Disneyland ในไทยจะมีได้มั้ยครับ??
ดิสนีย์แลนด์ หรือจะเป็นหนี้แลนด์ ไทยไหวแค่ไหน? กางแผนแสนล้าน “สวนสนุกระดับโลก”เลือกประเทศ ไม่ได้ดูแค่รัฐมีเงิน-มีที่ดินเหลือ
.
ในที่สุด "แนวคิดการดึง Disneyland" เข้ามาตั้งในประเทศไทยถูกโยนขึ้นมาบนโต๊ะอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 โดย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย
.
หวังใช้เป็นตัวเร่งให้โครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ EEC อย่างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินและโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เดินหน้าได้จริง พร้อมทั้งยังเป็นจุดขายใหม่ให้กับไทย สานฝันการมี “Man-Made Destination” แข่งขันในระดับโลก
.
[ ถ้า Disneyland มาไทย จะมาในรูปแบบไหน? ]
แนวทางที่เปิดเผยออกมาจัดได้เป็น 2 ระดับ อ้างอิงจากถ้อยแถลงวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา
- เชิญ Disney มาลงทุนโดยตรง รัฐบาลไทยทำหนังสือเชิญชวนให้เอกชนไทยเป็นแกนร่วมลงทุน โดยรัฐบาลทำหน้าที่จัดพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน
- หาก Disney ไม่มาลงทุนเอง ไทยสามารถซื้อลิขสิทธิ์ (License) เพื่อพัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์ คล้ายโมเดลสวนสนุกระดับโลกในบางประเทศ
จากการเทียบสัดส่วนลงทุน ประเทศไทยอาจต้องใช้งบลงทุนสูงถึง 7,000-8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 256,000-292,000 ล้านบาท บนสัดส่วนพื้นที่ 3,000 ไร่ เพื่อสร้างสวนสนุกระดับโลกให้ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ ซึ่งยังไม่รวมกับต้นทุนการก่อสร้างในยุคปัจจุบันที่สูงขึ้น
.
แม้ยังไม่ระบุชื่อจังหวัดตรงๆ แต่จากเงื่อนไขทั้งหมด Disneyland แห่งนี้จะอยู่ในเขตพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ประกอบด้วย ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และจันทบุรี ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าพื้นที่ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ คือ ชลบุรี
.
[ พลิกเศรษฐกิจขนาดไหน บทเรียนจากสหรัฐฯ กับคำถามใหญ่ของประเทศไทย ]
หลัง Disneyland เปิดตัวครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาเมื่อ 70 ปีก่อน ปัจจุบันแบรนด์ Disneyland สร้างความสำเร็จทั้งมิติของธุรกิจและวัฒนธรรม เป็นตัวอย่างของโมเดลธุรกิจสวนสนุกหรืออุตสาหกรรมธีมพาร์กสมัยใหม่ที่กลายเป็นหนึ่งในกลไกเศรษฐกิจที่ทรงพลังของสหรัฐอเมริกา
.
Disney Parks & Resorts สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้สหรัฐฯ สูงถึง 67,000 ล้านดอลลาร์หรือราว 2.3 ล้านล้านบาทต่อปี และสนับสนุนการจ้างงานมากกว่า 403,000 ตำแหน่ง ทั้งทางตรงและทางอ้อม ครอบคลุมรัฐแคลิฟอร์เนีย ฟลอริดา และลามไปถึงทั้ง 50 รัฐของสหรัฐฯ
.
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า Disneyland ไม่ได้สร้างรายได้แค่จากตั๋วสวนสนุก แต่เป็นเครื่องจักรที่สร้างระบบเศรษฐกิจทั้งผืน ตั้งแต่โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง ซัพพลายเออร์ และบริการท้องถิ่นต่างๆ พร้อมสร้างรายได้ภาษีจำนวนมากให้กับรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาล ก่อให้เกิดระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่
.
หากมองจากโมเดลสหรัฐฯ ผลกระทบเชิงบวกที่เราคาดการณ์ได้ในประเทศไทย คือ การลงทุนโดยตรงระดับแสนล้านบาท การจ้างงานจำนวนมากระยะยาว การเพิ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่กำลังซื้อสูงและยอมจ่ายเพื่อประสบการณ์ การเปลี่ยนพื้นที่โดยรอบให้เติบโตไปด้วย การใช้โครงสร้างพื้นฐานที่รัฐลงทุนไว้แล้ว และการยกระดับภาพลักษณ์ประเทศในเวทีโลก
.
อย่างไรก็ตามการขยายอาณาจักรของดิสนีย์ในเอเชียไม่ได้ใช้สูตรสำเร็จเดียวกัน แต่ละแห่งมีรูปแบบธุรกิจที่สะท้อนถึงกลยุทธ์ในช่วงเวลานั้นๆ รวมถึงการพิจารณาไปถึงกฎหมายและสภาพเศรษฐกิจของแต่ละประเทศที่สะท้อนระดับความเสี่ยงในการควบคุมและการปรับเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นที่แตกต่างกัน
.
ในสายตาของแบรนด์ระดับโลกอย่าง Disney ทำเลสวยและตัวเลขนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการตัดสินใจ แม้บ้านเราจะติดท็อป Tourism Hub ขวัญใจนักท่องเที่ยวมีที่ดิน มีทรัพยากร มีชื่อเสียงด้านการบริการ เพราะตัวอย่างของ Disneyland ในเอเชีย บทเรียนจากโตเกียว ฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้ ชี้ชัดว่า Disney เลือกประเทศจาก “ความพร้อมเชิงโครงสร้าง”
.
Disney ใช้การประเมินเชิงยุทธศาสตร์หลายมิติเพื่อให้การลงทุนระดับหลายพันล้านสามารถสร้างผลตอบแทนได้ยาวนานกว่า 50 ปี โดยต้องรักษาสมดุลระหว่างความเป็นแบรนด์ Disneyland และวัฒนธรรมท้องถิ่นประเทศนั้นๆ
Cr.#ThairathMoney