ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
17 January 2022 01:30 by เบน ฟรีคิก
หมดไปอีกเกมกับชีวิตที่ไร้ “เดอะแบก”
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line ID: @saless เบอร์โทรศัพท์ 0654695416 , 0654693944 โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)






ผมพยายามมองในแง่ดีว่าการขาด โม ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ทำให้ speed ของเกมช้าลงและทำให้ เบรนท์ฟอร์ด มีเกมสวนกลับไม่โหดเท่าวันที่เสมอในบ้านตัวเอง 3-3

แม้ตรรกะนี้จะแปลกๆเพราะการมี โม หรือ เน่ อยู่ย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ (แบกสถิติยิงรวมกัน 48% หรือเกือบครึ่งนับตั้งแต่ 2017-18) แต่ผมกำลังหยิบจับในอีกแง่หนึ่งที่ส่งผลทำให้ ลิเวอร์พูล ชนะ “The Bees” ง่ายเกินคาด 3-0

ก่อนทำนบของลูกทีม โธมัส แฟร็งค์ จะแตกจากประตูเวลาบาปท้ายครึ่งแรกของ ฟาบินโญ่ ฝั่งเจ้าถิ่นอาศัยโอกาสทำประตูจากลูกคอร์เนอร์และครอสจากด้านข้างเสี่ยงดวง

เป็น 2 วิธีที่พอจะช่วยถูไถการทำประตูของ “หงส์แดง” ณ ยามนี้เพราะสภาพแนวรุก 3 ตัว คนที่จบสกอร์ได้ดีที่สุดอย่าง ดิโอโก้ โชต้า ถ่างออกไปยืนฝั่งซ้ายซึ่ง เยอร์เก้น คล็อปป์ จำเป็นต้องจัดแบบนี้เนื่องจาก โรแบร์โต้ ฟีร์เมียโน่ ถนัดในตำแหน่ง false9 มากกว่า

ส่วน OX ไม่ต้องพูดถึงแม้ผมมองว่าช่วงหลังอดีตแข้ง อาร์เซนอล จะยกระดับเรื่อง sharpness ขึ้นมาแต่เซนส์บอลหรือการจ่ายพลิกแพลงสวยๆไม่ต้องไปคาดหวังอะไร

ด้วยการที่ไม่มีนักเตะเลี้ยงกินตัว เราจะเห็นได้ว่า “หงส์แดง” จำเป็นต้องเล่นต่อบอลเชื่อมบอลในระยะใกล้ “ถี่” มากกว่าวันที่มี โม และ เน่ อยู่ในทีม

ภาพลางๆในวันเสมอ อาร์เซนอล ที่นี่เมื่อ 2 วันก่อนผุดขึ้นมาหลังเห็นจังหวะการทำประตูค่อนข้างทุลักทุเล

เบรนท์ฟอร์ด อาจจะรู้สึกมั่นใจว่าเกมรับเอาอยู๋กับสภาพของ ลิเวอร์พูล ณ เวลานี้จึงพยายามซื้อโอกาสจากบอล direct ที่จะงัดโด่งวัดดวงทุกๆครั้งที่มีโอกาส

อย่างที่ผมบอกแม้ TAA จะเติมไปช่วยเกมรุกบ้างแต่ก็ไม่ลอยจัดเหมือนในเกมนัดแรกที่โดนวางยาวข้ามเจาะรัวๆซึ่ง JK ศึกษาเกมมาอย่างละเอียดจึงมี โจเอล มาติ๊ป คอย cover ให้ตลอด

การหลุดเดี่ยว 2 หนและไม่เป็นซักประตูของ โชต้า ทำให้ เดอะ ค็อป รู้สึกตะหงิดๆเพราะกลิ่นแบบนี้มันคือสูตรสำเร็จโดนตีเสมอ

โชคดีอีกแค่ 2 นาทีต่อมาทีมเยือนมอบประตูให้หน้าตาเฉยหลัง อีธาน พินน็อค ที่ควรเข้าถึงบอลก่อนแต่อาจพยายามโหม่งเช็ดๆเพื่อให้สะบัดออกเส้นข้างแต่ดันบางเกินจน “ว่าว” และเป็น OX ที่ทำประตูแรกใน พรีเมียร์ลีก และประตูแรกที่ แอนฟิลด์ นับตั้งแต่กรกฏาคม 2020 (หรือในคืนที่ชูถ้วยแชมป์ลีก)

เป็นการ build up ขึ้นมาแบบเบสิกกลวงๆที่ เบรนท์ฟอร์ด ไม่น่าเสีย จากการฝากบอลของ VvD ให้ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ก้มหน้าเปิด ไม่มีอะไรซับซ้อนแต่กลายเป็นประตูสำคัญที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ปิดเกมเล่นสบายตลอด 20 นาทีที่เหลือ

ความเป็น “พ่อพระ” ของ “บ๊อบบี้” ทำให้ ทากูมิ มินามิโนะ ได้ของขวัญผูกโบว์ฉลองวันเกิดอายุครบ 27 ปีหลังมีชื่อทำประตูหลังถูกส่งลงมาเพียงแค่ 3 นาที

จังหวะนี้นอกจากต้องชมความขยันของ ฟีร์เมียโน่ ที่เพรสจนแย่งบอลแต่ที่ต้องตำหนิหนักๆคือ เฟร์นานเดซ ผู้รักษาประตูของทีมเยือนที่รู้ทั้งรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามยืนอยู่ใกล้มากและเพื่อนไม่พร้อมเล่น

ที่สำคัญเพื่อนไม่ใช่ รูเบน ดิอาซ หรือ เควิน เดอ บรอยน์ ที่จะไป build up ราวกับเป็น แมนฯซิตี้

ผู้รักษาประตูคือผู้เล่นตำแหน่งสุดท้ายที่มองเห็นภาพรวมของสนามชัดกว่าใครๆและจังหวะแบบนี้คือต้องสาดโด่งทิ้งอย่างเดียว

ผมเชื่อว่าหลังเอาชนะในเกมนี้ได้ แฟนบอล “หงส์แดง” คงอารมณ์เดียวกันคือรู้สึกประมาณ “หมดไปอีกเกม” และเหลือโปรแกรมในเดือนนี้อีก 2 นัดคือกับ อาร์เซนอล (บาวคัพ) และเยือน คริสตัล พาเลซ

ก่อนที่ 3 นักเตะที่ไปเล่นให้ทีมชาติในศึก แอฟค่อน จะกลับมาในเดือนหน้า คืออย่างช้าที่สุดรอบชิงจะเตะในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ซึ่งก่อนหน้านั้น 1 วัน ลิเวอร์พูล จะลงเล่นในเกม เอฟเอ คัพ กับ คาร์ดิฟฟ์ และไม่น่าจะส่งผลกระทบใดๆ

แมนฯซิตี้ อาจเป็นเป้าหมายที่ไกลเกินตัวไปนานแล้ว (11 แต้มกับอีก 1 เกมในมือ) แต่เป้าหมายรองคืออันดับ 2 เป็นการเริ่มต้นที่ดีหลังเก็บงานของตัวเองในเกมที่ แอนฟิลด์ในขณะที่ เชลซี “เจ้าที่ (เดิม)” พลาดให้ไปตั้งแต่เมื่อวันเสาร์แล้ว

ครับ ในยามที่ไร้ตัวแบกอย่าง ซาลาห์ และ มาเน่ การยิง 3-0 ใส่ เบรนท์ฟอร์ด ตัวแสบที่เคยเสมอเมื่อต้นซีซั่น 3-3 นับเป็นชัยชนะต้อนรับสัปดาห์ใหม่ที่ “หอม” ใช้ได้เลยครับ...


สถิติ สถิติ สถิติ

ทากูมิ มินามิโนะ เป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล คนที่ 5 ที่ยิงประตูใน พรีเมียร์ลีก ในวันเกิดโดยคนแรกเป็น ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ยิงใส่ แมนฯยูไนเต็ด เมื่อเดือนกันยายน 2013

นับตั้งแต่ออกสต๊าร์ตฤดูกาล 2018-19 มีแค่ โธมัส มุลเลอร์ (64) และ ลีโอเนล เมสซี่ (47) ที่ทำแอสซิสต์มากกว่า เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ (42) (นับเฉพาะ 5 ลีกใหญ่ยุโรป)

นี่เป็นครั้งแรกที่ เบรนท์ฟอร์ด มาเยือน แอนฟิลด์ นับตั้งแต่มีนาคม 1989 โดยเกมสุดท้ายเป็นชัยชนะของ ลิเวอร์พูล 4-0 ในศึก เอฟเอ คัพ แต่ถ้านับเฉพาะลีกต้องย้อนกลับไปถึงปี 1946 หรือเมื่อ 75 ปีที่แล้ว

เวสต์แฮม ทำประตูจากลูกเตะมุมไปแล้ว 24 ลูกนับตั้งแต่ออกสต๊าร์ตปี 2020 ซึ่งมากกว่าทีมไหนๆแถมช่วงเวลาระหว่างนั้นเป็นประตูจากลูกเตะมุม 3 จาก 4 เกมในพบ ลีดส์ ยูไนเต็ด อีกด้วย

แจ็ค แฮร์ริสัน เป็นนักเตะคนแรกของ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่ยิงแฮทริคใส่ เวสต์แฮม นับตั้งแต่ รัสเซลล์ เวนสโกท ทำได้ในเดือนเมษายน 1927 หรือเมื่อ 95 ปีที่แล้ว
แก้ไขล่าสุดโดย เบน ฟรีคิก เมื่อ Tue Jan 18, 2022 00:24, ทั้งหมด 2 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
แขวนสตั๊ด
Status: you'll never อุ๋ง alone
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2017
ตอบ: 14166
ที่อยู่: with patchanan
โพสเมื่อ: Mon Jan 17, 2022 03:42
[RE: หมดไปอีกเกมกับชีวิตที่ไร้ “เดอะแบก”]
ห อ ม
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 Apr 2007
ตอบ: 775
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Jan 17, 2022 04:01
[RE: หมดไปอีกเกมกับชีวิตที่ไร้ “เดอะแบก”]
อ่านจนจบครับ ขอบคุณบทความจากท่านนายก
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: หงส์ในสายเลือด
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 652
ที่อยู่: satun
โพสเมื่อ: Mon Jan 17, 2022 08:49
หมดไปอีกเกมกับชีวิตที่ไร้ “เดอะแบก”
อ่านเพลินดีครับ ติดตามทุกบทความ
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
You will never walk alone...
ออฟไลน์
ปลายอาชีพค้าแข้ง
Status: คอมเมนท์ถูกต้อง มีเหตุผล แต่ก็ยังโดนรุมเรื้อนได้..
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Jan 2009
ตอบ: 15108
ที่อยู่: 19th hole
โพสเมื่อ: Mon Jan 17, 2022 10:54
[RE: หมดไปอีกเกมกับชีวิตที่ไร้ “เดอะแบก”]
เอาจริงๆ 43นาทีแรก ก่อนได้ประตูขึ้นนำ มันก็คือทรงเดิมๆ เหมือนหลายๆเกมที่เจอรถบัสแล้วเจาะไม่เข้า
บุกข้างเดียว ครองบอลเยอะ ป้อไปป้อมา ได้เตะมุมโคตรเยอะ
เพียงแต่.......คราวนี้ได้ประตูเปิดแผลจากลูกตั้งเตะเตะมุมไง ซึ่งโคตรสำคัญ

แลควรต้องให้ความสำคัญกับการฝึกซ้อมลูกเตะมุมให้มากที่สุดแล้วล่ะ


เพราะถ้าไม่ได้ประตูขึ้นนำ1-0 จากลูกเตะมุมนั้น ก็ไม่น่าจะได้เล่นเกมเปิดเหมือนในครึ่งหลักหรอกนะ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2017
ตอบ: 11341
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Jan 17, 2022 12:12
หมดไปอีกเกมกับชีวิตที่ไร้ “เดอะแบก”
ค.โด้กับค.เบนใครใหญ่กว่ากันอ่ะพี่?
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 21 Jan 2011
ตอบ: 95
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Jan 17, 2022 13:38
หมดไปอีกเกมกับชีวิตที่ไร้ “เดอะแบก”
ชอบจังหวะที่เฟอมิโน่ ให้มิโน๊ะขี่หลังอ่ะ

มิโน่...โดนมาเลยไอน้อง
มิโน๊ะ...จัดไปครับพี่

เฮฮากันไปมิโน๊ะ+มิโน่
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออฟไลน์
นักเตะตำบล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Sep 2017
ตอบ: 2059
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Jan 17, 2022 17:14
[RE: หมดไปอีกเกมกับชีวิตที่ไร้ “เดอะแบก”]
ฟิโน่บอกขึ้นหลังพี่มาเลย พี่แบกเอง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
PWT
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Jun 2018
ตอบ: 41
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Jan 20, 2022 13:34
[RE: หมดไปอีกเกมกับชีวิตที่ไร้ “เดอะแบก”]
ขอให้โมเมนตั้มที่ชนะส่งต่อไปเรื่อยๆจนจบฤดูกาลนะ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel