“ทำไมยังมีคนเลือกเพื่อไทยอยู่”
ล่าสุดผมเห็นแฮชแท็ก #genzforpheuthai มีทั้ง new voter และน้องๆ Gen Z เข้ามาถามกันตรงๆ ว่า
“ทำไมยังมีคนเลือกเพื่อไทยอยู่”
ความรู้สึกแรกของผมคือ ดีใจ ดีใจที่น้องๆ “เลือกถาม” มากกว่า “เลือกตัดสิน”
ชอบไม่ชอบไม่เป็นไรเลย แต่อย่างน้อยการตั้งคำถามคือจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตย
วันนี้ผมเลยอยากเล่าให้ฟัง ไม่ได้เพื่อให้เชื่อ แต่อยากให้เห็นภาพว่าที่ผ่านมา ประเทศไทยเดินมาอย่างไร และพรรคเพื่อไทยอยู่ตรงไหนในสมการการเมืองนี้ ส่วนการตัดสินใจ ผมเคารพทุกคนครับ
ย้อนกลับไปปี 2544
การเลือกตั้งครั้งแรกของพรรคไทยรักไทย คุณทักษิณชนะด้วยเสียงกว่า 250 เสียง และได้จัดตั้งรัฐบาล
4 ปีนั้น ประเทศไทยเติบโตอย่างชัดเจน นโยบายหลายอย่างเปลี่ยนชีวิตคนจริง ไม่ว่าจะเป็น ‘30 บาท รักษาทุกโรค’ ‘กองทุนหมู่บ้าน’ จนเศรษฐกิจดี นานาชาติยอมรับ คนไทยเริ่มลืมตาอ้าปากได้ และเชื่อว่าเราจะเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย
ปี 2548 เลือกตั้งใหม่
ไทยรักไทยชนะถล่มทลาย 375 เสียง จากผลงานที่ประชาชนเห็น
แต่หลังจากนั้นไม่นาน เราก็เจอรัฐประหารปี 2549 การเลือกตั้งถูกทำให้เป็นโมฆะ และนับจากวันนั้นจนถึงวันนี้…กว่า 20 ปี
ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ฝ่ายประชาธิปไตยชนะ และได้รับมอบหมายจากประชาชน แต่ไม่เคยบริหารประเทศครบวาระ รัฐบาลถูกโค่น ถูกยุบ ถูกตัดอำนาจ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ตลอด 20 ปี เราเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีไปหลายคน และทุกครั้งจบลงด้วยอำนาจนอกระบบ รัฐธรรมนูญถูกฉีก แก้ และเขียนใหม่ ให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ
แล้วทำไมเพื่อไทยยังมีฐานเสียง? เพราะประชาชนเข้าใจว่าประชาธิปไตยต้องใช้เวลา
พวกเขาเห็นว่า แม้จะโดนกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อไทยไม่เคยเล่นนอกกติกา และยืนอยู่บนหลักว่า “อำนาจต้องมาจากการเลือกตั้ง”
เราอาจทำได้ไม่หมด อาจทำพลาดบ้าง
ผมอยากชวนน้องๆ คิดตามอย่างเป็นธรรมครับ
ถ้ารัฐบาลหนึ่งทำงานภายใต้แรงต้านจากอำนาจนอกระบบ ระบบราชการที่แข็งตัว และความไม่มั่นคงทางการเมืองตลอดเวลา มันก็เหมือนการอ่านหนังสือสอบ แต่ทุกชั่วโมงมีคนโทรมา เคาะประตู บางครั้งถึงขั้นยึดคอมพิวเตอร์ไป
คำถามคือ เราจะทำได้เต็มศักยภาพแค่ไหน
แม้จะเป็นเช่นนั้น เราก็ยังต้องพยายามสอบให้ผ่านและส่งงานให้สำเร็จ อาจต้องไปซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ ไม่รับโทรศัพท์ ปิดประตู เพื่อโฟกัสกับสิ่งที่ทำให้ดีที่สุด
แน่นอนว่าเราอาจไม่ได้ผลลัพธ์สมบูรณ์แบบ แต่คำถามคือ เราทำดีที่สุดแล้วหรือยัง ภายใต้เงื่อนไขที่เราเผชิญ
หลายคนถามว่า
“ทำไมไม่ชน?”
“ทำไมไม่แตะโครงสร้าง?”
เราทำมาหมดแล้วครับ และนั่นคือผลลัพธ์ที่เราเผชิญมาตลอด 20 ปี เราจึงเลือกถอยหนึ่งก้าว เพื่อเดินหน้าให้ได้สองก้าว เพราะเราเชื่อว่านี่คือหนทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้ประชาธิปไตยยังเดินต่อไปได้ และเรายังมีโอกาสใช้อำนาจรัฐผลักดันนโยบาย โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นจุดแข็งของเรา
โลกใบนี้เต็มไปด้วยความหลากหลายทางความคิด ทุกคนไม่ได้คิดเหมือนเรา และไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนเรา เราถึงต้องประคับประคองกันไป เพราะเราต้องอยู่ร่วมกัน เราไม่สามารถผลักใครออกไปได้ และนี่คือความสวยงามของประชาธิปไตย
ปัญหาหลักของการเมืองไทยคืออะไร? หลายคนบอกว่า “คอร์รัปชัน” ใช่ครับ มันสำคัญ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
ปัญหาใหญ่ที่สุดคือรัฐประหารและรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ เมื่อรัฐบาลไม่สามารถทำงานตามระบอบประชาธิปไตยได้ ประเทศก็เดินหน้าไม่ได้
ทำไมเพื่อไทยไม่ชูเรื่อง “คอรัปชั่น” เป็นนโยบายหลักหรือเอามืออาชีพที่คิดว่าเก่ง เป็นคนดีมาทำงาน เพราะเราไม่มีไม้บรรทัดวัดความดีของใคร โลกจริงมีทั้งคนดีและคนไม่ดี และเราต่างก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน หลายครั้งไม่ใช่เรื่องคนดี แต่เป็นเรื่องถูกทำให้ดี หลายครั้งไม่ใช่เรื่องคนเลว แต่เป็นเรื่องถูกทำให้เลว
สิ่งที่เรายึดคือระบบถ่วงดุลอำนาจ บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ตรวจสอบกันและกัน และปล่อยให้ประชาชน “ลงโทษนักการเมือง” ด้วยการเลือกตั้ง และประชาธิปไตยจะค่อยๆ เติบโตตามกาลเวลา
ทำไมฐานรากยังเลือกเพื่อไทย? เพราะเสียงของเขาถูกได้ยิน พี่น้องในต่างจังหวัดจำนวนมากตื่นมาคือ “หาเช้ากินค่ำ” จริงๆ บางวันไม่มีเวลามาเล่นโซเชียล ไม่มีพื้นที่จะตะโกนความเดือดร้อนของตัวเอง เพื่อไทยคือความหวังของเขา เพราะนโยบายเคยเปลี่ยนชีวิตเขามาแล้ว
การลดความเหลื่อมล้ำไม่ใช่การเอาใจใครบางกลุ่ม แต่คือการทำให้ฐานประเทศแข็งแรง เพื่อให้เศรษฐกิจโตอย่างยั่งยืน
ถึงน้องๆ Gen Z
ผมเข้าใจความโกรธ ความผิดหวัง และความรู้สึกว่า “มันช้าเกินไป”
แต่ขออย่างหนึ่ง อย่าทิ้งประชาธิปไตย อย่าทิ้งการเลือกตั้ง และอย่ายอมรับอำนาจที่ไม่ชอบมาพากล
สุดท้าย ขอบคุณน้องๆ Gen Z โดยเฉพาะวันที่ปราศรัยใหญ่ที่พารากอน สายตาและพลังในวันนั้น ทำให้ผมรู้ว่า การเมืองไทยกำลังเปลี่ยนจริงๆ เพื่อไทยกำลังถูกได้ยินจากกลุ่ม Gen Z
ขอบคุณจากใจครับ
https://www.facebook.com/share/p/1A5nsAr6eW/