+มุมที่ถูกลืม สรุปง่ายๆทำไมพลังเงียบไม่ซื้อส้ม
บทวิเคราะห์นี้ผมเขียนจากความเป็นจริงที่เห็น โดยพยายามตัดความชอบส่วนตัวออกไป อยากชวนทุกคนลองเปิดใจดูรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของ 'พลังเงียบ' ทั่วประเทศ ว่าทำไมผลลัพธ์ถึงออกมาเป็นแบบนี้ เพราะสถานการณ์ของความคิดคนไทยมันไม่สามารถมาสรุปว่า โง่ เลว หรือ ทุนเทา ง่ายๆอย่างงั้นได้ มันมีรายละเอียดภาพในเล็กๆน้อยๆที่ส่งผลต่อ voter พลังเงียบทั่วประเทศได้ และผมมาบอกให้ฟังว่าทำไมกลุ่มพลังเงียบส่วนนึงทั่วประเทศถึงโหวตแบบนี้ในวันนี้
ด้านสำคัญๆภายนอกที่มีส่วนทำให้คะแนนหายไป
-
ยกมืออนุทิน --> นี่คือเปิดใหญ่แผลที่ 1 --> คนหลายสัดส่วนที่กาส้มรอบที่แล้ว ไม่เข้าใจ/ไม่เห็นด้วยกับ move นี้ ทำให้กลับไปกาพรรคเดิมหรือมองหาพรรคใหม่
-
สงครามชายแดน --> กรีดแผลทางยาวหลายแห่ง --> นำมาซึ่งกระแสรักชาติ ซึ่งเข้าใจง่าย อารมณ์มาเต็ม มีอิมแพคสูง บวกกับการเข้าพรวดหลายครั้งของสส.พรรคส้มที่ขาดความละเอียดทางการสื่อสารทั้งด้านจังหวะและวิธีการ ทำให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมนำมาเล่นได้หลายกระบวนท่า แม้จะเป็นกระบวนท่าบ้านๆ แต่ย้ำจุดเดิมได้ผลสูงขึ้น
-
เปลี่ยนแปลงเร็ว แต่ไม่คอนเนคกับคนท้องถิ่น --> ในจังหวะกระแสรักชาติที่ทวีคูณ การเปลี่ยนแปลงภายในของพรรคส้มก็ทำให้ปชช.ทั่วไปตามไม่ทันและไม่สามารถอินในตัวบุคคลที่ส้มนำมาเสนอได้อย่างรวดเร็วพอ ตรงกันข้ามกับความเคลือบแคลงใจที่มาพร้อมๆกับคอนเท้นชังชาติที่เกี่ยวข้องกับพรรคส้มที่เข้าใจได้ง่ายและสะเทือนอารมณ์ ถูกนำมาสรุป ย่อยข้อมูลเป็นนิทาน และเป็นแรงผลักดันทางอารมได้อย่างสมบูรณ์
ด้านสำคัญๆภายในที่มีส่วนทำให้คะแนนหายไป พยายามสรุปสั้นๆ
-
ปรับการทำงานภายใน --> พยายามปรับให้สู้กับระบบดีขึ้น บางอย่างดีขึ้น แต่ต้องแลกมาด้วยความเชื่อมั่นและแรงผลักดันจากภายในพรรคที่ด้านนอกสังเกตุเห็นได้ยาก แต่คนติดตามจริงจังจะพอเห็นได้บ้างว่าไฟมันสาดส่องไม่ทั่วถึงพอ บางจุดแรงไปบางจุดเบาไป
-
จุดที่ลุกโชนมันสว่างจ้าแต่มันร้อนแสบตาคนนอกเหลือเกิน --> สส.พรรคส้ม นาทีนี้ถามชาวบ้านทั่วไป เขาจะนึกถึงใคร คุณรู้ๆกันว่ามีแค่ชื่อไม่กี่คน แต่แต่ละคนที่นึกถึงในหัวคือมาดดุดันรุนแรงไม่ยิ้มแย้ม เป็นพลังงานลบ เพราะเห็นหน้าในข่าวในฟีดแต่ละทีคือเรื่องที่โมโหมาแต่ไกล เรื่องที่ต้องทำความเข้าใจ ต้องหาความจริง ต้องคิดวิเคราะห์ ต้องอินไปด้วย มันไม่ง่ายสำหรับกลุ่มพลังเงียบหลายล้านเสียงที่ต้องมาเสพสื่อสไตล์นี้ มันไม่สื่อสารกับเขา มันไม่ใช่พลังบวก ไม่ใช่พลังที่เป็นมิตรเสมอไป
นำพามาด้วยด้านสำคัญที่สุดที่ทุกคนอาจจะลืมได้
- คนเรามันปฏิบัติตามหลักจิตวิทยาพื้นฐานเสมอ
--> ที่จริงมันมีให้อธิบายเยอะมาก แต่ขอสรุปคร่าวๆตามนี้ ลองถกลงรายละเอียดกันดูเอง
--> first impression(ความประทับใจแรกเห็น)ของผู้นำ ตรงกับด้อมส้มในระยะยาวที่ผ่านมาหรือเปล่า เพราะ..
--> mood&tone ของผู้คนในองค์กรและด้อมส้มโดยรวม ส้มในโลกโซเชียลและโลกจริงมีลักษณะสำคัญที่จิตใต้สำนึกจดจำได้ไม่ยาก คือ ไม่โอนอ่อน ไม่มีวัยวุฒิ ไม่มีสัมมาคารวะโดยพื้นฐานต่อผู้อื่น ขี้เหยียดผู้อื่นที่เห็นต่างกับตน อยากเปลี่ยนแปลงจนน่ากลัว สื่อสารกระด้างฟังเข้าใจยาก เน้นข้อมูลและกฏเกณฑ์เกินไป ไม่สื่อสารกับใจหรือความรู้สึกตน ไม่มี positive peak impression (ภาพจำเชิงบวก) สุดท้ายพลังงานโดยรวมไม่เชื่อมโยงกับผู้นำส้มที่มีท่าทีเป็นมิตร ใจเย็น --> ภาพขัดแย้งกันภายใต้จิตสำนึก --> เกิดความไม่เชื่อใจในส้มองค์รวม
--> ego ถูกเหยีบย่ำในหลายๆจังหวะหลายๆมุมอย่างสม่ำเสมอทั้งทางตรงทั้งทางอ้อม ทั้งในฟีดและนอกฟีด -->
เรื่องของ ศักดิ์ศรี และ หน้าตา สำคัญมาก การที่กองเชียร์บางกลุ่มแสดงออกว่าฉลาดกว่า หรือไปด้อยค่าคนที่เห็นต่าง ทำให้คนทั่วไปรู้สึกเหมือนโดนดูถูกโดยไม่รู้ตัว สุดท้ายเขาจึงเลือกที่จะไม่สนับสนุนผู้นำของกลุ่มนั้น เพราะความรู้สึกไม่ปลอดภัยทางใจ
**ที่บอกว่ามันสำคัญก็เพราะคนกลุ่มนี้มิได้ใช้ชีวิตที่เอื้อให้สามารถติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของประเทศเราได้ อาจจะเป็นเพราะ วิถีการใช้ชีวิต อาชีพ พื้นฐานครอบครัว ความชำนาญ และความเชื่อที่สั่งสมมามันไม่เอื้อกับอินเตอร์เน็ตยุคปัจจุบัน จุดใดจุดหนึ่งหรือทุกจุดก็เป็นได้ พวก
กลเม็ดจิตวิทยาพื้นฐานที่เล่นกับจิตใต้สำนึกจึงมีส่วนสำคัญที่สุดและเวิร์คที่สุดเสมอ ถ้าส้มไม่เข้าใจเรื่องนี้ ไม่สนใจกลุ่มนี้ ไม่สื่อสารกับคนกลุ่มนี้ให้ถูกวิธี คุณก็จะไม่มีวันได้voterกลุ่มนี้มาร่วมอุดมการณ์ เพราะมันไม่สำคัญว่าอุดมการณ์ของคุณคืออะไร คิดง่ายๆว่าถูก inception(การปลูกฝังความคิด) ไปแล้วทีละนิดวันละนิด กระบวนการความคิดมันจะถูกบิคตามไปให้เชื่อแบบนั้น อัลกอริทึมก็จัดสรรแต่ข่าวแบบนั้นมาป้อน ถมทับกันจนกระบวนการความคิดถูกบิดให้เชื่อแบบนั้นโดยไม่รู้ตัว ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องนโยบายด้วยซ้ำ อันนั้นไม่ใช่อะไรที่คนกลุ่มนี้อยากจะมานั่งทำความเข้าใจด้วย ยิ่งรายละเอียดเยอะต้องย่อยเยอะนี่จบเลย
สุดท้ายนี้ขอสรุปเป็นการส่วนตัวแบบใช้อคติส่วนตัวสำหรับคนที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ด้วยว่า
-
ขอสื่อสารกับกลุ่มส้มที่ผิดหวัง --> "เรียนรู้ร่วมกัน แก้ไขร่วมกัน วันหน้าจะดีกว่านี้ แต่ถ้าผิดหวังแล้วอยากยอมแพ้ ขอให้ไปนอนก่อน ไปมองหน้าคนที่คุณรัก แล้วกลับมาใช้สมองส่วนหน้าคุมอารมณ์และสัญชาตญาณกันวันพรุ่งนี้ ไม่งั้นคุณจะเปนสิ่งที่คุณไม่อยากเป็นเอาซะเอง อย่าให้สัญชาตญาณดิบมาครอบงำเราในวันที่เรายังควบคุมมันได้ ไม่ยอมแพ้ ยังไม่ตาย คุณมีหวังเสมอ

"
-
ขอสื่อสารกับกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่ไม่อยากได้ส้ม --> "สำหรับคนที่ไม่ได้มองเรื่องผลประโยชน์ แต่เลือกเพราะความเชื่อส่วนตัวและความรักที่มีต่อสถาบันหลัก..ผมอยากชวนให้ลองเปิดพื้นที่ความคิดเล็กๆ ลองฟังเสียงมุมอื่น หรือข้อมูลจากอีกฝั่งโดยวางอคติลงสักครู่ ท่านอาจจะเห็นเจตนาดีที่ซ่อนอยู่ภายใต้วิธีการที่ดูแข็งกร้าวก็เป็นได้ เจตนานั้นอาจมีเนื้อหามีมิติอย่างที่ท่านไม่เคยได้รับรู้ก็เป็นได้ วิธีทำเบื้องลึกเจตนาลึกๆอาจไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านจดจำมาได้ยินมาก็เป็นได้ ถ้าคุณว่าคุณรักจริงเชื่อจริง ผมอยากให้คุณลอง คุณไม่มีอะไรต้องกลัวไม่มีอะไรต้องเสีย ตัวตนคุณไม่ได้หายไปไหน ลองให้โอกาสตนเองเข้าใจอะไรใหม่ๆ แทนที่จะต้องมานึกเสียใจทีหลังก็เป็นได้ เพราะประชาธิปไตยที่ดีไม่ควรถูกตัดสินด้วยความรักหรือความเชื่อ แต่เป็นความจริงที่มาจากความตั้งใจของประชาชน ไม่ใช่ทีมฟุตบอลที่ต้องรักอย่างไม่มีเหตุผล แต่..ถ้าคุณรักในความบิดเบือนเพื่อสนองอีโก้ส่วนตัว ถ้าคุณได้ประโยชน์จากทุนเทา ได้การอุปถัมจากนายทุนผิดๆ ได้ประโยชน์จากช่องโหว่กฏหมายที่ไม่เป็นธรรม ได้ใต้โต๊ะจากภาษีของคนอื่น ผมไม่มีอะไรจะพูดด้วยเพราะพวกคุณตั้งใจและรักในสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ คำสาปแช่งของคนทั้งแผ่นดินไปอยู่ที่พวกคุณอยู่แล้ว"
**ผมโกหกว่าโพสนี้ไม่มีอุดมการณ์หรืออคติส่วนตัว เพราะถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ คุณก็จะเห็นว่าสุดท้ายผมก็มีทิศทางที่คาดหวังกับโพสนี้ ผมโฟกัสที่เรื่องราวกลุ่มพลังเงียบเพราะคนกลุ่มนี้จะถูกอิทธิพลทางความคิดได้ง่ายในแบบที่เรามักมองข้าม เราไม่ควรทิ้งเขา ควรปรับวิธีสื่อสารให้เหมาะสมขึ้น ผมฝากใว้กับการใช้ปัญญาในการอ่านและการทำความเข้าใจของท่านในการตีความต่อเองว่าสมควรหรือไม่อย่างไร ต้องสานต่อยังไง เพราะสุดท้ายแล้วผมเชื่อว่ามนุษย์ต้องมีหวัง และหวังนั้นควรมาพร้อมปัญญา
..ใช่ครับ ผมกาส้มสองใบ ไม่ต้องสงสัยหรอกครับ