: รวมข่าว หลัง ‘อโมริม’ เดือด ชี้ ส่งสัญญาณบอร์ด ถ้าไม่หนุนกันก็ปลดออกซะ
สรุปสาระสำคัญ:
• มีความตึงเครียดเกิดขึ้นระหว่างบอร์ด และ รูเบน อโมริม 2 ประเด็นหลัก ซึ่งเกี่ยวพันกัน
- เรื่องแรกคือ ความยืดหยุ่นของแทคติกการเล่น ที่เหมือนอโมริมจะกำลังมองว่าฝ่ายบริหารสาละวนกับคำวิจารณ์จากภายนอกมากเกินไป จนมีการกดดันให้เขาต้องเปลี่ยนระบบการเล่นที่เขาได้รับอำนาจในการทำทีมตามไอเดีย
- เรื่องที่สองคือ ความรู้สึก ‘ผิดสัญญา’ ที่อโมริมได้รับแจ้งว่าการเสริมทัพในเดือนมกราคมเป็นไปได้ แต่หลังพลาดเซเมนโย่ สโมสรมีแนวโน้มที่จะนิ่งเฉย
• ข้อสังเกต สโมสรไม่อัปโหลดคลิปการแถลงข่าวหลังเกมของรูเบน อโมริมลงช่องทาง YouTube ตามที่มักจะทำเป็นปกติ
• คำให้สัมภาษณ์ เหมือนเป็นการเหน็บแนม เจสัน วิลค็อกซ์ และ คริสโตเฟอร์ วีเวล และอาจรวมถึงส่วนอื่น ๆ ด้วย
• หลายสื่อและกูรู ลงความเห็นตรงกันว่า คำพูดของอโมริมคือการบอกว่า ถ้าไม่หนุนหลังผม ก็ปลดผมซะ (back me or sack me)
---------------------------
* Ben Jacobs & Alex Crook สองผู้สื่อข่าวจาก talkSPORT ระบุว่า
- ความสัมพันธ์ที่แตกร้าวระหว่างอโมริมกับ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอลของสโมสร ถูกมองโดยแหล่งข่าวใกล้ชิดยูไนเต็ด ว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้ตำแหน่งระยะยาวของเขาเริ่มไม่มั่นคง
- ความไม่พอใจของอโมริมได้ปะทุขึ้น หลังจากผู้บริหารระดับสูงของยูไนเต็ด รวมถึงวิลค็อกซ์ กดดันให้อโมริมเพิ่มความยืดหยุ่นทางแทคติก
- อโมริมยังรู้สึกว่า คำสัญญาที่ได้รับว่าจะสามารถปรับปรุงขุมกำลังของทีมได้ในตลาดซื้อขายรอบนี้ ถูกผิดคำพูด หลังจากที่ยูไนเต็ดวางแผนจะใช้ตลาดเดือนมกราคมอย่างเงียบ ๆ
- หากสถานการณ์พัฒนาไปสู่การแย่งชิงอำนาจ ระหว่างอโมริมกับวิลค็อกซ์ คาดว่า โอมาร์ เบอร์ราด้า จะเลือกสนับสนุนวิลค็อกซ์
- มีความกังวลบางประการเกี่ยวกับอโมริมภายในห้องประชุมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมยูไนเต็ดจึง ไม่ต้องการลงทุนเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเมื่ออโมริมยังคงยืนกรานอย่างหนักแน่นที่จะใช้ระบบ 3-4-2-1 ต่อไป
---------------------------
* James Ducker (Tier 1 , Telegraph) ได้เขียนสองบทความถึงเรื่องนี้ โดยมีใจความสำคัญว่า
- อโมริม กำลังส่งสัญญาณถึง การแย่งชิงอำนาจที่ตึงเครียด ภายในสโมสร หลังจากเขาบอกกับ เจสัน วิลค็อกซ์ และบุคคลอื่น ๆ ในสโมสรผ่านการแถลงข่าวว่าควร “ทำหน้าที่ของตัวเอง”
- อโมริม ซึ่งเป็นที่เชื่อกันว่ากำลังเผชิญแรงกดดันภายในให้ เปลี่ยนระบบการเล่น จาก 3-4-2-1 ที่เป็นที่ถกเถียง ไปใช้แผงหลังสี่คน หรืออย่างน้อยต้องแสดง ความยืดหยุ่นทางแท็กติก มากขึ้น ได้กล่าวถ้อยคำเป็นนัยหลายครั้งเกี่ยวกับวิลค็อกซ์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และยังพาดพิงว่าอย่าง โธมัส ทูเคิล, อันโตนิโอ คอนเต้ และ โชเซ่ มูรินโญ่ คงไม่ยอมรับการถูกสั่งว่าควรบริหารทีมอย่างไร ซึ่งอโมริมกำลังไม่ชอบการถูกแทรกแซงในส่วนงานของเขาอย่างมาก
- Ducker ชี้ว่า รอยร้าวมีปรากฎให้เห็นตั้งแต่คำสัมภาษณ์คริสต์มาสอีฟแล้ว ในเรื่องที่พูดว่า อโมริมรู้สึกว่า ถ้าเขาจะเล่น 3-4-3 สมบูรณ์แบบได้ ก็คงต้องได้ทั้งเงินและเวลา ซึ่งเขาเริ่มจะคิดแล้วว่าคงไม่มีทางจะได้สิ่งเหล่านั้น
---------------------------
* Laurie Whitwell (Tier 1), Andy Mitten (Tier 1), Mark Critchley (Tier 2) และ Carl Anka จาก The Athletic ในรายการ พอดแคสต์ Talk of The Devils
• บรรยากาศในการแถลงข่าว
- ท่าทีที่เปลี่ยนไป: Mark Critchley สังเกตเห็นชัดเจนว่าอโมริมดู "หดหู่และสิ้นหวัง" (Downcast & Deflated) ตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องแถลงข่าวทั้ง Pre-Match และ Post-Match ซึ่งต่างจากปกติที่เขามักจะมีรอยยิ้มหรือเล่นมุกตลกเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ หรือแม้กระทั่งคำว่า Hi Guys ก็ไม่รู้สึกเหมือนเดิม
• วิเคราะห์ความหมายแฝง:
- การงัดข้อกับบอร์ดบริหาร: Laurie Whitwell วิเคราะห์ว่านี่คือการ “ประกาศอาณาเขต” (Marking his territory) ของอโมริม เพราะตอนเซ็นสัญญา INEOS ประกาศแต่งตั้งเขาในฐานะ “Head Coach” (มีหน้าที่แค่คุมซ้อม) แต่การที่เขาออกมาพูดว่าเขาคือ “Manager” แสดงว่าเขาต้องการอำนาจในการตัดสินใจเรื่องซื้อขายนักเตะและแท็กติกอย่างเต็มที่
- ทำไมต้องเอ่ยชื่อโค้ชคนอื่น?: Mark Critchley คาดว่า การที่อ้างชื่อ ทูเคิล, คอนเต้ หรือ มูรินโญ่ อาจเป็นการสื่อว่า แม้เขาจะมาจากลีกโปรตุเกสและโปรไฟล์อาจไม่หรูเท่าคนเหล่านั้น แต่เขาก็สมควรได้รับ “ความเคารพและอำนาจ” ในระดับเดียวกัน
---------------------------
* Matt Lawton (หัวหน้าโต๊ะข่าวกีฬาของ Times) ได้เขียนถึงเรื่องนี้ว่า..
- สโมสรคาดว่าจะมีการ ทบทวนคำพูดของ รูเบน อโมริม ในเช้าวันจันทร์ หลังจากเลือกที่จะไม่ตอบโต้ใด ๆ ทันทีภายหลังการระเบิดอารมณ์ของเขา
---------------------------
* Samuel Luckhurst (The Sun)
- นี่คือการเหน็บแนมทั้งวีเวล และวิลค็อกซ์แบบอ้อม ๆ
- และที่อโมริมกำลังทำอยู่ คือให้บอร์ดปลดเขาออกไปซะ หรือไม่ก็ต้องหานักเตะขาเข้าเข้ามาให้ได้
---------------------------
* Fabrizio Romano (via YouTube)
• สถานการณ์เบื้องหลังตึงเครียดพอสมควร
• อโมริมไม่มีความสุข สะท้อนออกมากับคำพูดในการแถลงข่าวที่รุนแรง
• อโมริมไม่พอใจเรื่องการเสริมทัพนักเตะใหม่
• แต่การหาตัวแทนนักเตะอย่างเซิร์กซีและเมนู ที่เป็นที่ต้องการในตลาดนี้ไม่ใข่เรื่องง่าย
• ด้วยเหตุนี้ ณ ตอนนี้ ตลาดซื้อขายของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงอยู่ในภาวะชะลอตัว ยังไม่มีอะไรปิดดีลได้ ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ซึ่งอโมริมไม่พอใจ
• ตอนเข้ามารับงานคุมทีม อโมริมชัดเจนกับแผนการเล่นที่เขาต้องการ แต่ตอนนี้ยูไนเต็ดยังไม่ได้เดินตามโมเดลนั้นในแง่ของการเสริมทีม
• Romano สรุปว่า ก่อนหน้านี้ยูไนเต็ดเคยพร้อมที่จะจ่ายเพื่อคว้าตัว เซเมนโย่ แต่ในกรณีนั้น ไม่สามารถตกลงกับตัวนักเตะได้ ต้องรอดูว่าสโมสรจะเจออะไรในตลาด และจะสามารถหาทางออกที่เหมาะสมให้กับ รูเบน อโมริม ได้หรือไม่ รวมถึงพยายามหาทางออกที่ดีที่สุด ทั้งสำหรับสโมสรและสำหรับผู้จัดการทีมด้วยเช่นกัน
ที่มา : ดูบอลกับแนท