[RE: สต๊าฟฟ์ผีขู่ลาออก,สไตร์คหาก 'กรีนวู้ด' คัมแบ็ค]
GTNO14 พิมพ์ว่า:
มันก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่ากรีนวู้ดฝ่าฝืนกฎการห้ามติดต่อกับผู้เสียหายไงครับ เราไม่รู้ว่ากรีนวู้ดข่มขู่หรือมีการตกลงอะไรกับผู้เสียหายรึเปล่า แต่กฎห้ามติดต่อที่ว่ามีขึ้นก็เพื่อป้องกันการมีอิทธิพลใดๆของผู้ต้องหาต่อผู้เสียหาย คดีอาญามันคือการทำผิดกฎหมายที่รัฐเป็นผู้ฟ้องร้อง แฟนสาวในกรณี้คือพยาน เพราะงั้นสิ่งที่กรีนวู้ดแอบติดต่อกับพยานมันสามารถมองเป็นการข่มขู่และคุกคามพยาน ทำให้พยานไม่ให้ความร่วมมือในการสืบสวนไงครับ
เรื่องคนที่ถูกตัดสินว่ากระทำผิดแล้วรับโทษไปแล้ว ออกมาก็ได้โอกาสตามสมควรครับ ไม่งั้นก็คงไม่มีระบุในคุณสมบัติการรับเข้าทำงานราชการหรือในบางบริษัทว่าต้องไม่มีประวัติการต้องคดีหรือถูกจำคุกหรอกครับ บวกกับการให้โอกาสของคนในชุมชนก็ขึ้นกับว่าความผิดที่ทำคืออะไรด้วยครับ แต่กระบวนการรับโทษและการขอลดหย่อนโทษมันไม่ได้ง่ายเหมือนที่ไทยนะครับ ถ้าคณะพิจารณาการลดหย่อนโทษไม่เห็นว่านักโทษมีแนวโน้มสำนึกผิดจริงๆเค้าก็ไม่ลดหย่อนให้
กรณีความรุนแรงในสนาม มันอาจเกิดขึ้นได้เมื่อมีเรื่องอารมณ์มาเกี่ยวข้องในการแข่งขันครับ แต่โดยธรรมชาติของกีฬาอย่างฟุตบอลมันไม่ได้เปิดโอกาสให้มีการทำร้ายร่างกายกันอยู่แล้ว มันถึงมีกฎการห้ามสัมผัสตัวเยอะมาก ไม่เหมือนกีฬาอย่างรักบี้หรืออเมริกันฟุตบอล (นี่ขนาดไม่รวมกีฬาการต่อสู้นะคร้บ) แล้วถ้ามีการเจตนาสาวหมัด บทลงโทษมันไม่ใช่แค่ 3 นัดเหมือนใบแดงโดยตรงธรรมดานะครับ ดูกองโตน่าที่โดนแบนไป 7 เดือนได้ หรือบางกรณีก็โดนแบนตลอดชีวิตเลย แถมถ้าฝ่ายตรงข้ามไม่มีการตอบโต้ก็มีโอกาสถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายนอกสนามด้วย เพราะงั้นในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพส่วนใหญ่ถึงไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ให้เห็นเพราะนักกีฬาเค้ารู้ว่าถ้าทำแล้วหมดอนาคตแน่ๆ แล้วอันนั้นมันคือผู้ชายกับผู้ชายนะครับ อันนี้คือทำกับฝ่ายที่สรีระอ่อนแอกว่าแถมมีข้อหาข่มขืนด้วยอีกต่างหาก แบบนี้คุณยังมองว่ามันเบากว่าอีกเหรอ? นี่ยังไม่นับว่าการรณรงค์ให้ผู้คนเริ่มตระหนักว่า domestic violence มันไม่ใช่เรื่องปกติ ก็เป็นเรื่องที่ทางตะวันตกเค้ามีการรณรงค์มาอย่างต่อเนื่องและยาวนานแล้วด้วยนะครับ การจะรับกรีนวู้ดกลับเข้าทีมนี่แทบจะทำให้การรณรงค์ที่แล้วมาสูญเปล่าไปเลยด้วยซ้ำ
ผมว่าผมจะตอบเป็น post สุดท้ายของการพูดคุยกันในประเด็นนี้แล้วนะครับ มันเริ่มยาว ดีใจที่ได้แลกเปลี่ยนมุมมองครับ
1. ผมเข้าใจในประเด็นกฎหมายครับ ถ้ายึดกฎอย่างเดียว ก็จะเป็นไปตามนั้น แต่บางกรณีที่จริงๆ ทั้งคู่กรณีเขาไม่ได้อยากให้เกิด เขาอยากปรับความเข้าใจกัน ถ้ามองมุมเดียวกันโดยไม่มีความเห็นใจ ก็ถือว่าผิดทางกฎหมาย แต่ทางความรู้สึกผมว่าไม่ผิดนะครับ
2. เรื่องความจริงคืออะไร ผมไม่อยากให้รีบตัดสินเรารู้ข้อมูลแค่สิ่งที่ออกมา รวมๆไม่ถึง 2 นาที และถ้าสังเกตจาก clip ตอน hasrobson ปล่อยใน ig story กับข้อความเสียงไม่ใช่วันเดียวกัน มันเกิดก่อนหลายเดือน และปกติคนรักกันถ้าไม่มีปัญหาคงไม่อัดคลิปไว้ เรื่องที่มีโอกาสเกิด 1. เมสัดอาจจะทำไม่ดีหลายครั้งจนทนไม่ไหวเลยอัดไว้ แต่ถ้าเป็นกรณีนี้ hasrobson คนจะเป็นคนส่งหลักฐานฟ้องครับ จะเหมือนกับกรณีที่แฟนเก่าแอนโทนี่ กำลังดำเนินการอยู่ 2. อาจเกิดจากการจัดฉาก อาจเกิดจากความหึงหวง เมสันอาจมีคนอื่น หรืออาจเล่น role play กันเราไม่รู้ได้ ประเด็นนี้ผมคิดที่ข้อมูลออกทาง ig เหมือนเป็นการเอาคืนเมสันจากทั้งคู่มีปัญหากันเรื่องอื่น แต่ไม่ได้อยากให้เรื่องใหญ่ขนาดนี้
3. การที่คนทำผิดแล้วกลับตัวมีเยอะครับ หลายๆคนคิดได้ ก็มีคนส่วนน้อยให้โอกาส เพราะสังคมกลัวครับ และความกลัวนั้นคือทำเพื่อตัวเองเพราะตัวเองต้องการความปลอดภัยเลยจะลดความเสี่ยงตัวเอง คนที่ต้องโทษมาแล้วถึงจะกลับตัวเลยลำบากหลายคนอาจต้องกลับไปทำผิดอีกก็ได้เพราะไร้หนทาง ผมเลยอยากให้สังคมมองอีกมุมของการให้โอกาส จะทำให้สังคมโดยรวมดีขึ้น
4. เรื่องความรุนแรง ประเด็นนี้ผมจะสื่อจากที่คุณบอกเด็กอาจจะเรียนแบบ ผมเลยยกตัวอย่างว่าความรุนแรงในกีฬามีอยู่แล้ว สิ่งที่ทำคือผู้ปกครองต้องอธิบายเรื่องในสนาม นอกสนาม สิ่งที่ควรทำไม่ควรทำ และอย่างกรณีเมสัน ถ้ากลับตัวมันสามารถพูดเป็น case study ได้ว่า หากคุณทำผิดพลาดสังคมจะลงโทษคุณ แต่เมื่อคุณรู้ว่าคุณผิดคุณกลับตัวสังคมยังให้โอกาสและคุณเป็นคนที่ดีขึ้น
5. สุดท้ายการที่สโมสรต้องการนำกรีนวู๊ดกลับมา ผมว่าเขาต้องรู้ข้อมูลที่ลึกกว่านี้เยอะ และนักเตะในทีมชุดใหญ่หลายคนก็มีลูกสาว ต้องได้พูดคุยกันแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่งั้นไม่น่าได้โอกาสหรอกครับ เพราะถ้ามองแค่เชิงมูลค่าอย่างเดียวการนำเมสันกลับมาไม่คุ้มหรอกครับ สโมสรสามารถตัดทิ้งอย่างไร้เยื่อใยได้เลย เพราะเมสันกลับมาเราก็ไม่รู้ว่าเขากลับมาในระดับเดิมได้ไหมความเสี่ยงมันสูงมาก
ขอบมากครับ คุณ GTNO14