ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
22 September 2022 15:12 by ZONG'TEEN
ตัดเกรด 7 นัดพรีเมียร์ลีก (ตอน 1)


เกมพรีเมียร์ลีก ออกสตาร์ตกันอย่างรวดเร็ว ไม่ทันไรผ่านไปแล้วถึง 7 เกมในฤดูกาลนี้ ก่อนที่จะมีการพักเบรกทีมชาติมาคั่นกลางทำให้หลายต่อหลายทีมมีเวลาหายใจหายคอกันมากยิ่งขึ้น

แม้เพิ่งผ่านไปเพียง 7 นัดเท่านั้น แต่มีเรื่องราวมากมายให้ชวนน่าติดตามอยู่ตลอด และคาดว่าจะเป็นแบบนั้นต่อไปจนจบซีซั่น เพราะนี่คือพรีเมียร์ลีก ลีกที่สนุกตื่นเต้นมากที่สุดในโลก

วันนี้ เดลี่ เมล สื่อเมืองผู้ดี ทำการสำรวจพร้อมให้คะแนนกับบรรดาทีมต่าง ๆ จากผลงานในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีหลายทีมทำผลงานได้อย่างน่าเซอร์ไพรส์ ขณะที่บางสโมสร ผลงานตกลงไปแบบน่าใจหายเรียกว่าออกทะเลยังหาฝั่งกลับไม่เจอ ลองมาดูกันว่าใน 10 ทีมแรกนั้น เป็นอย่างไรกันบ้าง

อาร์เซน่อล อันดับ 1 จาก 18 คะแนน

มีการโฟกัสกันมากว่าอาร์เซน่อล จะออกสตาร์ตฤดูกาลใหม่ได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายหลังจากที่พวกเขาฟอร์มตกลงในช่วงปลายซีซั่นก่อนจนทำให้ส่งผลกระทบอย่างหนักจนหลุดโควต้าแชมเปี้ยนส์ ลีกไปให้กับ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ในสัปดาห์สุดท้ายแบบน่าเจ็บใจ

แม้ตำแหน่งของมิเกล อาร์เตต้า ในฐานะผู้จัดการทีมไม่ได้สุ่มเสี่ยงอะไรกับการโดนเด้ง ซึ่งกุนซือชาวสแปนิช อาจพาทีมออกสตาร์ตได้แบบเนิบๆ หรือไม่ค่อยสม่ำเสมออีกครั้งหลังพัฒนาการของทีมค่อนข้างเชื่องช้าภายหลังเข้ามารับตำแหน่งตั้งแต่ปี 2019

ที่พูดแบบนี้ได้ เพราะบอร์ดบริหารแห่งถิ่นเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม ยังคงหนุนหลังอาร์เตต้า อย่างหนักในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยทุ่มงบประมาณเสริมทีมไปกว่า 120 ล้านปอนด์ และความอดทนอดกลั้นของพวกเขาก็ดูเหมือนว่ากำลังออกดอกออกผลจากผลงานการออกสตาร์ตที่เกือบสมบูรณ์แบบในฤดูกาลนี้

ก่อนเข้าสู่ช่วงพักเบรกทีมชาติ "เดอะ กูนเนอร์ส" คว้าผ้าห่มมานอนกอดบรรเทาความหนาวอยู่บนหัวตารางพรีเมียร์ลีก ภายหลังจากเอาชนะรัวๆ ใส่ คริสตัล พาเลซ, เลสเตอร์, ซิตี้, บอร์นมัธ, ฟูแล่ม, แอสตัน วิลล่า และเบรนท์ฟอร์ด

อย่างไรก็ดี พวกเขาล้มเหลวกับบททดสอบสำคัญภายหลังจากพ่ายแพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมที่กำลังอยู่ในช่วงแห่งการเปลี่ยนผ่านภายใต้การนำทัพของ เอริก เทน ฮาก เจ้านายคนใหม่ นั่นทำให้เรื่องของสภาพจิตใจของพวกเขายังคงเป็นคำถามตัวโตยามลงสนามดวลเกือกกับทีมบิ๊กซิกซ์ของลีก

อย่างไรก็ตามแต่ นั่นคือความเสียหายเพียงนัดเดียวของพวกเขาในช่วงที่ผ่านมา ทำให้บางคนอาจถึงขนาดยกย่องว่าในปีนี้พวกเขาอาจจะสามารถลุ้นแชมป์ได้ยาวๆ เช่นเดียวกับที่ โธมัส แฟร้งค์ นายใหญ่เบรนท์ฟอร์ด ได้บอกกล่าวเอาไว้หลังจบเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เบื้องหลังการออกสตาร์ตที่สวยงามของ "ปืนใหญ่" คือการที่บรรดานักเตะหน้าใหม่ของพวกเขาปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว กาเบรียล เชซุส กองหน้าป้ายแดง โอบกอดหน้าที่หลักในการนำทัพแนวรุก ขณะที่โอเล็กซานดาร์ ซินเชนโก้ ก็ระเบิดฟอร์มได้อย่างทันทีในตำแหน่งแบ็คซ้ายหลังย้ายมาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทั้งสองคน

ฟาบิโอ วิเอร่า กำลังเร่งเครื่องขึ้นมาในแดนกลาง และยังมีเซอร์ไพรส์แห่งอนาคตจาก อีธาน เอ็นวาเนรี ที่กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ได้ลงสนามในพรีเมียร์ลีกด้วยอายุเพียง 15 ปีอีกต่างหาก ซึ่งด้วยอายุดังกล่าว ทำให้ดูเหมือนว่า บูกาโย่ ซาก้า และเอมิล สมิธ โรว กลายเป็นนักเตะอายุมากกันไปเลย

บททดสอบของอาร์เซน่อลรออยู่หลังจากเบรกทีมชาติหนนี้ เพราะต้องเปิดนอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้ กับท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ แต่สถิติยามลงเล่นในบ้านกับอริสำคัญนั้นพวกเขาทำได้เป็นอย่างดี และหากคว้าชัยชนะอีกนัดหนึ่ง อาจทำให้มีคนมากมายเริ่มจะคิดแล้วว่า การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก คือเป้าหมายหลักของพวกเขา

เกรด A

แอสตัน วิลล่า อันดับ 15 จาก 7 คะแนน

เป็นเวลาเนิ่นนานกว่า 10 เดือนแล้วนับตั้งแต่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เข้ามารับงานกับวิลล่า แต่แฟนบอลก็ยังไม่ได้ไว้วางใจตำนานของลิเวอร์พูล หลังเข้ามาแทน ดีน สมิธ ที๋โดนไล่ออกไป

จนถึงเดือน พ.ย. ปีก่อน ทีมของสมิธ ตีตั๋วออกทะเลไปไกลภายหลังออกสตาร์ตได้ค่อนข้างดี และหากนับจนถึงตอนนี้ ทีมของ "โค้ชขิง" เก็บแต้มได้น้อยกว่า สมิธ อยู่ 3 คะแนน

ความกดดันลดลงบ้างเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เมื่อพวกเขาเอาชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน แบบหวุดหวิด 1-0 ที่วิลล่า พาร์ค และฟอร์มดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากได้แต้มใหญ่ 1 คะแนนจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เต็งแชมป์ในปีนี้ แต่ "สิงห์ผงาด" ก็ยังคงเป็นทีมที่คาดเดาอะไรไม่ได้เลย นับตั้งแต่เจอร์ราร์ด เข้ามาวางหมากข้างสนาม

ช่วงซัมเมอร์ก็เกิดความวุ่นวายขึ้นภายหลังจาก ไทโรน มิงส์ โดนริบปลอกแขนกัปตันทีม แต่ต้องยกเครดิตให้เจอร์ราร์ด ในฐานะกุนซือ รวมถึงความเป็นมืออาชีพของมิงส์ ที่เรื่องดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสโมสร อย่างน้อย เซ็นเตอร์ทีมชาติอังกฤษ ก็ยังได้กลับมายึดตำแหน่งตัวจริงของทีม

เจอร์ราร์ด ยังต้องรับมือกับความเสียหายอย่างหนักภายหลัง ดีเอโก้ คาร์ลอส นักเตะใหม่คนสำคัญ ได้รับบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายและอาจต้องพักยาวจนจบซีซั่นนี้

ไม่เท่านั้น ยังมีข้อห่วงกังวลในเรื่องบทบาทของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ภายในทีมชุดใหญ่ เนื่องจากเพลย์เมคเกอร์แซมบ้า ยังไม่ได้จัดแอสซิสต์ หรือประตูเลยแม้แต่ครั้งเดียวในฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นภายหลังจากที่ย้ายมาจากบาร์เซโลน่า แบบถาวรหลังทำผลงานได้ดีในช่วงยืมตัวเมื่อซีซั่นก่อน

มีหลายนัดที่น่าจับตาภายหลังเบรกทีมชาติ โดยพวกเขาต้องยกพลไปเยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด และน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ก่อนที่จะกลับมาเผชิญหน้ากับเชลซี ในบ้าน ซึ่งจนถึงตอนนั้น คงจะชัดเจนแล้วว่า วิลล่า จะยังคงอยู่ภายใต้การคุมทัพของอดีตบอสใหญ่กลาสโกว เรนเจอร์ส หรือไม่

เกรด C

บอร์นมัธ อันดับ 12 จาก 8 คะแนน

เมื่อพิจารณาการออกสตาร์ตของบอร์นมัธ ก็ต้องตัดสินจากบริบทที่หลายต่อหลายคนเดาอนาคตของ "เดอะ เชอร์รี่ส์" ที่เพิ่งเลื่อนชั้นกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งในซีซั่นนี้

ก่อนหน้าซีซั่นจะออกสตาร์ต มีความกังวลเกี่ยวกับผลงานของทีมภายหลังจากพวกเขาใช้จ่ายเงินเสริมทัพไปน้อยมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงกับขุมกำลังเชิงลึกในการทำศึกบนลีกสูงสุด

นับตั้งแต่ฤดูกาลใหม่เริ่มต้นขึ้น มันก็ไม่ได้ย่ำแย่ไปหมดเสียทีเดียวแม้มีดราม่าสำคัญเกิดขึ้น เพราะพวกเขาเกาะหลุ่มกลางตาราง การมี 8 แต้มถือว่าเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชม แม้นี่ยังคงเป็นเพียงช่วงเปิดหัวของฤดูกาลและผ่านไปแค่ 7 เกมเท่านั้น

สกอตต์ พาร์เกอร์ พาทีมเอาชนะในเกมนัดแรกของซีซั่น แต่กลับพ่ายแพ้ 3 นัดรวดต่อมา ซึ่งรวมถึงการพังยับเป็นสถิติของพรีเมียร์ลีกต่อลิเวอร์พูล 0-9 ทำให้เขาต้องเก็บของออกจากสโมสรไปตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีสัญญาณบ่งชี้มาตั้งแต่การเสริมทัพแล้วว่ามีปัญหาบางอย่างระหว่างเขากับบอร์ดบริหาร

แกรี่ โอนีล เข้ามาชักธงนำเรือต่อไปในฐานะกุนซือขัดตาทัพ และที่ผ่านมาพวกเขาก็คว้าผลงานเสมอ 2 นัด และสร้างผลงานคัมแบ็คจากตาม น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 0-2 กลับมาชนะได้แบบน่าดูชม ซึ่งผลลัพธ์ของเกมนี้อาจส่งผลต่อการหนีตกชั้นในช่วงปลายซีซั่นด้วย

บอร์นมัธ ลงเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซน่อล และลิเวอร์พูล ไปแล้ว ซึ่งเกมเหล่านี้ทำให้หลายต่อหลายคนกังวลเรื่องประตูได้เสีย -13 ซึ่ง 3 ทีมดังกล่าวยิงไม่เลี้ยงรวมกันถึง 16-0

กระนั้น หลังเบรกทีมชาติโปรแกรมของพวกเขาก็เริ่มเบาลงและอาจทำให้หายใจหายคอมากขึ้น เพราะต้องเจอกับ เบรนท์ฟอร์ด, เลสเตอร์ ซิตี้, ฟูแล่ม, เซาธ์แฮมป์ตัน และเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งอยู่โซนล่างของตารางเกือบทั้งหมด

เกรด B-

เบรนท์ฟอร์ด อันดับ 9 จาก 9 คะแนน

ภายหลังออกสตาร์ตได้อย่างน่าชื่นใจ โมเมนตั้มก็หายไปจากเบรนท์ฟอร์ด ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังของซีซั่นที่แล้ว และถึงขนาดอาจต้องตกชั้นไปหากพวกเขาไม่ได้ไปเอา คริสเตียน อีริคเซ่น มาแบบฟรีๆ ก่อนทำผลงานพาทีมหลุดพ้นปัญหาต่างๆ ได้อย่างน่าชื่นชม

ดังนั้น เมื่อเพลย์เมคเกอร์โคนม ตัดสินใจย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนซัมเมอร์ มันก็เป็นเรื่องน่าสนใจที่ว่า พวกเขาจะรับมือกับฤดูกาลใหม่นี้ได้อย่างไรกัน

แต่เท่าที่ผ่านมา ทีมของโธมัส แฟร้งค์ ก็ทำผลงานได้อย่างน่าเตะตา ทำให้พวกเขากลายเป็นหนึ่งในทีมที่ไม่ค่อยมีใครอยากเผชิญหน้าด้วยสักเท่าไหร่

ต้องยอมรับว่า พวกเขาเบรกทีมชาติพร้อมการโดน อาร์เซน่อล บุกมาถล่มยับ 0-3 แต่มันก็มีชัยชนะที่สำคัญด้วย ไล่ตั้งแต่การอัด ลีดส์ ยูไนเต็ด 5-2 และถล่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เละเทะ 4-0

มีเพียงแค่ 3 ทีมบนหัวตารางเท่านั้นที่ยิงประตูได้มากกว่า "ผึ้ง" และผลงานดังกล่าวนำมาโดย ไอวาน โทนี่ย์ ที่เพิ่งโดนเรียกตัวไปติดทีมชาติอังกฤษจากฟอร์มอันร้อนแรงยิงไป 5 ประตูในพรีเมียร์ลีก เป็นรองแค่ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์, แฮร์รี่ เคน และอเล็กซานดาร์ มิโตรวิชเท่านั้น

การไม่เสียประตูไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะพวกเขาเสียไปแล้วถึง 12 ลูกในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งนี่คือจุดที่กุนซือเดนส์ ต้องกลับไปทำการบ้านแก้ไขก่อนกลับมาลงสนามอีกครั้ง

ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงเวลานี้เปิดความสลับซับซ้อนมากเข้าไปอีก เมื่อ แฟร้งค์ ตกเป็นข่าวกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่อาจแยกทางกับเบรนแดน ร็อดเจอร์ส และหากกุนซือที่รัก ตัดสินใจย้ายออกไป เบรนท์ฟอร์ด ก็อาจตกไปอยู่ในสถานการณ์ที่จะรอดหรือร่วงได้ทุกขณะ

เกรด B

ไบรท์ตัน แอน โฮฟ อัลเบี้ยน อันดับ 4 จาก 13 คะแนน

หนึ่งในทีมลุ้นแชมป์ตอนเริ่มต้นฤดูกาลก็คือ...ไบรท์ตัน!

แน่นอนว่ามันยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าพวกเขาคือทีมที่มีลุ้นแชมป์อย่างจริงจัง แต่ผลงานที่ผ่านมามันช่วยเน้นย้ำถึงพัฒนาการที่โดดเด่นของสโมสรนับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมาเมื่อปี 2017

การที่พวกเขารั้งอันดับ 4 อาจเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ แถมยังแข่งน้อยกว่าคนอื่นอีก 1 นัด แต่นั่นคือรากฐานการทำผลงานที่แกรม พอตเตอร์ และบรรดาลูกทีม บรรจงสร้างขึ้นมา

พอตเตอร์ ทำให้ "นกนางนวล" มีรูปแบบการเล่นอันสวยงาม และสิ่งเดียวที่ทำให้พวกเขาไปไม่ไกลเท่าไหร่ในซีซั่นก่อนคือกองหน้าตัวจบสกอร์ที่ใช้โอกาสเปลืองไปเยอะ

แม้มีปัญหาที่กองหน้า แต่นักเตะในตำแหน่งอื่นก้าวขึ้นมาทำผลงานทดแทนช่วยยิงให้ไบรท์ตัน ก้าวเข้าสู่ท็อปโฟร์ในตอนนี้ ชัยชนะในช่วงเริ่มต้นซีซั่นของพวกเขา นับรวมถึงการปราบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันแรกของซีซั่น เช่นเดียวกับการถล่ม เลสเตอร์ ซิตี้ 5-2 ตอนต้นเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา

ในหลายทางอาจน่าเสียดายที่เห็นพอตเตอร์ ต้องจากไป อย่างน้อยก็เพราะเราจะไม่ได้รับรู้ว่าเขาจะพาสโมสรแห่งนี้ไปได้ไกลเท่าไหร่จากการรังสรรค์รูปแบบการเล่นที่สวยงามในพรีเมียร์ลีก

ผลงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นความสามารถของพอตเตอร์ในฐานะผู้จัดการทีม ที่ทำให้ เชลซี เข้ามาดึงตัวไปและเจ้าตัวก็ไม่สามารถปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวที่อาจเป็นใบเบิกทางในการก้าวไปสู่การเป็นผู้จัดการทีมอีกระดับหนึ่ง

การลุ้นแย่งท็อปโฟร์ไม่เคยเป็นเป้าหมายของไบรท์ตันอยู่แล้ว แม้ออกสตาร์ตได้อย่างดีเยี่ยม โดยที่มีหรือไม่มีพอตเตอร์ คุมเกมข้างสนามก็ตามที

หลังเบรกทีมชาติ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ กุนซือใหม่ชาวอิตาเลี่ยน ต้องเจองานหนักรออยู่ในการบุกไปที่แอนฟิลด์ ก่อนที่จะกลับบ้านมารับมือ "ไก่เดือยทอง"

เกรด A

เชลซี อันดับ 7 จาก 10 คะแนน

จากการที่แข่งน้อยกว่าคนอื่น 1 นัด อันดับบนตารางของเชลซี ก็ไม่ได้หายนะมากมายอะไร แต่บริบทของการทำธุรกิจตอนซัมเมอร์ นับตั้งแต่ในสนามจนถึงนอกสนาม มีแต่ความวุ่นวายในสแตมฟอร์ด บริดจ์

ภายใต้เจ้าของทีมใหม่อย่าง ท็อดด์ โบห์ลี่ สโมสรหนุนหลัง โธมัส ทูเคิ่ล ด้วยเงินมากกว่า 250 ล้านปอนด์บนตลาดนักเตะ และจากบรรดานักเตะเหล่านี้ "สิงห์บลูส์" น่าจะมีพลังสำคัญในช่วงต้นฤดูกาล

อย่างไรก็ดี มันเกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วนมากไป ภายหลังติโม แวร์เนอร์ และโรเมลู ลูกากู ย้ายออกไป ก็ถูกทดแทนด้วย ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และปิแอร์-เอเมริก โอบาเมย็อง ที่เดินทางมาจากบาร์เซโลน่า ก่อนเส้นตายตลาดซื้อขายนักเตะปิดนิดเดียว

ดูเหมือนว่านั่นคือการเซ็นสัญญาที่สมปรารถนาของทูเคิ่ล เพราะมีกองหน้าที่เคยร่วมงานด้วยที่โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อย่างไรก็ดี หลังลงสนามให้โค้ชชาวเยอรมันไปแป๊ปเดียว ทูเคิ่ล ก็โดนตะเพิดออกจากตำแหน่งเมื่อบุกไปพ่าย ดีนาโม ซาแกรบ 0-1 ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก

ผลการแข่งขันดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยเล็กน้อยของการโดนไล่ออก เนื่องจาก ทูเคิ่ล และบอร์ดบริหารของสโมสร ไม่ได้มีความเข้าใจในระดับเดียวกันเรื่องการนำทีมมาตลอดทั้งซัมเมอร์แล้ว

มันนำไปสู่คำถามที่ว่าทำไมสโมสรยังคงหนุนหลังด้วยงบเสริมทัพ แต่ฟอร์มการเล่นในพรีเมียร์ลีกกับไม่น่าไว้วางใจ เพราะเอาชนะแบบฉิวเฉียดต่อทีมที่ดิ้นรนอย่าง เอฟเวอร์ตัน, เลสเตอร์ ซิตี้ และเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก่อนจะพ่าย เซาธ์แฮมป์ตัน และโดนลีดส์ ยูไนเต็ด ถล่ม

"สิงห์บลูส์" ยังเสียประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บให้ ท็อตแน่ม ในเกมที่เดือดพล่านจนทำให้ ทูเคิ่ล โดนใบแดงหลังจบเกมหลังไปวิวาทกับอันโตนิโอ คอนเต้ จากการทุ่มเงินมหาศาล ผลงานนั้นไม่ดีพอสำหรับทีมที่น่าจะเป็นคู่แข่งลุ้นแชมป์ที่แข็งแกร่งในฤดูกาลนี้

ตอนนี้ พอตเตอร์ เข้ามานั่งเก้าอี้ตัวร้อน ความท้าทายของเขาคือการคว้าชัยชนะให้เร็วที่สุด ภารกิจของเขาค่อนข้างน่าสนใจว่าจะสามารถใส่ปรัชญาลงไปในทีมใหม่ได้รวดเร็วขนาดไหน

เวลาจะเป็นตัวบอกว่า พอตเตอร์ จะพาเชลซี กลับมาสู่เส้นทางโดยเร็ว หรือว่าเขาอาจได้รับเวลาในการสร้างทีมขึ้นมาใหม่ และแน่นอนว่าการทดลองต่างๆ ของเขาคือเรื่องราวที่น่าสนใจจนจบซีซั่นนี้

เกรด D

คริสตัล พาเลซ อันดับ 16 จาก 6 คะแนน

ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลดูไม่ดีเท่าไหร่สำหรับพาเลซ จากชัยชนะแค่นัดเดียวจาก 6 เกมที่ลงสนาม แต่ก็ยังมีเหตุผลมากมายที่ยังทำให้แฟนๆ มองในแง่บวกได้

อย่างแรกเลย พวกเขายังมีเกมในมือ อีก 3 คะแนนอาจทำให้พวกเขาขยับไปอยู่ครึ่งบนของตาราง เพราะคะแนนของแต่ละทีมยังสูสีกันมากในช่วงนี้

แม้อาจไม่ใช่การออกสตาร์ตที่ดีเมื่อเทียบกับเมื่อปีก่อนที่ปาทริค วิเอร่า ได้รับคำชมหนาหู แต่ตอนนี้ก็มีคะแนนต่างกันเพียงคะแนนเดียวเท่านั้น แถมยังลงเล่นน้อยกว่า 1 นัดด้วย

จากนั้น ก็ต้องไปดูโปรแกรมที่ "ดิ อีเกิ้ลส์" ลงสนามกันมาเสียก่อน

พวกเขาแพ้ไป 2 เกม ซึ่งรวมถึงเกมพ่ายคาบ้านต่ออาร์เซน่อลในเกมเปิดหัวซีซั่น เช่นเดียวกับการแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-2 ซึ่งแน่นอนว่าคงมีเพียงไม่กี่ทีมที่ไปเอาคะแนนมาจากเอติฮัด สเตเดี้ยมได้ในยุคสมัยนี้

ชัยชนะเพียงหนเดียวมาจากการเล่นในบ้านพบ แอสตัน วิลล่า แต่บางทีฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจมากที่สุดอาจเป็นเกมบุกเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1 ที่แอนฟิลด์

นั่นหมายความว่าหลังผ่านไป 6 เกม ทีมของวิเอร่า เจอกับทีมบิ๊กซิกซ์ ไปแล้วถึงครึ่งหนึ่ง แถมยังผ่านเกมเยือนโหดสุดประจำซีซันอย่างที่แอนฟิลด์ และเอติฮัด สเตเดี้ยมไปเรียบร้อยแล้วด้วย

ช่วงซัมเมอร์พวกเขาไม่ได้เสริมทัพสักเท่าไหร่ โดย ชีค ดูคูเร่ ย้ายมาเสริมความแกร่งในแดนกลางเพียงเท่านั้น

หลังเบรกทีมชาติยังคงมีเกมหนักๆ รอพวกเขาอยู่ แต่การเจอกับ เชลซี จะเป็นโปรแกรมสุดท้ายที่ได้เจอบิ๊กซิกซ์ ตลอดปี 2022 ที่เหลือ ซึ่งทำให้ทีมของวิเอร่า มีโอกาสดีที่จะทำผลงานถีบตัวเองขึ้นมาบนตารางหลังจากนั้น แน่นอนว่าพวกเขาดีกว่าอันดับที่เป็นอยู่ในเวลานี้

เกรด C+

เอฟเวอร์ตัน อันดับ 13 จาก 7 คะแนน

การเดินทางของเอฟเวอร์ตันเมื่อปีก่อนเป็นเรื่องที่น่าสนใจ หลังผ่านไป 7 นัด พวกเขาตามหลังจ่าฝูงเพียง 2 แต้ม และกำลังติดปีกบินภายใต้การคุมทีมของราฟา เบนิเตซ ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาจะจบซีซั่นด้วยการหนีตายจากมือของแฟร้งค์ แลมพาร์ด

ดังนั้นการเทียบผลงานปีนี้กับปีก่อนอาจไม่ค่อยตรงไปตรงมาสักเท่าไหร่ แต่ต้องยกเครดิตให้ "แลมพ์ส" ที่ทำให้ "ทอฟฟี่" กลายเป็นทีมแพ้ยากหลังจากแพ้ 2 นัดติดช่วงออกสตาร์ตซีซั่นให้กับ เชลซี และแอสตัน วิลล่า

เกมกับวิลล่านั้น เป็นเพียงนัดเดียวที่พวกเขาเสียไป 2 ลูกในซีซั่นนี้ และการทำงานอย่างหนักในแนวรับกำลังออกดอกออกผล มีแค่ ไบร์ทตันเท่านั้นที่เสียประตูน้อยกว่า 6 ลูกที่พวกเขาเสียไป

เฟส 2 คือการโฟกัสไปที่การยิงประตู ที่พวกเขาส่งบอลข้ามเส้นไปแค่ 5 ลูกในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งนั่นคือเหตุผลทีว่าทำไมพวกเขาเอาชนะแค่นัดเดียวในซีซั่นนี้ต่อ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-0 เกมเมื่อวันอาทิตย์

แรงกระตุ้นที่ได้รับจากเกมนั้นคือ เนอัล โมเปย์ ที่ย้ายมาตอนซัมเมอร์เบิกสกอร์ได้แล้ว แต่เขายังมีภาระหนักอึ้งในการเข้ามาแทน ริชาร์ลิซอน ที่ย้ายออกไปด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์

หลังเอาตัวรอดแบบดราม่าเมื่อปีก่อน ในฤดูกาลนี้ แลมพาร์ด มีสัญญาณบวกเนื่องจากดูเหมือนว่าพวกเขาเล่นด้วยระบบที่ดีขึ้น และต่อสู้ได้ดีขึ้นจนคว้า 1 แต้มจากเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้มาได้

มันไม่ดีพอก็จริง แต่จากรากฐานอันต่ำเตี้ยที่แลมพาร์ด ต้องเข้ามาสานต่อ คุณอาจได้เห็นว่า แฟนๆ บางส่วนเริ่มหันมาสนับสนุนผู้จัดการทีมของพวกเขามากขึ้น และ "ทอฟฟี่" ก็ส่งสัญญาณออกมาว่าเป็นทีมที่สามารถพัฒนาขึ้นได้

เกรด D+

ฟูแล่ม อันดับ 6 จาก 11 คะแนน

ฟูแล่ม ขึ้นๆ ลงๆ ระหว่างพรีเมียร์ลีกและแชมเปี้ยนชิพเป็นว่าเล่นจนได้รับฉายาว่าเป็นทีมน้ำกร่อยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา และเป้าหมายหลักของพวกเขาในปีนี้ก็คือการลงสนามในพรีเมียร์ลีกแบบไม่ตกชั้นเป็นครั้งแรกในทศวรรษ

เท่าที่ผ่านมามันค่อนข้างไปได้สวย พวกเขาเข้าสู่ช่วงเบรกทีมชาติด้วยการเป็นอันดับ 6 บนตาราง แม้ว่ายังมีอีกหลายทีมที่เตะน้อยกว่า แต่มันก็สะท้อนออกมาให้เห็นได้ว่าพวกเขาเริ่มต้นฤดูกาลได้ดีขนาดไหน

ไม่เท่านั้น พวกเขายังเจอโปรแกรมหนักมาแล้ว โดยแพ้แค่ 2 นัดแบบหวุดหวิดกับ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ และอาร์เซน่อล ซึ่งในเกมหลังนั้นพวกเขาน่าจะได้สักแต้มเพราะขึ้นนำก่อนมาเสียประตู 4 นาทีสุดท้ายของเกม

นอกจากนั้น พวกเขายังสร้างความประทับใจด้วยการเสมอ ลิเวอร์พูล 2-2 ในเกมเปิดหัวซีซั่น ซึ่งเห็นได้ว่าหลายนัดที่ผ่านมาคือบททดสอบอันจริงจังของพวกเขาที่ได้เจอ ฟูแล่ม ทำได้ดี อย่างน้อยก็มากกว่าซีซั่นก่อนๆ ที่พวกเขาได้เจอใน 5 ปีหลัง

มาพูดถึงเอกลักษณ์ใหม่ของพวกเขากันบ้าง ที่เห็นได้ล่าสุดคือเกมที่น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ซึ่งพวกเขาตามหลังตอนพักครึ่งก่อนกลับมายิง 3 ประตูใน 6 นาทีพร้อมกับเอาชนะ 3-2 แบบน่าตื่นเต้น

แม้ทำอันดับได้สูงตอนต้นซีซั่น แต่เป้าหมายหลักของพวกเขาคือไม่ตกชั้นอีกครั้ง ซึ่งมันก็มีสัญญาณบ่งบอกว่าจะทำได้ดีกว่าที่เคยเป็นมา

เกรด A+

ลีดส์ ยูไนเต็ด อันดับ 11 จาก 8 คะแนน

ภายหลังรอดพ้นการตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกวันสุดท้ายของซีซั่นก่อน และแยกทางกับมาร์เซโล่ บิเอลซ่าไปแล้ว แฟนๆ "ยูงทอง" อาจสงสัยว่านี่จะเป็นฤดูกาลแห่งการเปลี่ยนผ่านแห่งเอลแลนด์ โร้ด หรือไม่

หรือในอีกทาง อาจเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่พวกเขาต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นหลังเสียนักเตะระดับซุปตาร์ออกไป

คัลวิน ฟิลลิปส์ ไม่ใช่นักเตะดังเพียงรายเดียวที่ย้ายออก แต่ราฟินญ่า คือคีย์แมนอีกคนที่เก็บของไปบาร์เซโลน่า ทำให้ ลีดส์ มีช่องว่างขนาดใหญ่ในแดนกลาง

เจสซี่ มาร์ช ทำการบ้านอย่างหนักในเรื่องนี้และดูเหมือนว่าจะทำได้ดีพอที่พาทีมออกสตาร์ตได้แบบน่าประทับใจ

หลังได้เงินมาเกือบ 100 ล้านปอนด์จากค่าตัวของฟิลลิปส์ และราฟินญ่า ลีดส์ เสริมแกร่งด้วยนักเตะใหม่ 9 คน และพวกเขาก็ปรับตัวได้เป็นอย่างดีพร้อมชัยชนะที่โด่งดังเหนือ เชลซี 3-0

ผลการแข่งขันที่ผ่านมาบ่งชี้ให้เห็นว่า การเกาะอยู่กลางตารางก็ไม่น่าจะเป็นฤดูกาลที่เลวร้ายสำหรับพวกเขา แน่นอนว่าน่าจะเป็นพัฒนาการที่ดีจากเมื่อซีซั่นก่อนเสียด้วยซ้ำ

จากการเสียตัวหลักออกไปตอนซัมเมอร์ การอยู่กลางตารางน่าจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นความสำเร็จ ระหว่างที่สโมสรก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ต่อจากบิเอลซ่า และพยายามรักษาสถานะทีมพรีเมียร์ลีกเอาไว้ เหมือนที่เคยทำได้เกือบ 20 ปีที่แล้วก่อนจะกลับมาอีกครั้งในปี 2020

เกรด B+
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 25 Jan 2006
ตอบ: 697
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 22, 2022 16:49
[RE: ตัดเกรด 7 นัดพรีเมียร์ลีก (ตอน 1)]
รอตอน 2 ครับ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
แข้งดัทช์ลีก
Status: #ทีมอาโออิ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 4602
ที่อยู่: คอนโดแมว
โพสเมื่อ: Thu Sep 22, 2022 20:09
[RE: ตัดเกรด 7 นัดพรีเมียร์ลีก (ตอน 1)]
เอฟฯ 2-3 นัดแรก ดูแล้วรอดตกชั้นยาดมาก
2 นัดหลัง ก็มาดิว๊ะ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
https://www.facebook.com/efcTH
เพจเอฟฯภาษาไทย ที่มีสีสันที่สุดใน 3 โลก

https://www.facebook.com/WhopperToffee
เพจ 3 แมว 3 สไตล์ .. โคตรหล่อ โครตแบ๊ว โครตน่ารัก
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Mar 2006
ตอบ: 7622
ที่อยู่: Gunners
โพสเมื่อ: Thu Sep 22, 2022 22:21
[RE: ตัดเกรด 7 นัดพรีเมียร์ลีก (ตอน 1)]
อาร์เซน่อล ติด"ร" รอไว้ก่อน ส่งงานก็อาจได้ A+ นะ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: Arsene Wenger We trust
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2007
ตอบ: 110
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Sep 23, 2022 07:48
ตัดเกรด 7 นัดพรีเมียร์ลีก (ตอน 1)
ถ้า
แมนซิ A+
แมนยู A
สเปอร์ส A+

เหมือนอาร์เซน่อลโดนเนิฟจัดๆเลยนะ เพราถ้าดูรูปเกมส์ประกอบไปด้วย ขึงเกมส์คู่แข่งทุกเกมส์

โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
แก้ไขล่าสุดโดย keangac เมื่อ Fri Sep 23, 2022 07:52, ทั้งหมด 1 ครั้ง
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ปืนโต โก้ชิบหาย
ออฟไลน์
นักเตะตำบล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Aug 2009
ตอบ: 3047
ที่อยู่: ขอนแก่น
โพสเมื่อ: Sat Sep 24, 2022 07:15
[RE: ตัดเกรด 7 นัดพรีเมียร์ลีก (ตอน 1)]
ฟูแล่มได้A+เลยนะ ชนะฟูแล่มแล้วดีใจผิดตรงไหน
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: ID เก่าโดนแฮก
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Jan 2020
ตอบ: 333
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Sep 25, 2022 05:57
[RE]ตัดเกรด 7 นัดพรีเมียร์ลีก (ตอน 1)
ปีนี้ทีมกลางตารางมีอิทธิพลกับการคว้าแชมป์มากๆๆๆ
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel