือไหว้กับตรุษจีนมากกว่าคนอีสานหรือคนกรุงเทพฯ
แบบเคสผู้ใหญ่บ้านที่สุพรรณบุรีที่ยิงปืนแล้วโดนจับไปล่าสุดนี่แหละ แกไม่ได้มีเชื้อสายจีนอะไรกับเขาเลยแค่พอถึงตรุษจีนแกก็ไหว้ศาล ไหว้พ่อแก่ ไหว้พ่อปู่อะไรของแกไปเรื่อย .... แล้วคงมันมือยิงปืนโชว์เลยละกัน

เพื่อนผมที่เรียนมาด้วยกันหรือที่โตมาจากต่างจังหวัดด้วยกัน ถ้าคนที่เข้ามาทำงานในภาคกลางหรือปริมณฑล หรือนิคมอุตสาหกรรม ก็จะซึมซับวัฒนธรรมนี้เข้าไปด้วย ปัจจุบันผมเห็นเพื่อนที่ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำงานมีบ้านช่องของเอง จากเดิมที่ครอบครัวหรือพ่อแม่ไม่ได้ไหว้ตรุษจีน เพื่อนๆผมก็เหมือนเป็นคนตั้งต้นของสายตระกูลตัวเองในการเริ่มไหว้เป็นของตัวเอง อารมณ์ว่าสร้าง legacy ใหม่ของตัวเอง ให้มีความเป็นจีนหน่อยนึง


แล้วดันมาเจอบทความนี้ว่าที่ต่างประเทศก็มีอารมณ์ประมาณนี้เหมือนกัน เลยเอามาแชร์กันดูครับ

เครดิต BrandThink
อ้างอิงจาก:
SOCIETY: มาเป็น ‘คนจีน’ กันเถอะ! เมื่อ ‘Chinamaxxing’ หรือการอยากเป็นคนจีน กำลังเป็นไวรัลหมู่คนตะวันตก
.
ใครที่ไถฟีด TikTok ในช่วงนี้ อาจได้เห็นเทรนด์ของวัยรุ่นตะวันตกนั่งจิบน้ำอุ่นผสมแอปเปิลสไลซ์ สวมรองเท้าสลิปเปอร์เดินในบ้าน รวมไปถึงการออกกำลังกายเพื่ออายุยืนยาว พร้อมติดแฮชแท็กอย่าง #newlychinese (กลายเป็นคนจีนคนใหม่)
.
เทรนด์ที่ว่านี้เรียกว่า ‘Chinamaxxing’ ที่ครีเอเตอร์ฝั่งตะวันตกหันมาโอบรับวิถีชีวิตและธรรมเนียมแบบจีนแบบเต็มที่ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดู ‘เท่’ และ ‘สงบ’ ทำให้ความ ‘เป็นจีน’ ได้กลายเป็นรสนิยมกระแสหลัก โดยนักวิเคราะห์มองว่านี่คือ ‘Perfect Storm’ ที่เกิดจากการบรรจบกันของหลายปัจจัย
.
1 - โลกแฟชั่นและไลฟ์สไตล์กำลังหมุนกลับไปสู่ยุค 90s ซึ่งเป็นยุคที่วัฒนธรรมจีนเคยมีอิทธิพลอย่างสูงในตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นชุดกี่เพ้าหรือการเริ่มศึกษาการแพทย์แผนจีนในมหาวิทยาลัย
.
2 - The Trump Effect ความวุ่นวายทางการเมืองในสหรัฐฯ ได้สร้างความรู้สึกไม่มั่นคงและความผิดหวังให้กับคนรุ่นใหม่ จนเกิดการโหยหาอคติรวมหมู่แบบจีน ที่เน้นความสัมพันธ์ของชุมชนและครอบครัว
.
3 - โลกโซเชียลเต็มไปด้วยวิดีโอเทคโนโลยีสุดล้ำ รถไฟความเร็วสูง และความก้าวหน้าของ AI ในจีน สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนการรับรู้ของชาวตะวันตกและมองว่าจีนคือตัวแทนของอนาคต
.
4 - การแพทย์แผนจีน และกิจวัตรที่เน้นการปรับตัวตามฤดูกาล สอดคล้องกับกระแสสุขภาพที่ต้องการลดการพึ่งพายาแผนปัจจุบันและอาหารแปรรูป การต้มแอปเปิลหรือการชงชาสมุนไพร จึงเปรียบเสมือนการกลับไปหาธรรมชาติที่ชาวตะวันตกโหยหา
.
แต่ปัจจัยที่ทำให้ Chinamaxxing นั้นอาจเป็นมากกว่ากระแส คือการรุกคืบของ ‘Xiaohongshu’ (หรือ RedNote) แอปพลิเคชันไลฟ์สไตล์ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่เฉพาะของคนจีน แต่กลับได้รับความนิยมสุดๆ ในหมู่ชาวอเมริกันเมื่อปีที่ผ่านมา
.
สาเหตุที่มันต่างจากแอปอื่นๆ ของจีนอย่าง WeChat หรือ Weibo เพราะมันเปิดผู้ใช้งานทั่วโลกเพียงแค่มีเบอร์โทรศัพท์ ทำให้เข้าถึงวิถีชีวิตแบบจีนได้ง่ายขึ้น และนำไปสู่การผลิตซ้ำคอนเทนต์ได้อย่างรวดเร็ว
.
อย่างไรก็ตามชาวจีนบางส่วนยังรู้สึกกังวลกับเทรนด์ Chinamaxxing ค่อนข้างมาก ทั้งประเด็นที่ว่าสิ่งเหล่านี้อาจกลายเป็นการสร้างภาพจำแบบเหมารวม (เพราะไม่ใช่คนจีนทุกคนที่จะมานั่งจิบชาหรือซุปร้อนๆ ทุกวัน)
.
และยังมีรายงานจาก BBC ระบุว่าเนื้อหาที่เป็นไวรัล มักนำเสนอเพียงภาพลักษณ์ที่สวยงามและสะดวกสบาย แต่กลับละทิ้งประเด็นแง่มุมอื่นๆ ในจีน ไม่ว่าจะเป็นอัตราการว่างงานของคนหนุ่มสาวที่สูงกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ แรงกดดันมหาศาลจากวัฒนธรรมการทำงาน หรือแม้แต่บริการต่างๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยแรงงานในระบบเศรษฐกิจ ผ่านการรับจ้างที่ต้องทำงานอย่างหนัก
.
วาเนสซา ลี (Vanessa Li) ครีเอเตอร์ชาวออสเตรเลียเชื้อสายจีน ตั้งคำถามที่น่าสนใจว่า เมื่อวัฒนธรรมจีนถูกลดทอนลงเหลือเพียง ‘ความสวยงามเพื่อการบริโภค’ เช่น การสวมรองเท้าสลิปเปอร์หรือชุดถังเพียงเพื่อให้ได้ยอดเอนเกจ คุณค่าที่แท้จริง และประวัติศาสตร์นับพันปีจะยังหลงเหลืออยู่หรือไม่?
.
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ว่าคนเชื้อสายจีนที่เติบโตในตะวันตก หลายคนเคยมีประสบการณ์การเหยียดเชื้อชาติในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 การที่สิ่งเดิมเหล่านั้นจู่ๆ กลายเป็นเรื่อง ‘เท่’ เพียงเพราะคนขาวนำมาทำเป็นเทรนด์ จึงสร้างความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งรู้สึกได้รับการยอมรับและรู้สึกว่าวัฒนธรรมของตนกำลังกลายเป็น ‘สิ่งที่ใช้แล้วทิ้งได้’ เมื่อเทรนด์ใหม่มาถึง
.
ณ ตอนนี้ เราจึงอาจต้องเฝ้าดูกันต่อไปว่าเทรนด์ Chinamaxxing จะเป็นเพียงกระแสที่ผ่านมาแล้วผ่านไป ตามธรรมชาติของโลกโซเชียลมีเดีย หรือมันอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนในการทำความเข้าใจทางวัฒนธรรมของกันและกันก็เป็นได้
.
#SOCIETY #BrandThink #CreativeChange
#Empowering #Diversity #PositiveImpact  
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
Support,Believe,Respect = LOVE
ออฟไลน์
Onion Member
Status: Ola..
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 15 Sep 2005
ตอบ: 19283
ที่อยู่: Ola~
โพสเมื่อ: Fri Feb 20, 2026 06:04
[RE: Chinamaxxing’ หรือการอยากเป็นคนจีน]
เขาเรียก "ไหว้ผี" ก็เลย อาศัย ช่วงตรุษจีน ไหว้ไปด้วยเลย แต่ไม่มี จุดปะทัด นะ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
แผล่บๆ เรื้อนๆ ปั้มเรป วู้ววว !!!
ออนไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 4721
ที่อยู่: BKK Thailand.
โพสเมื่อ: Fri Feb 20, 2026 07:33
[RE: Chinamaxxing’ หรือการอยากเป็นคนจีน]
คนอยู่รวมกันมันก็ผสมๆกันนี่แหละครับ ขึ้นกะว่าแถวไหนมากแถวไหนน้อย.
เคยทำงานกะฝรั่งแล้วเขาให้เราหยุดเกิน 10 วันเพราะมันเป็นคริสมาสอีฟลากไปปีใหม่.
ผมบอกไม่ได้คริสน้อ เขาบอกว่าผู้บริหารให้หยุดหมดเพราะจะกลับบ้าน ถ้ารู้สึกแปลกคืนวันที่ 24 ก็ไปโบสถ์แบบเขาหน่อยละกัน.
ผมก็ Ok จัดไป.
ก็เลยลองไปดูครับ ไปโบสถ์ที่เพชรบุรี บอกเขาตรงๆว่าขอมาดูพิธี เขาก็จัดให้นั่งมุมด้านหลังดูอย่างเดียวครับ.
ต้อนรับอบอุ่นดีเลย มีขนมให้นิดหน่อยด้วยครับ.

แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ไปอีกครับ มันเกรงใจแปลกๆ.
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel