ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
27 January 2022 14:49 by C_Phoenix
สตั๊ดสายพันธุ์นักล่า Adidas Predator ประวัติศาสตร์จาก "รุ่นสู่รุ่น"
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line ID: @saless เบอร์โทรศัพท์ 0654695416 , 0654693944 โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)




หนึ่งใน "รองเท้าสตั๊ด" ที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์โลกลูกหนังนามว่า Adidas Predator ตั้งแต่ 1994 ปีแรกที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากการออกแบบตามแนวคิดริเริ่มของ เคร็ก จอห์นสตัน อดีตแข้งออสซี่ของลิเวอร์พูล จนมาถึงปี 2022 ณ ปัจจุบัน

อดิดาส พรีเดเตอร์ มักจะออกรุ่นใหม่มาในทุกๆ 2 ปี (ที่ไม่เสมอไป) เพื่อรองรับทัวร์นาเมนต์ที่แฟนบอลตั้งตารอคอยอย่างฟุตบอลยุโรป และ ฟุตบอลโลก โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มกราคม ได้ทำการเปิดโฉมตัวใหม่ป้ายแดง Adidas Predator Edge ในปีของศึกเวิร์ล คัพ 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ที่จะแข่งขันช่วงระหว่างวันที่ 21 พ.ย.-18 ธ.ค.ปลายปีนี้

สตั๊ดสายพันธุ์นักล่า กับดีไซน์ ความสวยงาม สีสันที่หลากหลาย ลวดลายอันน่าตื่นตาตื่นใจ เทคโนโลยีอันทันสมัย นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้ทันต่อความก้าวไปข้างหน้าแบบไม่หยุดยั้งของโลกลูกหนัง

มาดูกันสิว่า ตั้งแต่รุ่นแรกจนมาถึงรุ่นล่าสุด ระยะเวลา 27 ปีผ่าน เส้นทางในระหว่างนั้น เรามาไกลกันถึงขนาดไหนแล้ว...


* Adidas Predator (1994)



พรีเดเตอร์รุ่นแรกคือความไฮโซแห่งยุคนั้น ผลิตจากหนังจิงโจ้ โดดเด่นด้วยปุ่มยางนูนเป็นริ้วๆตรงส่วนปลายของรองเท้า เพื่อเพิ่มพลังในการสัมผัสกับลูกบอล การปั่นบอล และการจับบอล แต่ต้องบอกน้องๆที่เกิดไม่ทันรุ่นนี้ว่า หน้าตามันจะเหมือนกับโทรศัพท์โนเกีย หรือเครื่องเล่นซีดีซะมากกว่า

เดอะ เพรดส์ รุ่นดั้งเดิมออกวางจำหน่ายโดยมีสีให้เลือกไม่มากนัก แน่นอนว่ามีสีดำแถบขาว และสีแดง ซึ่งเป็นสีมาตรฐานของรองเท้าสตั๊ด ประตูแรกจากนักเตะที่สวมใส่มันมาจากลูกยิงฟรีคิกของ จอห์น คอลลินส์ จากเซลติก ที่ยิงใส่ทีมคู่ปรับ เรนเจอร์ส ในเกมดิ โอลด์ เฟิร์ม ดาร์บี้ เมื่อเดือนเมษายน 1994 ที่ไอบร็อกซ์ ปาร์ค เกมจบด้วยการเสมอกันไป 1-1

* Adidas Predator Rapier (1995)




เพียงแค่ปีเดียวจากรุ่นแรก รุ่นที่สองของ Predator ก็ตามมาติดๆ "พรีเดเตอร์ เรเปียร์" ที่เหมือนกับเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ซะมากกว่า มีการปรับเปลี่ยนเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น พัฒนาแผ่นยางปั่นเพื่อลดรอยย่นของหนัง ตรงส้นเท้าหนาขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกป้องเอ็นร้อยหวาย และมีลิ้นรองเท้าแบบที่พับลงได้ โคตรเท่ ว่างั้่น!

เป็นสตั๊ด Adidas ตัวแรกที่มีจำหน่ายในสีที่หลากหลาย ขณะที่สีมาตรฐานอย่างสีขาวและสีแดง กลับผลิตออกมาในจำนวนจำกัด แน่นอนว่าแข้งพรสวรรค์ร่างอวบ "แกซซ่า" พอล แกสคอยน์ เป็นผู้นำเทรนด์ และเป็นศูนย์กลางสำหรับแคมเปญโฆษณาคอลเลคชั่นนี้

* Adidas Predator Touch (1996)



รุ่นที่สาม "พรีเดเตอร์ ทัช" กับนวัตกรรมใหม่ด้วยปุ่มสตั๊ดแบบ Traxion (trx) ซึ่งมีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าและวางตามหลักสรีระศาสตร์ ซึ่งถือว่าเป็นของแปลกในช่วงทศวรรษ 90 เพราะแทบทั้งหมดปุ่มจะเป็นโลหะทรงกลมเสมอ นักฟุตบอลส่วนใหญ่จะคุ้นชินมากกว่า ทำให้ Adidas ต้องผลิตเพิ่มเติมออกมาเป็นแบบคัสตอมปุ่มกลมให้กับนักเตะได้ใส่ลงสนาม โดยที่ไม่มีการวางจำหน่ายทั่วไป ส่วนที่วางจำหน่ายจริงจะเป็นสีขาวกับสีดำ ที่ก็ยังคงเป็นที่นิยมมากที่สุด แม้ว่าจะมีการผลิตเพิ่มอีกหลายๆสีตามมาก็ตาม

นวัตกรรมที่เพิ่มเข้ามาคือ ยางด้านหน้าส่วนปลายรองเท้าจะซอยเป็นริ้วให้เล็กลง แล้ววางแยกไว้ 3 จุด ตรงกลาง ด้านซ้าย ด้านขวา เพื่อให้ "สัมผัส" กับลูกบอลได้หนึบแน่นขึ้น ช่วยในการปั่้นไซด์โป้ง ไซด์ก้อย พอล แกสคอยน์ ใส่รุ่นนี้แจ้งเกิดมาแล้วในศึกยูโร 96

และเป็นตัวเดียวกับที่ เดวิด เบ็คแฮม กองกลางดาวรุ่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่องไกลครึ่งสนามใส่ นีล ซัลลิแวน ผู้รักษาประตูวิมเบิลดัน ในนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีก 1996/96 เป็นหนึ่งในประตูที่สวยงามหมดจดหยดย้อยและเป็นที่จดจำมากที่สุด สร้างชื่อระบือไกลให้กับ "DB7" นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่เชื่อหรือไม่ว่า "พรีเดเตอร์ ทัช" คู่นั้นเป็นของ ชาร์ลี มิลเลอร์ นักเตะเรนเจอร์ส ที่ถูกยืมเอามาให้ "เบ็คส์" ใส่ลงสนามมายิงประตูประวัติศาสตร์

* Adidas Predator Accelerator (1998)



เปิดตัวในปีฟุตบอลโลก "ฟรองซ์ 98" แถบสามเส้นที่ใหญ่ขึ้นดูแปลกตาไปจากเดิม พื้นรองเท้ายังคงเป็นปุ่มใบมีดเหมือนรุ่นทัช แต่มีการออกแบบมาใหม่ให้โฉบเฉี่ยวขึ้น ผลิตออกมาหลายสีสันทั้ง ขาว/ดำ, แดง/ดำ, ดำ/แดง/ขาว และสีเหลืองที่ผลิคออกมาแค่ 999 คู่ทั่วโลก มันอาจจะดูเหมือนทำมาสำหรับผู้เล่นวัตฟอร์ดหรือเปล่า!

"พรีเดเตอร์ แอคเซลเลอเรเตอร์" ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในรองเท้าสตั๊ดที่ดีที่สุดที่ Adidas ผลิตมาจวบจนถึงปัจจุบันนี้ ออกแบบและใส่โดยผู้เล่นที่เก่งที่สุดแห่งยุคนั้นอย่าง อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่,ซีเนอดีน ซีดาน และ เดวิด เบ็คแฮม รุ่นที่นักเตะใส่จะไม่มีวางขายทั่วไป แตกต่างคือจะเป็นปุ่มเหล็ก 8 ปุ่ม และมียางที่ใช้รัดลิ้นรองเท้าด้วย

* Adidas Predator Precision (2000)



Adidas Predator ตัวแรกของสหัสวรรษใหม่นั้น มีความล้ำสมัยพอสมควร เป็นเดอะ เพรดส์รุ่นแรกที่มีปุ่มแบบถอดเปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและสภาพพื้นสนาม มีเครื่องหมายคำถามอยู่บ้างเพราะสตั๊ดจะหลุดค่อนข้างบ่อย หรือบางครั้งปุ่มมันจะกระเด็นหลุดออกจากสนามไปที่ไหนสักแห่งก็ตามที

"พรีเดเตอร์ พรีซิชั่น" ความแม่นยำอันเอกอุ กับดีไซน์ที่งดงาม ผลิตในปียูโร 2000 ที่มีเจ้าภาพร่วมคือฮอลแลนด์/เบลเยี่ยม มีสีหลากหลายเพิ่มเติมเข้ามาคือสีดำล้วน และตัวลิมิเต็ดสีเงิน เป็นรุ่นที่ เดวิด เบ็คแฮม ปั่นฟรีคิกคมกริบตีเสมอกรีซ 2-2 ในนาทีสุดท้ายที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ข่วยให้อังกฤษผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปเล่นฟุตบอลโลก 2002 ได้แบบกองเชียร์หัวใจจะวาย

* Adidas Predator Mania (2002)



โดดเด่นด้วยหนังจิงโจ้ที่นุ่มสุดๆ แผงยางตรงส่วนปลายของเท้าที่งอได้ แถบทั้งสามแถบพาดผ่านพื้นรองเท้าอ้อมไปอีกด้าน และนี่คือพรีเดเตอร์ตัวแรกที่ขยับเชือกผูกรองเท้าเอาไปไว้ด้านข้าง นักเตะดังที่ใส่ก็มีทั้ง อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่,ราอูล และไอดอลเด็กๆอย่าง เดวิด เบ็คแฮม กับสีพิเศษ "แชมเปญ" รวมทั้งยังมีสีน้ำเงินและสีแดงที่มีแถบสีเงินอีกด้วย

สตั๊ดรุ่น Predator Mania เปิดตัวมาในปีฟุตบอลโลกฉบับเอเชีย 2002 ที่เกาหลีใต้/ญี่ปุ่น อาจจะเป็นดีไซน์รองเท้าที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลก็ว่าได้ เป็นตัวดังที่หลายคนคลั่งไคล้ และทางอดิดาสก็รีเมคผลิตซ้ำอออกมาใหม่ถึง 2 รอบ ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ปรับเปลี่ยนการออกแบบปุ่มสตั๊ดและการจัดวาง ด้วยสีใหม่อย่าง "lunar" ซึ่งออกในเดือนมีนาคม 2003 และ "gun metal" ในซีซั่น 2003/04

* Adidas Predator Pulse (2004)



ตอนนี้ Predator เปรียบเสมือนไอคอนไปแล้ว "พรีเดเตอร์ พัลส์" มาในปีฟุตบอลยูโร 2004 ที่โปรตุเกส ซึ่งจบทัวร์นาเมนต์ด้วยเทพนิยายแชมป์ของ "กรีซ" สีแดงยิ่งเพิ่มความโดดเด่นทะลุตา แต่ Adidas ก็เปิดตัวรุ่นสีน้ำเงินด้วย ซึ่งมี ปาทริค วิเอร่า สวมใส่เป็นเอกลักษณ์

David Beckham Ying Yang หยินหยางคือรุ่นลิมิเต็ดบ็อกเซ็ตของ เดวิด เบ็คแฮม ผลิตจำนวนจำกัดแค่ 723 คู่ทั่้วโลก มาในกล่องกระจกไม้สวยหรูดูพรีเมียมพร้อมด้วยหนังสือเล่มเล็ก ราคาตอนนั้นคือ 699 ปอนด์ และตอนนี้มันคือที่ต้องการอย่างมากที่สุดของบรรดานักสะสม

นวัตกรรม PowerPulse ที่อดิดาสบอกถึงข้อดีว่า แผ่นรองที่ซ่อนอยู่ในพื้นรองเท้า จะช่วยเลื่อนจุดศูนย์ถ่วงของรองเท้าให้ไปใกล้กับจุดที่กระทบกับลูกฟุตบอล ซึ่งพวกเขาชี้ว่าทำให้การยิงประตูทรงพลังมากขึ้น สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีมลิเวอร์พูลเคยใส่รุ่นนี้คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก "ปาฏิหาริย์" ที่อิสตันบูล 2005

* Adidas Predator Absolute (2006)



"พรีเดเตอร์ แอบโซลูท" เปิดตัวกลางปีฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนี เป็นรุ่นแรกของนวัตกรรม PowerPulse ที่สามารถเปลี่ยนแผ่นรองฝ่าเท้าที่มีน้ำหนัก 40 กรัมปกติกับแผ่นที่มีน้ำหนักเบากว่าได้ โทนสีแรกของรุ่นนี้คือ สีดำ/แดง, ขาว/ทอง, น้ำเงิน/ขาว

แต่ที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Absolute ก็คือตัวสีทอง/ขาวที่โคตรบอล ซีเนอดีน ซีดาน ใส่ในเกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2006 ที่ฝรั่งเศสพบกับอิตาลี โดยมี "เฮดบัตต์" บันลือโลกใส่หน้าอก มาร์โก มาเตรัซซี่ คือพาดหัวใหญ่ตอนนั้น กัปตันซิซูโดนใบแดงไล่ออก และทีมตราไก่ชวดแชมป์โลกหลังแพ้การดวลจุดโทษให้กับอัซซูรี่

* Adidas Predator PowerSwerve (2007)



หลังจากการรีไทร์ของ ซีเนอดีน ซีดาน ในปี 2006 เขาได้ทำงานร่วมกับทีมนวัตกรรมของ Adidas ช่วยพัฒนา "พรีเดเตอร์ พาวเวอร์สเวิร์ฟ" ที่เปิดตัวมาปลายปี 2007 ด้วยวัสดุโฟมที่เรียกว่า Smartfoam ช่วยให้พลังการดีดกลับ หักเลี้ยว และการควบคุมที่ดีขึ้น

มีการอ้างว่า PowerSwerve สามารถช่วยในการหักเลี้ยวของลูกฟุตบอลได้มากขึ้นถึง 8% และเพิ่มพลังการยิงในทุกๆช็อตอีกประมาณ 3% ขณะที่เทคโนโลยี PowerPulse ในแผ่นพื้นรองเท้าเปลี่ยนจากแท่งมาใช้เป็นผงทังสเตน ที่จะไหลเคลื่อนไปยังจุดศูนย์ถ่วงที่แม่นขึ้นในจังหวะปะทะกับลูกบอลเพื่อเพิ่้มความแรง ทั้งหมดนี้ฟังดูไฮเทคเหลือคณา

สตีเว่น เจอร์ราร์ด ใส่สตั๊ด Predator PowerSwerve ลงไปยิงเบิ้ลคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ ลิเวอร์พูล ทุบเอาชนะ เรอัล มาดริด 4-0 ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีม เลกสอง ที่แอนฟิลด์ เมื่อ 10 มีนาคม 2005 ทำให้ทีมหงส์แดงผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 5-0

* Adidas Predator X (2009)



"พรีเดเตอร์ X" เปิดตัวในช่วงปลายปี 2009 ด้วยเทคโนโลยี Powerspine เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น เป็นพรีเดเตอร์ตัวแรกที่ถอดลิ้นรองเท้าออกไป ซึ่งทางอดิดาสกล่าวว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ด้วยการลดวัสดุระหว่างลูกบอลกับรองเท้าเพื่อให้สัมผัสบอลได้ดีขึ้น และปลอกหุ้มรองเท้าแบบใหม่ให้ความกระชับพอดีมากยิ่งขึ้น

สัญลักษณ์ของพรีเดเตอร์ที่เคยมีแถบสำหรับสัมผัสบอล มันถูกแทนที่ในรุ่นที่ 10 ด้วยแผ่นรองเพียงแผ่นเดียวที่มีคำว่า "Predator" ติดอยู่ สตั๊ดรุ่นนี้ให้ความรู้สึกที่คลาสสิกในหลายๆด้าน ซึ่งซีเนอดีน ซีดาน เป็นคนทดสอบและตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด

นักเตะที่สวมใส่ Adidas Predator X ไล่รายชื่อมีทั้ง เดวิด เบ็คแฮม,ชาบี,โรบิน ฟาน เพอร์ซี่,มิชาเอล บัลลัค,ราอูล,สตีเว่น เจอร์ราร์ด,เดิร์ค เคาท์,โคโล ตูเร่,เอ้ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์,แบร๊ด ฟรีเดล,ปีเตอร์ เช็ก,แอนเดอร์สัน และ ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น

* Adidas AdiPower Predator (2011)



ในปี 2011 รุ่น F50 เป็นรองเท้าสตั๊ดตัวสุดล้ำในแคตตาล็อกของ Adidas ผู้ผลิตพยายามถอดส่วนประกอบออกจากรองเท้าเพื่อให้เท้าของคุณเข้าใกล้ลูกบอลได้มากขึ้น

ขณะที่ Adipower รุ่นที่ 11 ของนักล่า เป็นภาพสะท้อนของสิ่งนั้น น้ำหนักเบากว่าเดิมเพราะไม่มีแผ่นหรือแผ่นแปะที่มองเห็นได้เพื่อช่วยในการหักเลี้ยว สัมผัส หรือควบคุม การเปิดตัวครั้งนี้ตามมาด้วย Predator adiPower SL ในอีกไม่นานหลังจากนั้น ซึ่งใช้อัพเปอร์ของ SprintSkin แทนที่จะเป็นหนัง เบายิ่งกว่าเบากันไป

ดาวดังที่ใส่ "อดิพาวเวอร์" ก็มี กาก้า สุดหล่อจากเรอัล มาดริด และ นานี่ ปีกจอมลิ้วของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

* Adidas Predator LZ (2012)



สามแถบ กลับมาแล้ว!

พรีเดเตอร์รุ่นที่เรียกกันว่า "เอลซี" หรือ "ลีธัล โซน" เปลี่ยนตัวตนจากสตั๊ดสายพันธุ์ดุดัน มาเป็นสาย "คอนโทรล" แบบเต็มตัว นำความรู้สึกคลาสสิคของพรีเดเตอร์กลับคืนมา พร้อมกับความรู้สึกที่เบาของรุ่นก่อนๆ มีโซนอันตราย 5 จุดบนรองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อทำสิ่งต่างๆในสนามฟุตบอลทั้ง first touch, drive, dribble, pass และ sweet spot อีกทั้งยังเป็นตัวแรกที่ติดชิป miCoach เอาไว้ด้วย

* Adidas Predator LZ II (2013)



ในเดือนพฤษภาคม 2013 Adidas ได้เปิดตัวเวอร์ชั่นอัปเดตของ Predator LZ อย่างเป็นทางการ โดยใช้ชื่อว่า Predator LZ II ที่บางและเบากว่า ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการเล่นทุกสภาพอากาศ การกำหนดค่าสตั๊ด Traxion 2.0 และแผ่นความร้อน SprintFrame เปิดตัวโดยแข้งดังอย่าง เฟร์นานโด ตอร์เรส ของเชลซี,อังเคล ดิ มาเรีย และ ชาบี้ อลอนโซ่ ของเรอัล มาดริด และ แอร่อน แรมซี่ย์ ของอาร์เซนอล

Predator LZ II ได้รับการออกแบบมาโดย Nigel Farage ซึ่งเราได้พูดกันเล่นๆ ว่าพวกเขาทำรุ่นนี้ไว้เพื่อการรีไทร์ของ เดวิด เบ็คแฮม ซะมากกว่า

* Adidas Predator Instinct (2014)



"อินสติงค์" เจเนอเรชั่น 14 คือพรีเดเตอร์ รุ่นสุดท้าย มาในวาระครบรอบ 20 ปีพอดี ขณะที่อดิดาสดันสตั๊ดสายพันธุ์ใหม่ออกมาแทนที่ในชื่้อว่า Ace
.
เมซุต โอซิล มิดฟิลด์แชมป์โลกเยอรมนีมักจะสวมใส่สตั๊ดรุ่นนี้ เช่นเดียวกับ ออสการ์ ที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับเชลซี รวมทั้ง โฮลเกอร์ บัดสตูเบอร์ จากบาเยิร์น มิวนิค, ฆวน มาต้า และ ปอล ป๊อกบา

* Adidas Predator 18 (2017)



หลังจากที่เลิกผลิตและแทนที่ด้วย Adidas Ace เส้นเวลาผ่านไป 3 ปีแบบเงียบเหงา ในเดือนพฤศจิกายน 2017 อดิดาสฟื้นคืนชีพความโดดเด่นของ "พรีเดเตอร์" ด้วยดีไซน์สุดคลาสสิคที่ชื่อว่า Predator 18

เป็นครั้งแรกที่สตั๊ดแบบไม่มีเชือกรองเท้าถูกนำมาใช้ในคอลเลกชั่น เปิดตัวด้วยสีดำโดยเป็นส่วนหนึ่งของ "Skystalker" การออกแบบนี้นำไปสู่ยุคใหม่ของพรีเดเตอร์ โดยใช้วัสดุ Primeknit ที่ทันสมัยซึ่งรวมถึงชั้นของ CONTROLSKIN ซึ่งเหมาะสำหรับการควบคุมลูกบอลของบรรดามิดฟิลด์เท้าชั่งทองทั้งหลาย

* Adidas Predator 19 (2018)



สังเกตข้อแตกต่างระหว่างสองตัวนี้ ก็เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า ถ้าไม่พังอย่าซ่อม!

ด้วยส้นรองเท้าแบบจั๊มพ์ที่ให้การปกป้องที่มากขึ้น นี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ละเอียดอ่อนที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากนี้ยังมีการผสมสีใหม่ๆ ให้ได้เพลิดเพลินอีกด้วย

* Adidas Predator Mutator (2020)



"พรีเดเตอร์ มิวเทเตอร์" มาพร้อมกับเทคโนโลยี DemonSkin วัสดุยางทั้งตัวที่ย้อนกลับไปยังแผ่นยางของพรีเดเตอร์ยุคแรกๆ แต่สามารถควบคุมลูกบอลได้ทุกที่ที่เท้าสัมผัสบอล โดยไม่ต้องจับลูกบอลด้วยหลังเท้าของคุณอีกต่อไป เพียงเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่กระเด้งกระดอนไปไกล

สีสันที่ผลิตออกมาก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน โดยนำ สีดำ/แดง/ขาว สุดคลาสสิกของพรีเดเตอร์กลับมา ขณะที่ สีขาว/ดำ/ทอง ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ปอล ป๊อกบา จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เดเล่ อัลลี จากท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์ ต่างก็สวมใส่ Predator Mutator

* Adidas Predator Freak (2021)



เจนที่ 2 ที่พัฒนาต่อมาจากมิวเทเตอร์ ด้วยหนามแหลมที่น้อยลงของ "พรีเดเตอร์ ฟรีก" เปิดตัวเมื่อ 19 มกราคม 2021 แถบทั้งสามแถบที่ไปอยู่ใกล้กับนิ้วเท้า และกับรองเท้าสตั๊ด สีน้ำเงิน/เขียว/ดำ เปรียบเสมือนว่าพรีเดเตอร์ได้พัฒนาลุคไซไฟที่มากขึ้นเรื่อยๆ

รูปลักษณ์ดูเพรียวบางขึ้น แต่ความยอดเยี่ยมยังมีเต็มเปี่ยม ด้วยการยึดเกาะและการคอนโทรลลูกบอลของเทคโนโลยีหนาม "เดมอนสกิน" (Demonskin) เช่นเดียวกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการยิงแบบปั่นโค้งที่เป็นจุดขายมาตั้งแต่รุ่นดั้งเดิม รุ่นนี้ได้รับฟีดแบ็คจาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่ในช่วงก่อนผลิตออกมายังเป็นกุนซือของกลาสโกว์ เรนเจอร์ส

* Adidas Predator Edge (2022)



สตั๊ดตระกูลนักล่าเจนใหม่ล่าสุด ที่เปิดตัวมาหมาดๆเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2022 กับปีฟุตบอลโลกนำมาซึ่งวิวัฒนาการที่อ่อนโยนสำหรับพรีเดเตอร์ มากกว่าที่จะมีอะไรที่กล้าหาญ "พรีเดเตอร์ เอดจ์" กับหนามที่แหลมคมมีความนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย โดยมี "Zone Skin" ที่แตกต่างกันสี่โซนสำหรับการสัมผัสบอล

นี่คือรองเท้าแห่งโลกฟุตบอลยุคใหม่ แต่มันดูเป็นการได้แรงบันดาลใจจาก สไปเดอร์ แมน ใช่ไหม!?
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 May 2020
ตอบ: 84
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Jan 27, 2022 23:17
Top Comment [RE: สตั๊ดสายพันธุ์นักล่า Adidas Predator ประวัติศาสตร์จาก "รุ่นสู่รุ่น"]
ตั้งแต่ Predator หันมาใช้หนังสังเคราะห์ ก็ไม่ได้ตามเก็บเลย รอตัว remake อย่างเดียว


ออฟไลน์
SM7
Businessman SS
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 5230
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Jan 27, 2022 14:55
สตั๊ดสายพันธุ์นักล่า Adidas Predator ประวัติศาสตร์จาก "รุ่นสู่รุ่น"
ลูกโค้งยิงโค้งแรง....ลูกเตะ...ก็แค่เบาะๆ
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Aug 2008
ตอบ: 1151
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Jan 27, 2022 14:59
[RE: สตั๊ดสายพันธุ์นักล่า Adidas Predator ประวัติศาสตร์จาก "รุ่นสู่รุ่น"]
ตัวใหม่ที่พึ่งออกมา ชอบเลยนะครับ คงต้องซื้อแน่ ๆ

0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ปลายอาชีพค้าแข้ง
Status: Y N W A
: 1 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Jun 2018
ตอบ: 3263
ที่อยู่: Anfield Rd, Liverpool
โพสเมื่อ: Thu Jan 27, 2022 15:40
สตั๊ดสายพันธุ์นักล่า Adidas Predator ประวัติศาสตร์จาก "รุ่นสู่รุ่น"
สมัยเด็กๆ ชอบรุ่นที่2 ปี95มากๆ เลยซื้อมากะว่าจะใส่แข่ง

สุดท้าย ใช้ตัวโคป้าที่ใส่ประจำ เพราะไม่อยากให้รองเท้าพัง
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
#เล่นกระจอกแล้วบอกลุ้นแชมป์ #โอลด์แทรฟฟอร์ดรีสอร์ทแอนด์สปา #คาบ้าน
#ห้าห้าห้าศูนย์ #ไปกลับเก้าศูนย์ #แถมแฟนบอลก็ขี้โม้โอ้อวด
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 19 Oct 2007
ตอบ: 437
ที่อยู่: ห ล่ O สุ ด ใ u U o ร์ ด ~ < คิ ด ไ ป เ O ง ---> ToTtEnHaM HoTsPuR~
โพสเมื่อ: Thu Jan 27, 2022 16:36
สตั๊ดสายพันธุ์นักล่า Adidas Predator ประวัติศาสตร์จาก "รุ่นสู่รุ่น"
adipower
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
SักคืOwsะเจ้า~
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status: I am the RED & I hate Scousers
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 21 Feb 2021
ตอบ: 1200
ที่อยู่: ที่เฉอะแฉะน้ำขัง
โพสเมื่อ: Thu Jan 27, 2022 17:21
[RE: สตั๊ดสายพันธุ์นักล่า Adidas Predator ประวัติศาสตร์จาก "รุ่นสู่รุ่น"]
ตัวปี 98 ผมจำได้ว่า มีโฆษณาทางทีวีด้วยนะช่วงบอลโลก นอกจาก ป๋าเดล เฮียเบ็ค ซีดาน ยังมีพวก ไคลเวิร์ต,เอ็ดการ์ ดาวิดส์ ด้วยมั้ง ที่เป็นพรีเซ็นเตอร์
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


ออฟไลน์
MFH
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 02 Sep 2006
ตอบ: 68
ที่อยู่: Thailand
โพสเมื่อ: Thu Jan 27, 2022 20:52
[RE: สตั๊ดสายพันธุ์นักล่า Adidas Predator ประวัติศาสตร์จาก "รุ่นสู่รุ่น"]
ชอบรุ่น Accerelator มาก ตอนนั้นไม่มีตังค์ซื้อ
แต่จุดเด่นของ Predator คือมีปุ่มยางช่วยเพิ่มการหมุนของบอล เพิ่มการปั่นโค้ง ส่วนการจับบอลให้นิ่ง คงเป็นทักษะของแต่ละคน
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไม่ได้ login มานาน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ ^^"
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 17 Mar 2020
ตอบ: 1130
ที่อยู่: Thailand อยากเจอก็หาเอา
โพสเมื่อ: Thu Jan 27, 2022 22:38
สตั๊ดสายพันธุ์นักล่า Adidas Predator ประวัติศาสตร์จาก "รุ่นสู่รุ่น"
เป็นอีกรุ่นที่ชอบเพราะเบ็คเเคม แต่หนักสุดแล้วของอดิดาส แต่ใส่แล้วเตะแรงขึ้นจริงๆ เหมาะสำหรับ สายเปิด 5555
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 May 2020
ตอบ: 84
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Jan 27, 2022 23:17
[RE: สตั๊ดสายพันธุ์นักล่า Adidas Predator ประวัติศาสตร์จาก "รุ่นสู่รุ่น"]
ตั้งแต่ Predator หันมาใช้หนังสังเคราะห์ ก็ไม่ได้ตามเก็บเลย รอตัว remake อย่างเดียว


ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ข.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 Oct 2008
ตอบ: 5256
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Jan 28, 2022 13:15
[RE: สตั๊ดสายพันธุ์นักล่า Adidas Predator ประวัติศาสตร์จาก "รุ่นสู่รุ่น"]
แฟน Tiempo แต่ตอนปี 2009 นี่อยากได้ Powerswerve มากๆ เพื่อนพาไปดูที่หลังสนาม

เค้าบอกใส่ถุงเพิ่มน้ำหนักไว้ทำให้เตะแรงขึ้น โคตรว้าว
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: "1967-1994"
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Jan 2022
ตอบ: 56
ที่อยู่: Bangkok
โพสเมื่อ: Fri Jan 28, 2022 14:18
[RE: สตั๊ดสายพันธุ์นักล่า Adidas Predator ประวัติศาสตร์จาก "รุ่นสู่รุ่น"]
ผมชอบรุ่นที่ออกตอน Euro 2000 สุดละ "Adidas Predator Precision"
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ง.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 Jun 2008
ตอบ: 6211
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 29, 2022 08:23
[RE: สตั๊ดสายพันธุ์นักล่า Adidas Predator ประวัติศาสตร์จาก "รุ่นสู่รุ่น"]
ชอบ 1998-2000 ที่สุด
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน



นั่งลง ไอ้นักเก็ต


----------------------------------------------------------------------------------------
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 Dec 2009
ตอบ: 3985
ที่อยู่: Florence
โพสเมื่อ: Sat Jan 29, 2022 14:23
[RE: สตั๊ดสายพันธุ์นักล่า Adidas Predator ประวัติศาสตร์จาก "รุ่นสู่รุ่น"]
Damascuz พิมพ์ว่า:
สมัยเด็กๆ ชอบรุ่นที่2 ปี95มากๆ เลยซื้อมากะว่าจะใส่แข่ง

สุดท้าย ใช้ตัวโคป้าที่ใส่ประจำ เพราะไม่อยากให้รองเท้าพัง  


เหมือนกันเลยครับ ผมถึงกับไปทำ mi Adidas ออกแบบเอง สุดท้ายไม่กล้าใส่ จนรองเท้าพัง
ใส่แต่โคป้า
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Feb 2017
ตอบ: 23
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 29, 2022 23:15
[RE: สตั๊ดสายพันธุ์นักล่า Adidas Predator ประวัติศาสตร์จาก "รุ่นสู่รุ่น"]
รู้สึก ความทรงพลังมันหายไป
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 29 Mar 2010
ตอบ: 152
ที่อยู่: santiago bernabéu
โพสเมื่อ: Tue Feb 01, 2022 16:52
[RE: สตั๊ดสายพันธุ์นักล่า Adidas Predator ประวัติศาสตร์จาก "รุ่นสู่รุ่น"]
Adidas Predator Mutator รุ่นนี้ตอนนี้ใช้เล่นกับเพื่อนๆ อยู่เลยครับ
อย่างชอบ

0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel