“5 ปีแล้วที่โซเชียลพยายามแบน เจ.เค.โรว์ลิง แต่ทุกครั้งที่ชื่อเธอโผล่ขึ้นมา…สิ่งที่พังไม่ใช่เธอ แต่คือความเชื่อของคนที่รีบตัดสินก่อนฟังความจริง”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ชื่อ เจ.เค. โรว์ลิง โผล่มาบนโลกออนไลน์ คำประกาศพิพากษาจะรีบตามมาอย่างรวดเร็ว การประกาศคว่ำบาตรราวกับคำสาปโทษผิดสถานเดียวจะถูกร่ายออกมาทันที
"จบแล้ว แบนค่ะ บ๊ายบาย อิแก่บ้าน้ำลาย อิทรานส์โฟบ นัง TERF คว่ำบาตรนางเดี๋ยวนี้เพราะนางกำลังฆ่าทรานส์ ฯลฯ"
แต่พอเวลาผ่านไป เมื่อกระแสเริ่มซาลง เรื่องนี้ก็จะวนกลับมาเพื่อตอกย้ำอยู่ซ้ำ ๆ ว่า ความเป็นจริงไม่เคยเป็นไปตามความฝันของคนที่ชอบประกาศคว่ำบาตรใครง่ายๆ เพียงเพราะเขาหรือเธอพูดไม่เข้าหู
------
และเหตุการณ์ที่ทอม เฟลตันพูดถึงโรว์ลิงด้วยความอบอุ่น ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ตอกย้ำว่า การประกาศคว่ำบาตรทั้งหลายไม่เคยทำงานได้จริงเลยสักครั้งเดียว
สิ่งที่ทอมออกมาพูดก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่ซับซ้อนอะไร เขาแค่บอกว่า
"โรว์ลิงใจดีกับเขาเสมอ และเธอคือคนทำให้ผู้คนหลายๆ รุ่นมาเจอกันและมีความสุข"
ถ้อยคำธรรมดาๆ ที่คนคนหนึ่งพูดถึงอีกคนจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง ไม่ได้โจมตีใคร ไม่ได้ประกาศสงคราม ไม่ได้เลือกข้างในเชิงอุดมการณ์ เขาแค่เล่าความจริงของตัวเองแบบอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะเป็นได้
----
แต่โลกออนไลน์ (ในตอนนั้น) กลับโหมถล่มเขา อย่างกับเขาไปทำผิดศีลธรรมข้อไหนมา ทั้งที่ประโยคของทอมมันใสซื่อ ขนาดเอาใส่การ์ดวันเกิดยังได้ด้วยซ้ำ
แต่นี่แหละ โลกออนไลน์ในปัจจุบัน ที่การพูดประสบการณ์ตรง กลายเป็นความผิดถ้ามันไม่ตรงกับบริบท ที่กระแสอยากให้พูด
----
แต่ละครเวทีเด็กต้องสาปครั้งนี้ ที่ทอมได้กลับเล่นบทเดิมอีกครั้ง เป็นการเผยให้เห็นว่า
#การคว่ำบาตรโรว์ลิงไม่เคยสำเร็จ เพราะมันไม่เคยขับเคลื่อนด้วยข้อมูลหรือความจริง แต่มันขับเคลื่อนด้วยแรงโกรธที่ต้องการเหยื่อรายวันมากกว่า
การที่ทอมออกมาพูดในทำนองชื่นชมหรือยกย่องป้าโจ แล้วยังต้องโดนลากไปด้วยเสมอ มันคือการตอกย้ำว่า คนที่พยายามจะคว่ำบาตรโรว์ลิง…ไม่เคยรับมือกับความจริงที่ไม่เข้าข้างตัวเองได้เลย
----
ที่การคว่ำบาตรมันล้มเหลว ไม่ใช่เพราะตำนาน Harry Potter คอยค้ำยันเธอไว้ แต่เป็นเพราะสิ่งที่โรว์ลิงออกมาพูด
“เริ่มถูกพิสูจน์ทีละข้อ” แล้วต่างหาก
หลายประเด็นที่ครั้งหนึ่งเคยถูกตะโกนด่า วันนี้กลายเป็นเรื่องที่รัฐบาล หน่วยงานนโยบายและสื่อกระแสหลักเริ่มหยิบมาพูดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะข้อมูลมันเดินมาถึงจุดที่ ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ ข้อเท็จจริงมันไม่เคยถามก่อนหรอกว่าพร้อมจะฟังหรือยัง
----
ดังนั้น เมื่อข้อมูลจริงเริ่มปรากฏ คนที่เคยเลือกข้างไปก่อนแบบวู่วามก็ถอยไม่ได้อีกแล้ว เพราะ ถ้าถอยเมื่อไหร่ก็เท่ากับยอมรับว่าตนเองรีบตัดสินไปก่อนจะเข้าใจเรื่องทั้งหมด
ดังเช่นเพื่อนนักแสดงของทอมบางคน ที่พยายามออกมาประนีประนอมกับป้าโจ ก่อนจะถูกป้าสวนกลับในแบบที่ทำเอาอึ้งกันไปทั้งโลก (ที่ป้าฟาดว่า
มีประสบการณ์ชีวิตน้อยเกินไป จนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองไม่มี ยังคงตราตรึง)
----
ทอมเลือกที่จะไม่อยู่ในสนามแบบนั้น เขาเลือกที่จะคิดก่อนพูด เห็นก่อนตัดสิน และพูดในสิ่งที่เขามั่นใจว่ามันจริงจากมุมที่เขาได้เห็นเอง ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูปที่โซเชียลอยากได้ยิน
ความสัมพันธ์ของเขากับป้าโจยังคงเรียบง่าย ไม่มีอุดมการณ์ทางการเมืองทาบทับและไม่มีความจำเป็นต้องสร้างภาพหรือป้องกันชื่อเสียงแบบคนที่ถูก spotlight ของสังคมกดอยู่ตลอดเวลา
----
ที่เขียนบทความนี้ ไม่ได้ต้องการบอกว่าทอมดีเลิศกว่าใคร แค่กำลังจะบอกว่าปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับเขาในตอนนี้ ล้วนมาจากสิ่งที่เขาเลือกทำและตัดสินใจบนวิจารณญาณของตนเอง ในช่วงเวลาที่โลกออนไลน์คาดหวังให้เขาเข้าแถวร่วมกับเพื่อนนักแสดงคนอื่นๆ
ทอม คือ เสียงที่เตือนให้ทุกคนเห็นว่า โรว์ลิงไม่เคยถูกคว่ำบาตรได้สำเร็จ เพราะเธอยืนหยัดบนสิ่งที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่สิ่งที่ถูกใจใคร
และเพราะแม้แต่ประโยคธรรมดาที่สุดที่ทอมเลือกจะพูดถึงเธอด้วยความจริงใจ ก็ยังทำให้โลกออนไลน์บางส่วนเดือดพล่านได้ นั่นยิ่งพิสูจน์ชัดว่า คนบางกลุ่มไม่ได้โกรธเพราะเธอ
“ผิด”
แต่โกรธเพราะเธอกำลังพูดความจริงที่ไม่เข้าข้างตัวเองต่างหาก
----
ทอมไม่ได้ปกป้องป้าโจ เขาไม่ได้ท้าชนกระแสแบบป้า
เขาแค่พูดจากมุมที่เขายืนอยู่ มุมที่เขาเลือกมองเห็นอย่างชัดเจน และเลือกที่จะไม่ประนามฝั่งใด ถ้ายังไม่ทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อน
Cr. พอตเตอร์ไดอารี่
https://www.facebook.com/share/p/178aTDddRT/