[RE]ศาลฎีกาพิพากษากลับ! จำคุก 2 ปี 8 เดือน ผู้สมัคร สส. มหาสารคาม พรรคประชาชน
MarkZuckerberg พิมพ์ว่า:
WaiSoSerious พิมพ์ว่า:
MarkZuckerberg พิมพ์ว่า:
ตอบ จขกท เผื่อจะไม่รู้ว่าทำเม้นบนถึงบอกแปลก
2 ศาลบอกไม่ผิดมาพลิกฎีกาแม่งยิ่งกว่าแปลก เหมือนโปเกม่อนตัว rare ออกอะ

แล้วแพ้ 2 ศาลมายื่นฎีกาแล้วศาลรับฎีกานี่ยิ่งยากกกกกแม่งต้องผ่านหลายด่านมาก ต้องมีเหตุผลอันควรจริงๆไม่ใช่แค่ขอให้ไต่สวนอีกรอบเฉยๆแล้วก็มีคนระดับสูงรับรองอีก ยิ่งมาเกิดกับคดีเล็กๆไม่ใช่ระดับประเทศยิ่งแล้วใหญ่ ยิ่งมาเกิดช่วงนี้กลับพรรคที่กำลังโดนรุม แล้วจะไม่ให้คนเค้าสงสัยในกระบวนการยุติธรรม
ผมจะเล่าในมุมมองของผมนะครับ พอดีทราบจากบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีมาบ้าง
ที่ท่านบอกว่ากว่าที่ศาลฎีกาจะสั่งรับฎีกาได้ต้องผ่านหลายด่านเนี่ย ไม่ถูกเสมอไปนะครับ
คดีนี้ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างพิพากษายกฟ้อง ตามกฎหมายจะยื่นฎีกาได้ต่อเมื่อ คู่ความร้องขอผู้พิพากษาชั้นต้นหรืออุทธรณ์ ที่เคยตัดสินคดีนี้ หรืออัยการสูงสุด รับรองฎีกา เพื่อขอให้ศาลฎีกาตัดสินต่อ
ซึ่งทราบว่าในคดีนี้ผู้พิพากษาที่เคยตัดสินในคดีนี้มาแล้ว (ไม่แน่ใจว่าชั้นต้นหรืออุทธรณ์) รับรองให้ผู้เสียหายฎีกาได้ (คดีนี้ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับอัยการ จึงมีสิทธิ์อุทธรณ์และฎีกาได้) คดีนี้อัยการไม่ได้ฎีกาครับ ผู้เสียหายยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ผู้พิพากษารับรองให้ฎีกา
และการที่ผู้พิพากษารับรองให้ฎีกา ถ้าคดีมีอัตราโทษสูง + เป็นคดีศาลยกฟ้องเพราะเหตุสงสัย (หมายถึงหลักฐานโจทก์ยังก้ำกึ่งว่าจำเลยผิดหรือไม่) ก็เป็นเรื่องปกติ ที่จะมีการรับรองให้สู้ต่อที่ชั้นฎีกาครับ
ถ้าว่าเป็นเรื่องปรกติ (ไม่ rare) ลองคิดดูว่ามีกี่คดีประมานนี้รับรองให้ฎีกา หลังจากแพ้ 2 ศาล ผมไม่ได้บอกว่าศาลทุจริตนะ แต่ผมบอกว่ามัน rare เหมือนคุณเจอโปเกม่อนหายากอะ กับคดีแค่นี้ scope ประมาณนี้มันมีอะไรให้พลิกฎีกาหลังจากแพ้ 2 ศาลอะไรผมก็อยากจะรู้เหมือนกัน ใครอ่านสำนวนแล้วมาบอกผมทีละกัน
คือท่านต้องเข้าใจครับว่าผ่าน 2 ศาลสืบพยานสืบคดีหาหลักฐานกันมา 5-6 ปี+ แล้วมันแทบไม่มีทางมีหลักฐานอะไรโผล่มาใหม่หรือการสืบสวนเปลี่ยนได้แล้วครับ เพราะฉะนั้นเหตุผลที่รับฎีกามันต้องเป็นอะไรอย่างอื่นที่ไม่ใช่หลักฐานใหม่หรือเกี่ยวกับการสืบคดีแล้ว มันน่าจะเป็นอะไรที่เป็นในแง่เกี่ยวกับดุลพินิจมากกว่าแบบผู้พิพากษาศาลฎีกาเห้นว่า 2 ศาลเข้าใจหรือตีควาวามอะไรผิดสักอย่าง แบบสมมุติดองกันจริงๆแต่ 2 ศาลดูหลักฐานแล้วมีความเห็นว่าสมยอม แต่ฎีกาดุลพินิจดันคิดว่าแบบนี้มันไม่ได้เต็มใจอะไรงี้
เอิ่ม คือตรง ๆ นะครับ คดีนี้ผมว่ามันไม่ได้แปลกเลย ผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้หญิงที่แพ้คดีนี้ เขาขอให้ผู้พิพากษารับรองเพื่อให้ว่ากันต่อที่ศาลฎีกา ท่านเป็นผู้พิพากษาท่านจะรับรองไหมครับ หรือท่านจะบอกว่าจบกันแค่ศาลอุทธรณ์ ไม่ต้องไปกันต่อที่ศาลฎีกา ก็ได้ ทั้งที่ เรามีศาลฎีกา เป็นศาลสูงสุด
เรื่องนี้ ความเห็นผม ผมเชื่อว่าก็ต้องมีประเภทผู้พิพากษาที่อยากรับรองให้ฎีกา ว่ากันต่อที่ศาลสุดท้ายให้สุด ๆ ไปกันเลยตามลำดับชั้นศาล (ตามผู้เสียหายต้องการ) มันเลยไม่แปลกแหวกแนวเท่าไรอะครับ พวกคำพิพากษาศาลฎีกาอื่นที่ผมเคยอ่านมาคดีโทษเบากว่านี้ ก็ยังผู้พิพากษารับรองให้ฎีกาได้เลยครับ
ที่ท่านบอกว่าการรับรองให้ฎีกามันหายากมากก ผมเลยจะบอกว่ามันไม่ได้หายากมากขนาดนั้นจริง ๆ
แล้วปกติศาลฎีกาตัดสินอะครับ เขาไม่ได้ตัดสินจากพยานหลักฐานใหม่ หรือมีการสอบสวนใหม่ หรือมีหลักฐานอะไรโผล่มาครับ เขาก็อาศัยหลักฐานจากที่โจทก์นำพยานเข้าสืบที่ศาลชั้นต้นอะครับ ศาลไม่น่าจะสั่งไปอัยการสอบสวนใหม่ได้ด้วย
แล้วที่ท่านบอกว่าการรับรองฎีกา มันต้องเป็นอะไรอย่างอื่น ที่ไม่ใช่หลักฐานใหม่หรือเกี่ยวกับสืบคดี ก็ใช่ไงครับ การรับรองหรือไม่รับรอง มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมีหลักฐานใหม่โผล่มา หรือสืบสวน สอบสวนใหม่ เพราะศาลฎีกาจะฟังหลักฐานที่ว่าสืบพยานกันมาแล้วในศาลชั้นต้น (จริง ๆ อำนาจสอบสวนน่าจะหมดแล้ว เพราะอัยการยื่นฟ้อง) และการฎีกา รวมถึงการรับรองฎีกา มันไม่ใช่การร้องขอรื้อฟื้นคดีใหม่ คนละเรื่องกัน
การรับรองไม่รับรอง เป็นดุลพินิจของผู้พิพากษาที่ตัดสินมาแล้วว่าควรส่งต่อให้ศาลฎีกา ตามคำร้องผู้เสียหายหรือไม่อะครับ
ผมย้ำอะครับว่า ผู้พิพากษาที่รับรองก็คือท่านที่ยกฟ้องจำเลยไงครับ คดีอาญา ศาลฎีการับรองเองไม่ได้
ผมไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดนะครับ แต่แค่อยากตอบในฐานะคนที่เรียนจบด้านกฎหมาย และเคยทำงานกับอัยการ ทนายมาก่อนจริง ๆ
แต่ผมไม่ได้ว่าท่าน ที่ท่านสงสัยนะครับ เข้าใจๆ ผมเองก้อยากอ่านคำพิพากษานี้ แต่คดีข่มขืนไม่แน่ใจว่าเขากลัวผู้เสียหายได้รับผลกระทบรึเปล่า เลยยังไม่เปิดเผย (เดา)