อย่าดื้อ! เรือมาตามนัดรัวครึ่งหลังถล่มนักบุญ 4-1 8 ทีมเอฟเอ
หลังจากอายเมริก ลาปอร์ต ทำเข้าประตูตัวเองตีเสมอให้ เซาธ์แฮมป์ตันก่อนพักครึ่ง จากนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงมาติดเครื่องยิงอีก 3 ประตูรวดในครึ่งหลังบุกมาชนะ 4-1 ผ่านเข้ารอบตัดเชือก เอฟเอ คัพ ไม่มีพลิกล็อค
เซาธ์แฮมป์ตัน
Starting Formation: 4-4-2
2.
ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส
6
6.
โอริโอ โรเมว

88'
6
24.
โมฮัมเหม็ด เอลยูนุสซี่

88'
6
17.
สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง

83'
6
9.
อดัม อาร์มสตรอง

63'
6
7.
เชน ลอง

63'
6
ตัวสำรอง
10.
เช อดัมส์

63'
6
27.
อิบราฮิม่า ดิยาลโล่

88'
6
20.
วิลเลี่ยม สมอลล์โบน

88'
6
18.
อาร์มันโด้ โบรฆา

63'
6
19.
มุสซ่า เฌเนโป

83'
6
เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ
สนาม เซนต์ แมร์รี่
อาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2565
กรรมการ ไมค์ ดีน
เซาธ์แฮมป์ตัน
1
4
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
1-1 อายเมริก ลาปอร์ต 45+2' (Og.)
0-1 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง 12'
1-2 เควิน เดอ บรอยน์ 61' (Pen.)
1-3 ฟิล โฟเด้น 75'
1-4 ริยาด มาห์เรซ 78'
เซาธ์แฮมป์ตัน ส่งชุดใหญ่ลงสนามตามคาดแดนหน้าเป็นการจับคู่ของอดัม อาร์มสตรองกับ เชน ลอง โดยมีเจมส์ วอร์ด เพราส์ กัปตันทีมเป็นจอมทัพ ด้านแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้แซค สเตฟเฟ่น เฝ้าเสา แนวรุกมีเควิน เดอ บรอยน์ คอยคุมเกมให้ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แจ็ค กรีลิชและกาเบรียล เชซุส เข้าทำ
ราฮีมปั่นโค้งเข้ามือฟอร์สเตอร์
โอกาสยิงหนแรกของเกมเป็นของซิตี้ กุนโดกันได้บอลริมเส้นด้านซ้ายก่อนไหลย้อนกลับมาให้ ราฮีมแต่งเข้าขวาก่อนปั่นโค้งหน้ากรอบเขตโทษแต่บอลเบาไปฟอร์สเตอร์รับเอาไว้ไม่มีปัญหา
กุนโดกันจ่ายช้า!ราฮีมยิงมุมแคบ
กุนโดกันพาบอลขึ้นมาจากกลางสนามแต่จ่ายช้าไปหน่อยสุดท้ายไหลให้ ราฮีมซัดแบบมุมแทบไม่มีแล้วโดนพุ่งเข้ามาขวางด้วยเลยส่องหลุดเสาแรกไปเลย
อาร์มสตรองหลุดยิงชนเสาไกล
แต่กลับเป็นเซาธ์แฮมป์ตันเกือบได้ประตูนำ โรเมว แทงทะลุช่องให้ อาร์มสตรองสอดมายิงผ่านสเตฟเฟ่นไปแล้วแต่ไปชนเสาไกลแล้วไม่มีใครมาตามซ้ำ
นักบุญพลาดเอง!ราฮีมเผด็จศึก 1-0
ทว่า เรือใบสีฟ้า มาได้ประตูขึ้นนำ เป็นความผิดพลาดของสตีเฟนส์ เตะเคลียร์แป๊ก เชซุสโฉบมาเอาบอลจ่ายให้ราฮีมแปบอลสวนตัวของฟอร์สเตอร์เข้าประตูไม่เหลือ 1-0!!!
อาร์มสตรองยิงผิดออกหลังไกล
ลอง ให้บอลมาที่อาร์มสตรองเกี่ยวก่อนซัดด้วยขวาแถวจุดโทษแต่ดันกดไม่ลงบอลพุ่งออกหลังแบบไร้หางเสือไปเลย
กุนโดกันซัดชนเสา
คันเชโล่ลากบอลไปสุดเส้นหลังด้านซ้ายก่อนเปิดมาทางเสาแรกให้กุนโดกันกระโดดยิงไปชนเสาบอลกระดอนไปเสาไกล เชซุสซ้ำก็ติดบล็อคอีก
โรดรี้เติมมายิงได้ลุ้น
โรดรี้พาบอลมาเองจากกลางสนามก่อนก้มหน้ากดด้วยขวาระยะ 25 หลาบอลพุ่งเรียดผ่านมือของฟอร์สเตอร์ไปแล้วออกเสาไปนิดเดียวได้เตะมุมด้วย
โรเมวยิงสวนสเตฟเฟ่นรับไม่หลุด
คอนเนอร์ทางซ้ายของเจ้าถิ่น วอร์ด-เพราส์เปิดมาเสาแรก กรีลิชโขกเคลียร์ออกมาเข้าทาง โรเมว วิ่งเข้ามายิงสวนด้วยขวาบอลพุ่งแรงตรงกรอบแล้วแต่สเตฟเฟ่นรับเข้าซองหนึบ
อ่าว...ลาปอร์ตซวย OG. นักบุญตี 1-1
อาร์มสตรองแทงบอลทะลุช่องให้ เอลยูนุสซี่หลุดไม่ล้ำหน้าไปสุดเส้นหลังด้านขวาก่อนม้วนกลับมาจะเปิดเข้ากลางไปแฉลบลาปอร์ตเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเองไปเฉยเลย 1-1!!!
KDB ซัดไม่ผ่านบล็อค
ซิตี้ พยายามพับสนามแล้วเกือบได้ กรีลิชไหลให้เดอ บรอยน์ ยิงไปติดบล็อคของสตีเฟ่นส์ จังหวะต่อมาโรดรี้พยายามยิงสวนอีกทีก็ยังไปติดบล็อคแฉลบออกหลัง
KDB ปั่นโค้งกดไม่ลง
เดอ บรอยน์ ได้ง้างเท้ายิงอีกหนจากหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 หลา ปั่นด้วยเท้าขวาแต่ก็ยังกดไม่ลงบอลข้ามคานออกไปไกล
KDB กดโทษเรือนำอีก 2-1
ซิตี้มาได้จุดโทษจังหวะที่ เชซุสเกี่ยวบอลในกรอบเขตโทษด้านขวาก่อนโดนซาลิซู เข้ามาปะทะ กรรมการเป้าฟาวล์ทันทีแม้ดูว่าเบาไปหน่อย เดอ บรอยน์ รับอาสายิงไปทางซ้าย ฟอร์สเตอร์พุ่งถูกทางแต่เซฟไม่ได้ 2-1!!!
อดัมส์เหน่งๆ ยิงตรงสเตฟเฟ่น
นักบุญ น่าได้ประตูตีเสมอจริงๆ โบฆา จับบอลแรกอย่างสวยในจังหวะสวนกลับเร็วแล้วไหลมาให้ อดัมส์ยิงด้วยซ้ายแต่ดันไปตรงตัวของสเตฟเฟ่นที่ยืนจังก้าขวางทางเอาไว้ก่อน
โฟเด้นยิงสนั่น!เรือทิ้ง 3-1
เรือใบสีฟ้า มาได้ประตูทิ้งห่าง เป็นความเฉียบขาดของ โฟเด้นที่ ซาลิซูโหม่งสกัดมาเข้าทางก่อนอัดด้วยซ้ายเต็มข้อบนเส้นกรอบเขตโทษบอลพุ่งหนีมือฟอร์สเตอร์เข้าไปสุดเด็ดขาด 3-1!!!
มาห์เรซยิงด้วย!เรือหนี 4-1
สกอร์ไหลห่างอีก คันเชโล่ จ่ายมาให้ กุนโดกันพักอกลงก่อนแทงออกขวาให้ มาห์เรซวางเท้ากดเสาแรก ฟอร์สเตอร์ได้แต่ยืนมอง 4-1!!!
มาห์เรซยิงออกเสาไกล
มาห์เรซพาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านขวาก่อนยิงด้วยขวาหนีตัวฟอร์สเตอร์แล้วแต่บอลบานออกเสาไกลทำให้ไม่ได้ประตุเพิ่ม
เรือสอยนักบุญ 4-1 ลิ่วตัดเชือก
สุดท้าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ตามความคาดหมายหลังจากบุกมาชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน แบบหายห่วง 4-1
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
Starting Formation: 4-3-3
14.
อายเมริก ลาปอร์ต

82'
6
27.
เชา คันเซโล่

82'
7
16.
โรดรี้

82'
6.5
9.
กาเบรียล เชซุส

63'
7
10.
แจ็ค กรีลิช

63'
6
ตัวสำรอง
6.
นาธาน อาเก้

82'
6
26.
ริยาด มาห์เรซ

63'
7
25.
แฟร์นานดินโญ่

82'
6
47.
ฟิล โฟเด้น

63'
7
11.
โอเล็กซานดาร์ ซินเชนโก้

82'
6
แก้ไขล่าสุดโดย ZONG'TEEN เมื่อ Sun Mar 20, 2022 23:58, ทั้งหมด 20 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ