อภิสิทธิ์ เตือนคน กทม. เลือก "น้ำเงิน" ระวัง "ส้ม" ครองกรุง
"อภิสิทธิ์" ยกทัพใหญ่ หาเสียงตลาดเสรี มั่นใจคว้าชัย กทม.หลายเขต - เตือน! เลือกน้ำเงินระวังส้มครองกรุงฯ
(29 ม.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช , ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคฯ , นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ลงพื้นที่ตลาดเสรี 2 ย่านเจริญกรุง เพื่อช่วยนายอภิมุข ฉันทวานิช ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 3 (บางคอแหลม ยานนาวา) เบอร์ 3 ของพรรค หาเสียง
บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีพ่อค้า แม่ค้า และประชาชน มารอให้การต้อนรับเพื่อให้กำลังใจ แม่ค้าหลายร้านถึงขั้นขอให้ลูกค้ารอซื้อสินค้าสักครู่ เพราะอยากจะถ่ายรูปคู่ และมอบดอกไม้ให้กับนายอภิสิทธิ์ก่อน
ขณะเดียวกัน ยังมีผู้สนับสนุนนำ น้ำส้มมามอบให้กับนายอภิสิทธิ์ได้ดื่ม ซึ่งนายอภิสิทธิ์ บอกว่า "จะกินให้หมด" ก่อนดูดจนเกือบหมดแก้ว และบอกว่า "เหลือไว้ให้หนึ่งเขต"
นายอภิสิทธิ์ ยังได้กล่าวถึงการปรับกลยุทธ์ หลังผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนของบางสำนักโพล ที่สวนทางกับกระแสการตอบรับพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ว่า คะแนนพรรคประชาธิปัตย์ในกรุงเทพฯ ดีขึ้นมาก บางเขตมีโอกาสชนะชัดเจน และอีกหลายเขต ก็มีความเป็นไปได้ที่จะชนะ
และจากที่ติดตามข้อมูลก็สอดคล้องกับสิ่งที่สงสัยว่า การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว สัดส่วนคะแนนของพรรคประชาชนสูงมาก แม้พรรคประชาธิปัตย์ จะมีคะแนนเพิ่มขึ้นก็อาจจะไม่เพียงพอ แต่จากการตรวจสอบล่าสุด หลายเขตเลือกตั้งมีความเป็นไปได้ที่พรรคประชาธิปัตย์จะชนะ
สำหรับยุทธศาสตร์ของบางพรรคที่ระบุ "ไม่เลือกเรา เขามาแน่" เหมือนเป็นการสกัดพรรคประชาธิปัตย์ทั้งพื้นที่กรุงเทพฯ ที่แข่งขันกับกับพรรคประชาชนหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีหลายสี แต่อยากให้ถามคนที่ทำโพลรายเขต ซึ่งจะบอกได้ว่า ไม่ได้เป็นอย่างที่พยายามมาบอกว่า ต้องเลือกสีน้ำเงิน ซึ่งตรงกันข้ามข้อมูลที่ได้มา เพราะถ้าเลือกสีน้ำเงินจะทำให้ผลการเลือกตั้งเหมือนครั้งที่แล้ว
ส่วนการที่บอกผลการเลือกตั้งจะเหมือนครั้งที่แล้ว พรรคประชาชนจะกวาดทั้งกรุงเทพฯใช่หรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า "ใช่ เพราะฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์โดยธรรมชาติจะมีมากกว่า และจากที่เก็บข้อมูลมาตอนนี้ คะแนนของพรรคประชาธิปัตย์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น"
นายอภิสิทธิ์ ยังย้ำถึงบุคลากรที่ทำงานการเมือง และร่วมทำนโยบายมากับพรรคประชาธิปัตย์ว่า เป็นวิธีการทำงาน ที่เมื่อเป็นฝ่ายบริหารก็จะบริหารอย่างราบรื่น หลายครั้งแม้มีผู้เชี่ยวชาญเข้ามา แต่หากไม่ได้เข้าสู่กระบวนการทางการเมืองตั้งแต่ต้น ก็จะมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการเรื่องการเมือง เพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการผลักดันนโยบายต่างๆ
พร้อมยอมรับว่า พรรคประชาธิปัตย์ ก็เคยมีคนนอกแบบนี้ แต่ส่วนใหญ่จะมีบทบาทเข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องภายในพรรคประชาธิปัตย์ก่อน - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน
https://workpointnews.com/news/politics/N2aSNMDW8