ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
31 March 2022 21:47 by ZONG'TEEN
นึกว่าแน่...ที่แท้ตกชั้น!
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line ID: @saless เบอร์โทรศัพท์ 0654695416 , 0654693944 โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)


การแข่งขันฟุตบอลลีก นอกจากกองเชียร์ของทีมลุ้นแชมป์ที่ได้เชียร์กันอย่างสนุกสนานว่าจะได้เฮในวันสุดท้ายของฤดูกาลหรือไม่ แต่ยังมีอีกอรรถรสที่เข้มข้นไม่แพ้กัน นั่นคือการลุ้นหนีตกชั้นของบรรดาทีมท้ายตาราง

เกมการแข่งขันพรีเมียร์ลีก จะกลับมาลงสนามในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลแล้ว ซึ่งหมายความว่าแต่ละสโมสรที่กำลังดิ้นรนหนีตกชั้นในเวลานี้ เหลือเวลาน้อยลงเข้าไปทุกขณะ ว่าในปีหน้า พวกเขาจะสามารถรักษาผลงานโชว์เพลงแข้งในลีกสูงสุดต่อไปได้หรือไม่

เหลือบไปมองรายชื่อของบรรดาทีมที่ยังคงต้องลุ้นอยู่รอดปลอดภัยในเวลานี้ หากพูดตั้งแต่ตอนเริ่มต้นฤดูกาล คงไม่มีใครเชื่อว่า เอฟเวอร์ตัน จะมาจมอยู่โซนท้ายตารางเหมือนในเวลานี้ เพราะชื่อชั้นของนักเตะภายในทีมที่ดูดีมีภาษีมากกว่าอีกหลายต่อหลายสโมสร

อย่างไรก็ดี ปัจจัยหลายอย่างเมื่อฤดูกาลผ่านพ้นไป โดยเฉพาะปัญหานักเตะตัวหลักได้รับบาดเจ็บวนกันไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้สาวก "เอฟเวอร์โตเนี่ยน" เริ่มใจตุ้มๆต่อมๆ ว่าอาจต้องดูทีมรักลงเตะในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลหน้าเสียแล้ว

เอฟเวอร์ตัน ไม่ใช่ทีมแรกที่มีบรรดาซุปตาร์อยู่มากมายภายในทีมแล้วต้องมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้ เพราะในอดีต ก็เคยมีหลายต่อหลายสโมสรที่มีนักเตะชั้นดี แต่เอาตัวไม่รอด วันนี้ลองย้อนไปดูว่า 5 สโมสรที่ว่าแน่ๆ แต่ดันต้องตกชั้นไปแบบคาดไม่ถึง มีทีมไหนกันบ้าง

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2008-2009

ฤดูกาล 2008-2009 คือหายนะอย่างแท้จริงของบรรดา "ทูน อาร์มี่" คงไม่ผิดนัก ก่อนที่จะตกชั้นไปในท้ายที่สุด พวกเขาเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมมากมายถึง 4 คน แต่ดันคว้าชัยชนะตลอดซีซั่นได้เพียงแค่ 7 นัดเท่านั้น

นิวคาสเซิ่ล เริ่มต้นฤดูกาลด้วยความคึกคัก เซ็นสัญญานักเตะอย่าง โยนาส กูเตียร์เรซ, แดนนี่ กัธทรี, เซบาสเตียน บาสซง และฟาบริซิโอ โคล็อชชินี่เข้ามา แถมด้วย ซิสโก้ ที่้ยายมาหลังเปิดฤดูกาลไปแล้ว แต่ส่วนสำคัญคือการจากไปของ เจมส์ มิลเนอร์ ที่ย้ายไปอยู่กับแอสตัน วิลล่า และนี่น่าจะเป็นจุดแตกหักของบอร์ดบริหารกับ เควิน คีแกน กุนซือคนดัง

สื่อในอังกฤษกระพือข่าวอย่างต่อเนื่องว่า คีแกน ตัดสินใจอำลาเก้าอี้ของเขาตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. ก่อนที่สุดท้ายจะเป็นจริง โดยมีการอ้างว่าเขาไม่พอใจมากที่ไม่สามารถควบคุมการซื้อขายนักเตะของสโมสรได้ แถมยังโดนบอร์ดบริหารแทรกแซงการทำงาน โดยเฉพาะการปล่อย มิลเนอร์ ออกจากสโมสร และการดึง ซิสโก้ ที่คีแกน บอกว่าเขาไม่ได้รู้จักมักจี่นักเตะคนนี้เลยแม้แต่น้อยเข้ามาร่วมทีม

แน่นอนว่าการไขก๊อกของโค้ชขวัญใจอย่างคีแกน ทำให้แฟนบอลหัวร้อนอย่างหนัก ความโมโหทั้งหลายพุ่งเป้าไปที่ ไมค์ แอชลี่ย์ เจ้าของทีม, เดนนิส ไวส์ ผอ.ฟุตบอล, โทนี่ ฆิเมเนซ รองประธานสโมสร และ ดีเร็ค แลมเบียส ประธานสโมสร ที่ต่างโดนกล่าวหาว่าสุมหัวกดดันให้คีแกน ต้องลุกจากเก้าอี้

หลังจาก คริส ฮิวจ์ตัน เข้ามารับตำแหน่งชั่วคราวไม่นาน แอชลี่ย์ ก็ไปดึง โจ คินเนียร์ กุนซือจอมเก๋าเข้ามาช่วยงาน ซึ่งยิ่งทำให้แฟนๆ ไม่พอใจมาก แถมเขายังมีปัญหาระหว่างการให้สัมภาษณ์สื่อจนประกาศว่าจะไม่มีการแถลงข่าวใดๆ อีกในเวลาต่อมา เล่นไปเล่นมา สถานการณ์ของ "สาลิกา" แย่ลงไปอีกเมื่อเสีย เชย์ กิฟเว่น นายด่านคู่บุญ และชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย ออกจากทีมไปตอนท้ายตลาดหน้าหนาว

คินเนียร์ พาทีมเก็บชัยชนะได้ 5 นัดและเสมออีก 10 จนทำให้เขาได้คุยกับบอร์ดบริหารว่าอาจมีโอกาสรับงานแบบถาวร แต่โชคร้ายยังไม่หยุดเท่านั้น คินเนียร์ ดันมีอาการของโรคหัวใจต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา ทำให้ ฮิวจ์สตัน ต้องกลับมาขัดตาทัพอีกหน โดยมี โคลิน คัลเดอร์วู้ด คอยช่วยงาน

หลังคินเนียร์ เข้ารับการผ่าตัดรักษาแล้ว แต่แอชลี่ย์ ตัดสินใจไปดึง อลัน เชียเรอร์ ตำนานของสโมสรเข้ามารับงานเมื่อเดือน เม.ย. พร้อมประกาศว่าจะพาทีมอยู่รอดปลอดภัย ซึ่งการแต่งตั้งครั้งนี้ทำให้ ไวส์ โบกมืออำลาตำแหน่ง ผอ.ฟุตบอลไป โดย "ฮอทชอต" ไปเอา เอียน ดาวี่ มานั่งเป็นมือขวา และประเดิมด้วยการแพ้ เชลซี คาบ้าน 0-2 โดยเขาต้องรอนานนับเดือนกว่าจะชนะนัดแรกในเกมลีกเมื่อ 11 พ.ค. โดยปราบ มิดเดิ้ลสโบรช์ ที่กำลังดิ้นรนเช่นกัน 3-1 พร้อมขยับขึ้นมาอยู่ในโซนปลอดภัยได้สำเร็จ

ทว่าสัปดาห์ต่อมา ทีมแดนอีสานดันแพ้ ฟูแล่ม 0-1 ทำให้ตกไปอยู่ในโซนตกชั้นอีกรอบ ก่อนต้องออกไปเยือน แอสตัน วิลล่า ในนัดส่งท้ายซีซั่น ซึ่งพวกเขาต้องลุ้นผลของ ฮัลล์ ซิตี้ และซันเดอร์แลนด์ ไปด้วยในเวลาเดียวกัน และแม้ทั้งสองทีม รวมถึงมิดฟิลด์สโบรช์ แพ้รวดในเกมส่งท้าย แต่ นิวคาสเซิ่ล ก็ทำตัวเองให้ตกไปอยู่แชมเปี้ยนชิพหนแรกนับตั้งแต่ปี 1993 จากการแพ้ 0-1 ที่วิลล่า พาร์ค มีแต้มห่าง ฮัลล์ ที่อยู่รอด 1 คะแนน

นักเตะเด่น : โคลอชชินี่, เอ็นริเก้, โนแลน, บาร์ตัน, มาร์ตินส์, โอเว่น, ดัฟฟ์, บาสซง, สมิธ, กูเตียร์เรซ, ซิสโก้, บัตต์, วิดูก้า, แคร์โรลล์

ลีดส์ ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2003-2004

เหมือนนิวคาสเซิ่ลไม่มีผิด เพราะลีดส์ เป็นสโมสรใหญ่เกินกว่าที่จะตกชั้นลงไป แต่ในปี 2004 เอลแลนด์ โร้ด ดันร่วงไปเตะแชมเปี้ยนชิพ และไม่ได้ลืมตาอ้าปากขึ้นมาในลีกสูงสุดนานกว่า 16 ปี และถึงขนาดหล่นไปเล่นในลีก วัน ถึง 3 ซีซั่นอีกต่างหาก

ในปีดังกล่าว "ยูงทอง" เอาชนะแค่ 8 นัด จบอันดับ 19 ของพรีเมียร์ลีก โดนระเบิดตาข่ายยิ่งกว่าประตูน้ำ 79 ลูก ท่ามกลางวิกฤตการเงินของสโมสร

ฤดูกาลนั้น ลีดส์ เริ่มต้นด้วยการประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก หนี้ของสโมสรพุ่งไปมากกว่า 100 ล้านปอนด์ จนสุดท้ายต้องขายนักเตะคีย์แมนออกไป นำมาโดย ไมเคิ่ล บริดเจส, โรเก้ จูเนียร์, ไนเจล มาร์ติน, แดนนี่ มิลล์ส แต่พวกเขาก็ยังมีขุมกำลังที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็น มาร์ค วิดูก้า, พอล โรบินสัน, นิคกี้ บาร์มบี้, อลัน สมิธ, อาร่อน เลนน่อน และเจมส์ มิลเนอร์

ปีเตอร์ รีด คือผู้จัดการทีมที่พาทีมเปิดหัวฤดูกาล ก่อนโดนตะเพิดออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 10 พ.ย. หลังพาทีมเก็บได้แค่ 8 คะแนนจาก 12 นัดแรก ก่อนที่ เอ็ดดี้ เกรย์ อดีตนักเตะจะเข้ามารับช่วงต่อแบบชั่วคราว โดยผลการแข่งขันกระเตื้องขึ้นบ้างทำให้หลุดออกมาจากโซนอันตรายตอนสิ้นปี 2003

กระนั้น สถิติแพ้รวด 7 นัดติดต่อกันตั้งแต่เริ่มต้นปีใหม่ ทำให้พวกเขาหล่นไปกินบ๊วยบนตารางคะแนนแทบจะทันที และนับตั้งแต่ตอนนั้น สโมสรก็แทบไม่เหลือความหวังอะไรในการลุ้นอยู่รอดปลอดภัยในพรีเมียร์ลีกอีกเลย และจบอันดับ 19 บนตาราง ตามห่างโซนปอลดภัยถึง 6 คะแนน

นักเตะเด่น : โรบินสัน, เคลลี่, ฮาร์ท, ราเดเบ้, บาร์มบี้, วิดูก้า, เพนแนนท์, สมิธ, บัคเค่, มัตเตโอ, เลนน่อน, มิลเนอร์

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2002-2003

แม้จะโกยแต้มได้ถึง 40 คะแนน ซึ่งว่ากันว่าหากสโมสรไหนทำได้เท่านี้จะไม่ตกชั้น แต่มันไม่พอสำหรับ "ขุนค้อน" ในปีดังกล่าว

จนถึงทุกวันนี้ 42 แต้มที่เวสต์แฮม ทำได้ในปีดังกล่าว ยังเป็นสถิติการตกชั้นด้วยคะแนนสูงที่สุดตลอดกาลมาโดยตลอด และเมื่อเทียบกับเมื่อปี 2017-2018 ซึ่งพวกเขาเก็บแต้มได้เท่ากัน แต่ดันจบด้วยอันดับ 13 บนตารางคะแนนเสียด้วยซ้ำ

ทีมดังจากลอนดอน มีขุมกำลังนักเตะสำคัญอย่าง เจอร์เมน เดโฟ, เปาโล ดิ คานิโอ, ไมเคิ่ล คาร์ริก, โจ โคล, เลส เฟอร์ดินานด์, เกล็น จอห์นสัน, เดวิด เจมส์, เทรเวอร์ ซินแคลร์ แต่ดันตกชั้นได้อีก? เอากับเขาสิ

เกล็น โรเดอร์ พาทีมประสบความสำเร็จในฤดูกาลก่อนหน้าคว้าอันดับ 7 มาครองบนตาราง แน่นอนว่าทำให้แฟนๆ ย่อมหวังไปเล่นฟุตบอลยุโรปในปีนี้ แต่กลับไม่ใช่

หายนะของทีมมาตั้งแต่ออกสตาร์ตฤดูกาลไม่ให้แฟนๆ ได้เตรียมตัวเตรียมใจ พวกเขาเอาชนะแค่ 3 จาก 24 เกม และสโมสรพบว่าตัวเองจมอยู่อันดับสุดท้ายของตารางตอนวันคริสต์มาส มีเพียง 16 คะแนนเท่านั้น

เมื่อขึ้นปีใหม่ก็ไม่มีอะไรดีแต่กลับย่ำแย่ลงไปกว่าเดิม พวกเขาต้องดิ้นรนหนีตกชั้น แถมยังตกรอบ เอฟเอ คัพ แบบโคตรขายหน้าเพราะโดนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถล่มเละเทะ 0-6 ในเดือน ม.ค. นั่นเอง

ปีนี้ โทมัส เร็ปก้า มีปัญหาเรื่องวินัยเก็บใบเหลืองเป็นว่าเล่น 10 ครั้งและโดนตะเพิดออกจากสนามอีก 1 หน ส่วน ดอน ฮัทชินสัน ก็มีอาการบาดเจ็บรบกวนต่อเนื่องได้ลงเล่นไปแค่ 10 นัดในลีก

แม้จะเสริมขุมกำลังอย่าง รูฟัส เบรเว็ตต์, ลี โบวเยอร์ และเลส เฟอร์ดินานด์ เข้ามากลางซีซั่นแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้

ผลงานห่วยแตกทุกรายการที่ลงสนามทำให้ โรดเดอร์ มีปัญหากับ ดิ คานิโอ ที่โดนเปลี่ยนตัวออกในเกมพบ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน จากนั้นในเดือน เม.ย. โรเดอร์ ดันถูกตรวจพบว่าเป็นเนื้องอกในสมองอีกต่างหาก ทำให้ เทรเวอร์ บรู๊กกิ้ง เข้ามาทำหน้าที่แทน 3 เกมส่งท้ายซีซั่น และทำผลงานดีจนมีลุ้นอยู่รอดปลอดภัยในวันสุดท้ายของฤดูกาล

ก่อนลงเตะแมตช์สั่งลาซีซั่น เวสต์แฮม มีแต้มเท่ากับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส อันดับ 17 แต่ลูกได้เสียเสียเปรียบอยู่เยอะเหมือนกัน พวกเขาต้องพบ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ และจำเป็นต้องยิงอย่างน้อย 7 ประตูเพื่อทำให้แน่ใจว่าจะรักษาพื้นที่ในลีกสูงสุดเอาไว้ได้

อย่างไรก็ดี พวกเขากลับเสมอ 2-2 โดยได้ประตูจากเลส เฟอร์ดินานด์ และ เปาโล ดิ คานิโอ ขณะที่ โบลตัน เอาชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ ทำให้ "ขุนค้อน" ตกชั้นไปตามระเบียบเป็นหนแรกตั้งแต่ปี 1992

นักเตะเด่น : เจมส์, เร็ปก้า, วินเทอร์เบิร์น, ฮัทชิสัน, โบว์เยอร์, คาร์ริก, ซินแคลร์, เดโฟ, ดิ คานิโอ, คานูเต้, เฟอร์ดินานด์, จอห์นสัน, โคล, กามาร่า

แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ฤดูกาล 1998-1999

เมื่อปี 1994-1995 "กุหลาบไฟ" คว้าแชมป์ฟรีเมียร์ลีกมาครองอย่างยิ่งใหญ่ และเมื่อปี 1997-1998 พวกเขาจบอันดับ 6 บนตารางคะแนน

ตอนเริ่มต้นฤดูกาล 1998-1999 พวกเขาได้รับการยกย่องว่าอาจมีลุ้นแชมป์เป็นสมัยที่ 2 ของตัวเอง ภายใต้การคุมทัพของ รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือฝีมือดี

แบล็คเบิร์น มีนักเตะดังอย่าง ดาเมี่ยน ดัฟฟ์, สเตฟาน อองโชซ์, คริส ซัตตัน, เควิน เดวี่ส์, ทิม เชอร์วู้ด และทิม ฟลาเวอร์ส แต่พวกเขาดันจบฤดูกาลด้วยอันดับ 19 คว้าชัยชนะได้เพียง 5 เกม

"ปู่รอย" ที่ตอนนั้นยังหนุ่มกว่านี้เยอะโดนแจกซองผ้าป่าไปตอนกลางซีซั่น หลังพาทีมชนะ 2 จาก 14 เกมแรก ก่อนที่ไบรอัน คิดด์ เข้ามารับเผือกร้อนแทนจนจบฤดูกาลที่ไม่มีนักเตะคนไหนยิงได้มากกว่า 5 ประตู

"กุหลาบไฟ" ตกชั้นไปด้วยการเก็บได้เพียง 35 คะแนน ตามหลัง เซาธ์แฮมป์ตัน ที่อยู่โซนปลอดภัย 6 แต้ม โดยในปีนั้นมี ชาร์ลตัน แอธเลติก และน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ กอดคอร่วงไปด้วย

นักเตะเด่น : ฟลาเวอร์ส, อองโชซ์, กัลลาเกอร์, ซัตตัน, วิลค็อกซ์, ดัฟฟ์, ดันน์, แม็คเอเทียร์ เชอร์วู้ด, เดวี่ส์

มิดเดิ้ลสโบรช์ ฤดูกาล 1996-1997

แม้แต่ยอดฮีโร่อย่าง จูนินโญ่ และฟาบริซิโอ ราวาเนลลี่ ก็ไม่สามารถช่วยเซฟ โบโร่ ให้รอดพ้นจากการตกชั้นได้ในปีดังกล่าว

ก่อนเริ่มต้นฤดูกาล พวกเขาทุ่มเงินซื้อ เอเมอร์สัน และราวาเนลลี่ มาช่วยยกระดับผลงานหลังจบอันดับ 12 บนตารางคะแนนในปีก่อนหน้า ทว่าสุดท้ายแล้วไม่เป็นไปตามหวัง

หัวหอกอิตาเลี่ยน อุตส่าห์กระหน่ำมันตีนยิงไป 31 ตุงรวมทุกรายการ รวมถึงการระเบิดแฮตทริกใส่ ลิเวอร์พูล ที่เสมอ 3-3 วันเปิดซีซั่น ซึ่งมี จูนินโญ่ คอยร่ายมนต์แซมบ้าอยู่ด้านหลัง แน่นอนว่าแฟนๆ เริ่มฝันหวานกับผลงานของทีมในปีนี้

ทว่าแม้จะมีสองสตาร์ดังคอยแบกแต่ไม่ไหว เพราะ "โบโร่" ตกชั้นไปสู่ลีกรองหลังจากมีแต้มห่างจากโซนปลอดภัย 2 คะแนน

หลังไบรอัน ร็อบสัน พาทีมออกสตาร์ตอย่างแข็งแกร่ง ชนะ 3 เสมอ 1 ใน 6 เกมแรก แต่พวกเขาก็ไม่ชนะอีกเลยตั้งแต่ 21 ก.ย. จนถึง 26 ธ.ค.

ในฤดูกาลนี้ มิดเดิ้ลสโบรช์ มีปัญหากับสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ที่ขอให้เลื่อนโปรแกรมนัดพบ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ออกไป โดยสโมสรออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ร็อบสัน ไม่สามารถจัดนักเตะลงสนามได้เพราะมีนักเตะเจ็บและป่วยเยอะมาก แต่เหตุผลดังกล่าวไม่ทำให้เอฟเอ ใจอ่อน ตัดแต้มพวกเขาไป 3 คะแนน

เอฟเอ ยืนยันเสียงแข็งว่าจะไม่คืนแต้มที่หายไป 3 คะแนนในนัดดังกล่าว ทำให้ผลเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 ในวันสุดท้ายไม่เพียงพอให้พวกเขาอยู่ในพรีเมียร์ลีกต่อไป โดยมีแต้มตามหลัง โคเวนทรี้ 2 คะแนน

อย่างไรก็ดี พวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมฟุตบอลถ้วยภายในประเทศ โดยเดือน ก.พ. ผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ลีก คัพ ก่อนเสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เวมบลีย์ ในนัดแรก แต่แพ้ในเกมนัดรีเพลย์ที่ ฮิลล์สเบอะเรอะห์ 0-1

อีก 2 เดือนถัดมา "โบโร่" ผ่านเข้าไปชิงดำ เอฟเอ คัพ กับ เชลซี แต่แพ้ไป 0-2 ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่ไปจนถึงเกมชิงดำฟุตบอลถ้วย 2 รายการแล้วต้องตกชั้น แซงหน้าสถิติของ คริสตัล พาเลซ ที่ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ทั้งสองรายการแต่ตกชั้นเมื่อปี 1995

นักเตะเด่น : เพียร์สัน, เอเมอร์สัน, จูนินโญ่, ราวาเนลลี่, ร็อบสัน, ชวาร์เซอร์
แก้ไขล่าสุดโดย ZONG'TEEN เมื่อ Thu Mar 31, 2022 23:42, ทั้งหมด 1 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออนไลน์
แข้งบุนเดสลีกา
Status:
: 1 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Apr 2021
ตอบ: 5502
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Mar 31, 2022 22:39
[RE: นึกว่าแน่...ที่แท้ตกชั้น!]
ท๊อฟฟี่ ดิวิชั่น 1
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
GoodBye Sadio Mane (liverpool Legend)
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 24 Jun 2019
ตอบ: 1111
ที่อยู่: Nowhere
โพสเมื่อ: Fri Apr 01, 2022 00:38
[RE]นึกว่าแน่...ที่แท้ตกชั้น!
อันเช่ต้องรู้สึกผิดมั้ยเนี่ย ออกไปคนเดียวทำทีมตกต่ำได้ขนาดนี้

ท๊อฟฟี่ก็นะ ชอบจริงๆกับตัวชื่อดัง ดังแต่ชื่อ แต่ผลงานช่วงหลังไม่มีอะไรดีเลย อย่างราฟางี้ แลมพาร์ดงี้ เหมือนพี่ดึงแต่คนชื่อดังเพื่อทำการตลาดอย่างเดียวอะ ผลงานเป็นไงไม่รู้ ขอให้ชื่อดังไว้ก่อน สมควรแล้ว สมน้ำหน้าบอร์ดทีม แต่สงสารแฟนบอล ทีมอย่างท๊อฟฟี่มันไม่น่ามาอยู่ถึงจุดนี้ได้เลย
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 2103
ที่อยู่: นครราชสีมา
โพสเมื่อ: Fri Apr 01, 2022 09:00
[RE: นึกว่าแน่...ที่แท้ตกชั้น!]
ดูรายชื่อนักเตะแล้ว ที่ยกตัวอย่างมา 5 ทีม รายชื่อนักเตะดูดีกว่าอีกนะ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวเตะกัลโช่
Status: liverpool 1981
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Aug 2007
ตอบ: 5588
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Apr 01, 2022 10:11
[RE: นึกว่าแน่...ที่แท้ตกชั้น!]
ตกไปเล่นๆสักปี เดี๋ยวก็ขึ้นมาได้
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
Liverpool Is My Life


https://www.youtube.com/channel/UCQ3qi4MTr0_FIACHBCh3sAA
ฝากช่องยูทูปด้วยครับ
ออฟไลน์
นักเตะอบจ.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 May 2021
ตอบ: 1414
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Apr 01, 2022 10:24
[RE: นึกว่าแน่...ที่แท้ตกชั้น!]
ชอบโบโร่มาก จูนินโย่กับราวาเนรี่โคตรเก่ง
แต่อีเมอสัน ของปลอมชัดๆ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
cmn
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 15 Jan 2008
ตอบ: 2150
ที่อยู่: นกป. ออน. SL.
โพสเมื่อ: Fri Apr 01, 2022 11:25
[RE: นึกว่าแน่...ที่แท้ตกชั้น!]
ดาเมี่ยน ดุ๊ฟ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 07 Dec 2020
ตอบ: 3079
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Apr 01, 2022 11:38
[RE: นึกว่าแน่...ที่แท้ตกชั้น!]
ไม่มี QPR เหรอ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 May 2007
ตอบ: 51
ที่อยู่: Bkk
โพสเมื่อ: Fri Apr 01, 2022 12:19
[RE: นึกว่าแน่...ที่แท้ตกชั้น!]
42 แต้มตกชั้น แม้เจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาา

ถ้าเป็นตอนนี้ คือ 10 อันดับแรก
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 25 Dec 2007
ตอบ: 3786
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Apr 01, 2022 13:03
[RE: นึกว่าแน่...ที่แท้ตกชั้น!]
ดัฟฟ์นี่ตกชั้น1-2รอบอยู่นะเนี่ย ตอนนิวฯตกชั้น ลูกแฉลบดัฟฟ์เข้ารึป่าวไม่แน่ใจ คืออย่างเซ็งอ่ะตอนนั้น
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Dec 2008
ตอบ: 1186
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Apr 01, 2022 16:04
[RE: นึกว่าแน่...ที่แท้ตกชั้น!]
เอฟควรตกชั้นไปสร้างสปิริตทีมกีฬาก่อน ไม่ใช่ทีมโดนคู่แข่งยิง หัวเราะดีใจ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โมเป็นนักเตะหงส์ที่ไม่เคยมีมาก่อนเลยจริงๆ เยือกเย็นตอนทำประตูเหมือนเอียน รัช วิ่งเร็วเหมือนโอเว่นตอนพีคๆ เลี้ยงบอลเก่งเหมือนแม็คมานามาน จับบอลและยิงประตูเก่งด้วยเท้าซ้ายเหมือนฟาวเลอร์ เหมือนร่างอวตารที่รวมเอาจุดเด่นตำนานหงส์หลายๆคนมารวมกัน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: Faustino asprilla No.1
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 26 Nov 2020
ตอบ: 542
ที่อยู่: Newcastle,CR7,Mourinho
โพสเมื่อ: Fri Apr 01, 2022 17:23
[RE: นึกว่าแน่...ที่แท้ตกชั้น!]
์์Newcastle ที่ตกชั้นไป เพราะ เจ้าของทีมล้วนๆเลย ปัญหาด้านการเงิน และการบริหาร ผู้เล่นดีๆ นี่แทบไม่เหลือ ขายกิน แถมเสริมทัพตามใจเจ้าของทีม ผู้จัดการทีมเปลี่ยนเป็นว่าเล่น คิดแล้วเศร้า แต่ก็ดีใจที่ฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status: In Rafa, We trust!
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 Dec 2007
ตอบ: 2633
ที่อยู่: เชียงใหม่
โพสเมื่อ: Sat Apr 02, 2022 19:29
[RE: นึกว่าแน่...ที่แท้ตกชั้น!]
Open AI พิมพ์ว่า:
อันเช่ต้องรู้สึกผิดมั้ยเนี่ย ออกไปคนเดียวทำทีมตกต่ำได้ขนาดนี้

ท๊อฟฟี่ก็นะ ชอบจริงๆกับตัวชื่อดัง ดังแต่ชื่อ แต่ผลงานช่วงหลังไม่มีอะไรดีเลย อย่างราฟางี้ แลมพาร์ดงี้ เหมือนพี่ดึงแต่คนชื่อดังเพื่อทำการตลาดอย่างเดียวอะ ผลงานเป็นไงไม่รู้ ขอให้ชื่อดังไว้ก่อน สมควรแล้ว สมน้ำหน้าบอร์ดทีม แต่สงสารแฟนบอล ทีมอย่างท๊อฟฟี่มันไม่น่ามาอยู่ถึงจุดนี้ได้เลย  

ไม่หรอก เรอัลมาดริดขอกลับมาคุมทีม ตัวนักเตะมีศักยภาพลุ้นถ้วย เทียบกับอยู่ท็อฟฟี่โดยเงื่อนไขใช้เงินจำกัด ผลงานไม่ดีเสี่ยงโดนปลด คิดได้ไม่ยากเลย

ก็งงว่าตั้งราฟามาให้แฟนบอลเหม็นหน้าทำไม ถ้าไม่ใช่ว่าแกรับเงื่อนไขเสริมทัพจำกัดได้

พอตัวเจ็บเยอะ เสริมทัพไม่ได้มาก แฟนบอลยี้ บอร์ดก็ต้องเอาใจแฟนบอลไว้ก่อน จนจะเป็นกบเลือกนายอยู่แล้ว
แก้ไขล่าสุดโดย pepino เมื่อ Sat Apr 02, 2022 19:32, ทั้งหมด 1 ครั้ง
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status: In Rafa, We trust!
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 Dec 2007
ตอบ: 2633
ที่อยู่: เชียงใหม่
โพสเมื่อ: Sat Apr 02, 2022 19:32
[RE: นึกว่าแน่...ที่แท้ตกชั้น!]
เอาฮาหรือเอาจริง พิมพ์ว่า:
ไม่มี QPR เหรอ  

น่าจะนับนะ แต่ผลงานตกต่ำจนแทบไม่ลุ้นชิงดำแบบทีมอื่น
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 208
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Apr 07, 2022 07:58
[RE: นึกว่าแน่...ที่แท้ตกชั้น!]

..ปีนี้ถ้า เอฟเวอร์ตัน ตกชั้นจริงๆ นี่ต้องพยายามไม่ให้ทีมแตกเลยนะ ถ้าทีมแตกที่อาจมียาวเลย (พูดในฐานะแฟนนิวคาสเซิลที่เคยตกชั้นมาก่อนสองรอบในช่วงชีวิตที่เชียร์บอล)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน



"จอมยุทธ์โยกมังกร"Jomyout.blogspot.com, Jomyout.wordpress.com
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel