นักเตะท้ายซอย
Status: หากคุณทนไม่ไหวต่อความอยุติธรรมใดๆ เราเป็นเพื่อนกัน

: 0 ใบ

: 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Feb 2017
ตอบ: 1166
ที่อยู่: ทุ่งหญ้า ป่าเขา ลำเนาไพร
โพสเมื่อ: Fri Aug 29, 2025 08:05
ยาวหน่อยนะครับ
เป็นบทสัมภาษณ์อโมริม และ ความคิดเห็นจากเพจศาลาผี ที่ค่อนไปทางเชียร์อโมริมครับ แต่เค้าก็มีเหตุผลของเค้า
คิดเห็นอย่างไรกันบ้าง เชิญเม้นกันครับ
......
...ต่อให้เป็นนักสู้มันก็ต้องมีวันที่อ่อนแอเหมือนกัน
"ผมอยากขอโทษแฟนบอลของเรา และไม่มีอะไรต้องพูดอีกแล้วเกี่ยวกับฟอร์มการเล่นของทีม"
"เมื่อทุกอย่างของสโมสรเรามันสำคัญมากๆ และคุณก็พยายามทำทุกอย่างแล้ว ไม่ว่าจะพรีซีซั่น หรือเกมกับอาร์เซนอลที่แพ้ แต่คุณก็เห็นการพัฒนา เห็นฟอร์มการเล่นอยู่"
"แต่มาถึงเกมแบบนี้ ในยามที่สถานการณ์ทุกอย่างมันสำคัญมากๆ แล้วเราเริ่มต้นเกมออกมาอย่างที่เห็น ผมคิดว่านักเตะของผมส่งเสียงบอกชัดเจนว่าพวกเขาต้องการอะไร เพราะงั้นผมต้องขอโทษมากๆกับแฟนบอลของเรา ไม่มีอะไรที่ผมจะต้องพูดอีกแล้ว"
"สุดท้ายแล้วมันไม่สำคัญเลยว่าทีมจะคัมแบ็คกลับมาได้รึเปล่า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือสัญญาณที่ทีมบ่งบอกออกมาระหว่างแข่งขันแล้วตั้งแต่ต้นเกม วันนี้ทีมที่ดีกว่าเป็นผู้ชนะ และฝั่งนักเตะที่ดีกว่าเป็นฝ่ายแพ้"
"เพราะถ้าทีมมันเป็นทีมจริงๆ เจอใครคุณก็ชนะได้ ผลวันนี้มันยุติธรรมแล้วสำหรับฟุตบอล"
"สุดท้ายแล้วของสิ่งที่เกิดขึ้น พอถึงจุดโทษมันไม่สำคัญแล้ว เพราะจะชนะหรือแพ้ความรู้สึกมันเหมือนกันกับช่วงที่ได้สู้กันใน 90 นาทีของเกมที่เกิดขึ้น เพราะงั้นเราจะโฟกัสที่เกมหน้าต่อไป แล้วเดี๋ยวเราจะมีเวลาคิดในสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น เรายังมีงานที่ต้องทำอยู่ในการเตรียมตัวให้พร้อม แล้วหลังจากนั้นค่อยหยุดคิดทบทวนกัน"
----------------------
#skysports
- การผิดพลาดซ้ำๆจากซีซั่นก่อน
"ผมว่านั่นแหละปัญหา เพราะเวลาที่แพ้แต่ว่ามันเป็นประเด็นเรื่องอื่นๆบ้างก็ยังจะพอรับได้ แต่พอเกิดขึ้นอีกแล้วแบบในวันนี้มันก็ไม่รู้จะพูดยังไงจริงๆ ผมแค่อยากบอกแฟนๆว่าเสียใจจริงๆกับพวกเขา สำหรับแรงสนับสนุนที่พวกเขามอบให้ผมและทีม วันนี้ไม่มีอะไรจะพูดเลยเพราะเสียใจจริงๆ"
- วิธีแก้ปัญหา
"ผมคิดว่านักเตะให้คำตอบออกมาในสนามแล้ว วันนี้ผมไม่ต้องพูดอะไรอีก เรามีเกมในสุดสัปดาห์นี้ แล้วก็จะมีเวลาอีกสองสัปดาห์เพื่อแก้ไขทุกอย่าง"
- ปัญหาผู้รักษาประตู
"เอาจริงๆด้วยความเคารพนะ แพ้ทีมจากดิวิชั่น 4 ได้นี่มันไม่ใช่ความผิดแค่ของผู้รักษาประตูหรอก มันมาจากทุกๆอย่าง ไม่ว่าจะบรรยากาศ วิธีที่เรารับมือกับเกมในสนาม เรารู้ดีว่าช่วงเวลาแย่ๆแบบนี้ทุกคนจับตามองทุกๆเรื่อง และมันก็ขยายกลายเป็นเรื่องใหญ่เสมอ นักเตะของผมพูดทุกอย่างออกมาในฟอร์มการเล่นวันนี้แล้ว"
"เริ่มเกมมาเราไม่มีความเข้มข้นในการเล่นเลย ไม่มีไอเดียในการเพรสคู่แข่ง เราไร้ทิศทางโดยสิ้นเชิง เพราะงั้นผมเลยคิดว่าพวกเขาได้ส่งเสียงออกมาชัดเจนแล้ว"
"ด้วยความเคารพต่อพวกเขา การเจอกับทีมดิวิชั่น4 ทีมคุณต้องปิดเกมคู่แข่งให้ได้ทุกจุด เพราะถ้าทีมเราเล่นได้ในระดับสูงจริงๆ โกลอย่างอันเดรแทบไม่ต้องได้ใช้มือจับบอลเลยด้วยซ้ำ มันไม่ใช่เรื่องระบบ เจออาร์เซนอลเราก็เล่นได้ดีมากกับระบบนี้ เจอลิเวอร์พูลก็เหมือนกัน เราเข้าชิงยูโรปาลีกด้วยระบบเดียวกันนี้"
"ตัวระบบมันไม่ได้เป็นประเด็น จะหลัง 3, 4, 5 คน มันไม่ต่างเลย คุณต้องเล่นให้มันแตกต่างให้ได้ ซึ่งนั่นคือหน้าที่โค้ช แต่คุณก็เห็นแล้วว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย"
"คุณช็อคใช่ไหม? ผมก็ช็อคเหมือนกัน ตอนนี้มันต้องมีการเปลี่ยนอะไรบางอย่าง และจะไม่ใช่การที่เราจะต้องมาเปลี่ยนชุดนักเตะ 22 คนนี้อีกแล้ว"
-รูเบน อโมริม-
-------------------------------------------------
ประโยคสุดท้ายที่ผมเลือกหยิบมาวางปิดท้ายบทสัมภาษณ์นี้มันก็ทำให้ผู้แปลรู้สึกช็อคจริงๆเหมือนกัน
อ่านจากความหมายดูเหมือนว่าสิ่งที่อโมริมบอกว่าอาจจะต้องเปลี่ยน มันคือ "ตัวเขาเอง" นั่นแหละ ที่บอสรู้สึกว่าคงจะต้องเปลี่ยน เพราะมันไม่ควรจะแก้ปัญหาในจุดที่ใช้วิธีเปลี่ยนนักเตะแล้ว นั่นคือความหมายที่แท้จริง
หรือจะเลือกเสี่ยงเปลี่ยนระบบโดยมีตัวเขาเองอยู่ตรงนี้ สุดท้ายมันก็จะทำได้แค่ครึ่งๆกลางๆ และคงเกิดทางนั้นยาก(ที่อโมริมจะเปลี่ยนระบบไปใช้แบบอื่น เนื่องจากมุมมองวิธีคิดในการเล่นของเขาก็ชัดเจน โครงสร้างของอโมริมมันชัดและเป็นปึกแผ่นผสานเป็นโครงข่ายกันทั้งระบบอยู่แล้ว
ถ้าแฟนบอลหรือสโมสรอยากจะเปลี่ยนโครงสร้างหลักของทีมขนาดนั้น มีทางเดียวคือต้องเปลี่ยนอโมริมออกไปเลยเท่านั้นแหละ การเปลี่ยนแปลงถึงจะเกิดขึ้นได้
เป็นการให้สัมภาษณ์ที่ค่อนข้างหนักหน่วงในความรู้สึกพอสมควร ทั้งจากสิ่งที่เขาพูด ประโยคสุดท้ายนี่พูดเป็นนัยๆเหมือนแกอยากจะลาออกด้วยตัวเองเลยจริงๆ รวมถึงภาษากายระหว่างให้สัมภาษณ์ก็ดูไม่ดีเลย
ไม่ใช่ว่าเขาแสดงออกมาไม่ดี แต่พวกเราเห็นชัดว่าแกท้อมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นจากทีมของเราที่เขาพยายามจะทำงานอย่างเต็มที่ทุกอย่างแล้ว
ถ้าอยากจะพูดอะไรกับอโมริมได้สักอย่างหนึ่ง ผมแค่อยากบอกเขาว่า ไม่ใช่แฟนบอลทุกคนที่ไม่เข้าใจว่าคุณทำอะไรอยู่ หรือมีปัญหาที่จุดไหน เราพอจะมองออกและรู้อยู่บ้างในการวิเคราะห์ถึงหลักการกับวิธีคิดในการทำฟุตบอล ที่ผมเห็นคุณมาเกือบๆจะครบซีซั่นแล้ว พอจะมองออกว่าเราต้องการอะไร ขาดอะไร และเขากำลังทำอะไรอยู่
ถ้ามันแย่หรือผิดทางมากๆเราคงไม่ซัพพอร์ตอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เดินหน้าอยู่มันก็กำลังอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง และต้องอาศัยปัจจัยเรื่องของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะสำหรับสโมสรที่ปัญหาซับซ้อนหลายอย่างแบบแมนยูไนเต็ด
เอาจริงๆนี่เพิ่งจะได้เริ่มต้นเต็มตัวแบบจริงจังสำหรับงานเฮดโค้ชของอโมริมกับยูไนเต็ดซะด้วยซ้ำ และถ้าบอร์ดมองเห็น แล้วให้คำมั่นสำหรับการเดินหน้าต่อไป นั่นคือสิ่งที่สำคัญกว่า
แม้มันอาจจะไม่ถูกใจคนที่อยากจะไล่เต็มแก่ หรือไม่เชื่อมั่นแล้ว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร คุณจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจสิ่งที่อโมริมทำจริงๆมันก็ไม่สำคัญแล้ว คุณอยากจะไล่ทั้งๆที่ไม่รู้เหตุผลของปัญหาจริงๆว่าอยู่ที่อโมริมหรืออยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ เวลาแบบนี้ไม่มีอะไร matter แล้วจริงๆ ใครอยากพูดอะไรก็พูดเลย
แต่สิ่งที่มันจะตามมาหลังจากนั้นก็คือการเข้าลูปเดิมที่สโมสรเสียผู้จัดการทีมออกก่อนเวลาที่เขาควรจะได้รับในการทำทีม เหมือนที่มันเคยเป็นๆมา แล้วสุดท้ายก็วังวนเดิม
ผู้จัดการคนต่อไปก็ต้องเข้ามาเจองานที่หินที่สุดในวงการฟุตบอลอย่างยากลำบากต่อไปเหมือนเดิมๆที่ผู้จัดการทีมคนก่อนๆคนแล้วคนเล่าเข้ามาเจอแล้วสุดท้ายก็ไม่รอด โดนขับไล่ไสส่ง โดนดูถูกเป็นตัวตลกจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนแมนยูเอง
สุดท้ายต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่โดยที่ปัญหามันไม่เคยหายไปไหนเลย ถ้ามันเกิดขึ้นอีกนั่นแหละจะพาลทำให้แฟนบอลที่สู้มาก็จะท้อกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปด้วย
---------------------------
การซัพพอร์ตอโมริมไม่ได้แปลว่าเราหลับหูหลับตาเชื่อมั่นอโมริม แล้วใช้ถ้อยคำ positive ให้กำลังใจไปวันๆแบบไม่มีเหตุผล เขียนคำหล่อๆซ้ำไปซ้ำมาแบบไม่มีแก่นสารจนมัน cliché .. มันไม่ควรเป็นแบบนั้น
และ ศาลาผี ก็โคตรระวังเรื่องนี้มาก ในทุกครั้งที่เราต้องเขียนเนื้อหาบนสถานการณ์ที่สโมสรกำลังลำบาก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่ทุกครั้งที่เราเขียนก็ออกมาจากเหตุผลฟุตบอลจริงๆ ไม่ได้อยากจะให้กำลังใจไปวันๆแบบไม่มีประโยชน์ ไม่เคยต้องการจะให้พื้นที่นี้เป็นพลังบวกหรือให้กำลังใจอะไรเลย ผมแค่อยากจะเชียร์ทีมรักของผมตามแบบกองเชียร์ธรรมดาเท่านั้นเอง
ก็พยายามแสดงออกหลายๆอย่างให้มันไม่ดูเลี่ยนหรือน่าเบื่อแล้ว จะหยาบจะปั่น จะแสดงออกถึงความเกลียดชังคู่อริให้เห็นว่าด้านแย่ๆเราก็มีเยอะ บล็อคเกรียนและพวกท็อกศิกชนแบบไม่สนว่ามึงจะเป็นใครยิ่งใหญ่มาจากไหน ทุกอย่างก็ทำมาหมดแล้ว
แต่สุดท้ายเราหนีตัวตนของเราไม่ได้ว่าเราทำเพจนี้ขึ้นมาเพราะแค่อยากจะเชียร์ทีมจริงๆ ไม่ได้ต้องการจะเปิดพื้นที่ให้ใครเข้ามาก่นด่าหรือวิพากษ์ทีมที่เรารัก
ผมทำเพจเพื่อเชียร์ทีม ไม่ได้ทำเพจมาวิจารณ์ทีม ย้ำอีกครั้งชัดๆตรงนี้
เพราะงั้นแน่นอนว่าอโมริมไม่ได้ perfect เขายังต้องเรียนรู้และโตไปพร้อมๆกับทีมเหมือนกัน และจุดที่ต้องปรับมันก็ยังมีอยู่หลายๆด้าน เพราะการจะเชียร์และเลือกซัพพอร์ตอย่างเต็มที่นั้น อย่างน้อยๆเราต้องรู้ให้ถ่องแท้ก่อนว่า 'เรากำลังซัพพอร์ตอะไรอยู่'
สนับสนุนคนถูกไหม?
ประเด็นนี้มันใช่หรือไม่ใช่กันแน่?
สำหรับแฟนบอล จริงๆเรื่องพวกนี้เราก็ควรต้องรู้ก่อนจะเดินหน้าสนับสนุนหรือออกปากไล่ผู้จัดการสักคนด้วย เพราะไม่งั้นการบอกว่าจะอยู่เคียงข้างผู้จัดการทีม ก็จะกลายเป็นแค่ประโยคสวยหรูแต่ไม่มีแก่นคิดในนั้นเลย
อย่างน้อยๆถ้าเข้าใจเหตุและผลของเรื่องต่างๆ มันจะทำให้เราเดินหน้าเชียร์ทีมได้อย่างถูกต้อง
ซึ่งถ้าอยากรู้และเข้าใจประเด็นของปัญหาจริงๆเราก็ต้องขวนขวายศึกษาเพิ่มเติมในเรื่อง Tactical Knowledge ด้วยเพื่อให้เข้าใจว่าเขากำลังทำอะไรอยู่
ไม่ใช่ดูแค่เกมแล้ววิจารณ์เท่าที่เห็นโดยขาดกระบวนการคิดวิเคราะห์เชิงลึกในปัจจัยหรือมิติอื่นๆที่มันเกี่ยวเนื่องและจำเป็นต่อการจะพิจารณาและพูดออกมาด้วยว่า วิธีการและการคุมทีมของคนๆนี้ดีหรือไม่ดี ถูกในข้อไหน บกพร่องเรื่องอะไรที่ต้องแก้
และก็รวมถึงเรื่องของ Man management skills อันนี้ก็จำเป็นอย่างที่แฟนผีรู้และเคยเห็นมาตลอดชีวิตแล้วบนถ้วยแชมป์ของป๋าที่บริหารทีมและ 'บริหารคน' มาโดยตลอด
ด้วยเหตุผลหลักๆคือ อโมริมจะต้องทุกอย่างให้มันเข้ากันและสามารถไปต่อเท่าที่ได้กับทรัพยากรเท่าที่มีอยู่ในซีซั่นนี้ นั่นคือจุดที่เขาต้องทำ โดยเฉพาะในแผงกลางและวิธีการบางอย่างที่ต้องแก้ให้มันเนี้ยบมากขึ้น
ไม่รู้มันจะมีโอกาสไปถึงจุดนั้นรึเปล่า เพราะสถานการณ์ตอนนี้กลัวใจอโมริมมากๆ เนื่องจากเขาพยายามแล้ว และมันยังเจอเรื่องเดิมๆอย่างที่เขาบอก ปัญหาในสนาม ข้อบกพร่องหลายๆอย่างที่มันเกินความควบคุมของคนเป็นผู้จัดการทีม
บางทีเอาโค้ชเทพมาจากไหนก็อาจจะแก้ไม่ได้ด้วยซ้ำ
---------------------------------
---------------------------------
สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่า สำหรับผู้เขียน คำว่า 'นักสู้' ไม่ได้จำเป็นจะต้องเป็นคนที่เก่งที่สุด และก็ไม่ควรจะมีแต่คนเก่งที่สุดที่ได้รับคำยกย่อง
คนที่เขาได้ชื่อว่าเป็นนักสู้จริงๆคือคนที่พ่ายแพ้หรือล้มไปกี่ครั้งเขาก็จะลุกขึ้นมาสู้ต่อเสมอ หัวใจแบบนั้นแหละที่น่ายกย่อง
แล้วผมก็เชื่อว่า รูเบน อโมริม เป็นนักสู้คนหนึ่ง และผมก็จะสู้กับเขาไปจนสุดทางเหมือนกัน เพื่อสโมสรฟุตบอลที่เป็นความสุขในชีวิตเราเสมอมา
และไม่ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นมันไม่ได้สำคัญอะไรเลย ต่อให้จบเกมเบิร์นลีย์เขาจะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเฮดโค้ช ผมไม่คิดถึงเรื่องนั้น ผมรู้แค่ว่าเกมหน้าเราเจอเบิร์นลีย์ อโมริมยังอยู่ในตำแหน่ง และผมก็จะสนับสนุนเขาต่อไป แม้มันเป็นนาทีสุดท้ายเกมสุดท้ายก็ไม่เกี่ยวกันทั้งนั้น
ผมรู้แค่ว่าในฐานะแฟนบอลตัวเล็กๆคนนึงผมก็จะซัพพอร์ตแกให้สุดทางด้วยเหตุผลหลายๆอย่างที่เราพิจารณาเองแล้วว่ามันยังไปต่อได้อีกมาก และตอนนี้มันยังไม่ควรจะถึงเวลานั้น
ได้แต่ภาวนาว่าอโมริมจะยังไม่ถอดใจจนหมดทุกอย่าง และอยากจะให้เขาได้รับเวลาอย่างเต็มที่มากกว่านี้เพื่อเดินหน้าต่อไป เพราะมันจะยังไม่ดีขึ้นในเร็ววันแน่นอน ถึงต้องบอกว่าเรื่องพวกนี้มันใช้เวลาพอสมควรสำหรับสโมสรที่ปัญหาซับซ้อนหยั่งรากลึกอย่างทีมเรา
แฟนบอลโลกสวยอย่างผมอยู่กับความเป็นจริงได้อยู่แล้ว แต่คนส่วนใหญ่เขารอกันไม่ไหว ทนกันไม่ไหว นั่นแหละคือสิ่งที่เราควบคุมกระแสหรือแรงกดดันอะไรพวกนี้ไม่ได้ เราจะไปทำอะไรได้ ก็ได้แต่เขียนเชียร์ในพื้นที่ของตัวเองไปเงียบๆแค่นั้น
อยากจะบอกว่า เราเป็นคนนึงที่รักการดูฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก เพิ่งจะรู้ถึงความสวยงามของฟุตบอลจริงๆในวันแบบนี้ว่า เวลาแห่งเกียรติยศของคนเป็นแฟนบอลมันไม่ใช่แค่การคว้าแชมป์ในรอบชิงอย่างเดียว
หลังจากนี้ก็ไม่มีอะไร ทุกอย่างเหมือนเดิม สุดสัปดาห์มีแมนยูเตะก็คือความสุขในทุกๆนัดที่ได้ดู เราเองก็แค่เชียร์ต่อไปเรื่อยๆตามวิถีชีวิตปกติ จนกว่าจะถึงวันที่กลับมาคว้าชัยชนะได้อีกครั้ง
เราไม่ได้ทรมานหรือฝืนเข้มแข็ง มันไม่ใช่เลย บางคนเขาอาจจะคิดว่าเราแพ้ทีมจากลีกทูแล้วต้องดิ้นทุรนทุรายทุกคน โดนด่าโดนล้อโดนแซวแล้วทรมาน แต่เปล่าเลยมันไม่ได้เป็นแบบนั้น ยิ่งลำบากยิ่งอยากตะโกนเชียร์ทีมหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ
ทุกอย่างอยู่ที่ mindset ของการเชียร์บอลล้วนๆ แล้วทุกสิ่งที่เขียนออกมาบนเพจแห่งนี้ก็ไม่มีอะไรจะต้องปั้นแต่งทั้งนั้น ทุกอย่างออกมาจาก attitude ส่วนตัวของเราเอง
และเขียนออกมาจากใจทั้งสิ้น ได้แต่หวังว่าคนอ่านจะสัมผัสมันได้บ้าง
เพราะการได้อยู่เคียงข้างทีมที่เรารักเวลาที่คนทั้งโลกกระทืบจมดิน แม่งเป็นสิ่งที่ผมโคตรภูมิใจ ยิ่งรู้สึกอยากแสดงตัว ยิ่งอยากใส่เสื้อแมนยูออกไปใช้ชีวิตในทุกๆวันไปจนตาย
การที่สิ่งที่เรารักที่สุดอีกอย่างหนึ่งในชีวิต ถูกคนอื่นเยาะเย้ยถากถางและเล่นกันสนุกสนาน มันไม่ได้ทำให้คุณค่าของสิ่งที่เราเชียร์ลดลงไปเลย จะจากคำพูดใครก็ไม่สามารถมาด้อยคุณค่าของมันได้
ยิ่งทำร้ายก็ยิ่งทำให้เรารักมากกว่าเดิมซะด้วยซ้ำ มากกว่าอยู่ในช่วงเวลาของการได้แชมป์อย่างยิ่งใหญ่ซะอีก เพราะในวันที่อากาศดี ใครก็อยากออกมาเดินโชว์ตัวทั้งนั้น อุปสรรคก็ไม่มี มันจึงไม่ยากเลยที่จะแสดงตัวเป็นแฟนบอลของทีมในเวลาที่ประสบความสำเร็จ
ผมคิดว่าศักดิ์ศรีในการยืนหยัดเป็นแฟนแมนยูมาตลอดชีวิตของผม ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมว่าผมรู้แล้วว่ามันคือการได้ออกมาสู้เพื่อ Manchester United ที่เรารัก ในวันที่อากาศมันเลวร้ายแบบนี้แหละ คือศักดิ์ศรีที่อยู่บนความรักและ Passion เราตลอดมา ด้วยความภูมิใจสุดๆเสมอมาที่ได้เชียร์ทีมรักทีมเดียวกับพ่อของผม
และทีมเรายังคงเท่ในความรู้สึกมาจนถึงตอนนี้
เพราะยุคพ่อผมเชียร์ก็ใช่ว่าแมนยูจะเป็นแชมป์ยิ่งใหญ่ซะที่ไหนในตอนนั้น ดังนั้นแล้วยุคนี้ปีศาจแดงของผมจะอยู่ตำแหน่งไหนในตารางก็ช่างแม่งไม่ได้สำคัญอะไรเลย
จะตกรอบเข้ารอบเป็นแชมป์อะไรสุดท้ายก็ไม่ต่างกัน วันที่ชนะ วันที่แพ้ เราก็ยังมีความสุขกับการรอคอยและตั้งตาดูแมนยูในทีวีทุกอาทิตย์เหมือนเดิม
เพราะงั้น.. รูเบนครับ คุณสู้หน่อยนะ ได้แค่ไหนแค่นั้นไม่เป็นไร ผมจะอยู่กับคุณยันวันสุดท้ายแน่นอน
ส่งใจเชียร์ทีมเราด้วยรอยยิ้มกันต่อไปนะครับ
-United Til I Die-
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ