"น่าเสียดาย"
หนึ่งในแข้งแมนฯยูไนเต็ดชุดทริปเปิ้ลแชมป์ประวัติศาสตร์ 1999 แถมได้งเป็นตัวจริงในเกมนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกกับบาเยิร์น มิวนิค แต่ไม่ค่อยมีคนจำคือ เจสเปอร์ บลอมควิสต์
หลังฤดูกาล 1997/98 สิ้นสุดลง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มีความวิตกกับเรื่องปีกซ้าย เพราะมี ไรอัน กิ๊กส์ ที่ศักยภาพถึงพอเล่นในเกมระดับสูงได้แค่คนเดียวเท่านั้น
ที่เหลือเหลือบสายตาดูแล้ว ยังไม่อาจใช้ใครขัดตาทัพได้แบบใกล้เคียงด้วย หากไม่มีปีกพ่อมดขึ้นมารับรองเกิดปัญหาแน่
ดังนั้นจึงต้องเฟ้นหาแบ็กอัพไว้สักคน จึงลงทุนควัก 4.4 ล้านปอนด์ กระชาก เจสเปอร์ บลอมควิสต์มาจากปาร์ม่า
ในซัมเมอร์ปี 1998 การย้ายของ บลอมควิสต์ เองไม่ได้เป็นที่สนใจเท่าไรนัก เพราะมีทั้ง ยาป สตัม และ ดไวท์ ยอร์ค ซึ่งค่าตัวสูงหลักสิบล้านปอนด์มาร่วมก๊วนด้วย
ปีกสวีดิชขึ้นชื่ออย่างมากในลีลาการเลี้ยงหลบแบบกินตัว อีกทั้งมีความเร็วด้วย สกิลก็ไม่เลว มีประสบการณ์ในเซเรีย อาด้วย ไม่ว่าจะเล่นให้เอซี มิลานหรือปาร์ม่า
วันแรกที่ได้มาสัมผัสบรรยากาศการฝึกซ้อม รวมทั้งมิตรภาพในแคมป์แล้วรู้สึกแปลกใจมากๆ
เพราะการซ้อมที่ที่เข้มข้นกว่าในลีกอิตาลี ทุกคนมุ่งมั่นจริงจัง ราวกับว่าลงเล่นเกมจริงๆเลย
นอกจากนี้ยังมหัศจรรย์กับ เดวิด เบ็คแฮม กับ พอล สโคลส์ สองกองกลางที่กำลังพีกสุดขีดและเชื่อว่าผลพวงมาจากการซ้อมแบบไม่บันยะบันยังนั่นเอง
"สโคลซี่ ฝึกซ้อมอย่างเอาเป็นเอาตาย เชื่อสิว่าคุณจะไม่มีทางได้เห็นจากที่ไหนอีกแน่ มันน่าตกตะลึงจริงๆ สัญชาตญาณของเขาเหมือนมีเวทมนตร์"
"ส่วน เบ็คส์ ขยันเหลือเกิน ไม่แคร์ว่าต้องทำงานหนักขนาดไหน เท้าขวาก็แม่นยำเป็นเลิศ อ่านเกมเยี่ยมจ่ายบอลยอด เอาง่ายๆการวิ่งไปด้วยแล้วจ่ายบอล คนนี้เจ๋งสุดแล้ว"
บลอมควิสต์ ยังประทับใจมิตรภาพความเป็นกันเองของพวกนักเตะมากๆ มันทำให้ไม่มีอุปสรรคในเรื่องความสัมพันธ์ อีกทั้งเขาก็เข้ากับทุกคนได้รวดเร็ว
ไม่ใช่แค่นั้น บลอมควิสต์ อาจจะยิงได้แค่ประตูเดียวจากการลงเล่น 31 นัดทุกรายการ แต่เขาก็มีส่วนร่วมกับความสำเร็จประวัติศาสตร์ 3 แชมป์อันยิ่งใหญ่
โมเมนต์ที่น่าจดจำคือนัดชิงกับเสือใต้แน่นอน เขาได้ยืนริมเส้นด้านซ้าย ส่วนฝั่งขวาต้องโยก กิ๊กส์ มาประจำการ โดยที่มีโอกาสเกือบยิงประตูได่อีกต่างหาก
ฤดูกาลแรกสำหรับ บลอมควิสต์ จึงน่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก แต่น่าเสียดาย หลังจากนั้นต้องเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าชนิดเรื้อรัง ทำให้แมนฯยูไนเต็ดตัดสินใจไม่ขยายสัญญาออกไป เหลือเพียงแค่การตกลงจ่ายตามจำนวนนัดที่ลงเล่น
ป๋าเห็นใจมากๆที่ลูกทีมต้องมาเจอกับชะตากรรมดังกล่าว พยายามหาสังกัดใหม่ที่เหมาะสมและค่าจ้างที่โอเคให้ ด้วยความที่สนิทกับ วอลเตอร์ สมิธ ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตัน จึงส่งไปอยู่นั่นในปี 2001
แต่โชคร้ายมากที่อาการบาดเจ็บรักษาอย่างไรก็ไม่หายขาด จนต้องดิ้นรนบากหน้าไปขอทดสอบฝีเท้ากับชาร์ลตัน ได้เล่นแค่ช่วงสั้นๆ ก็ต้องเผ่นกลับบ้านเกิด
เล่นให้เยอร์การ์เด้น , เอ็นโคปิ้งและฮัมมาร์บี้ แต่แทบไม่ได้ลงสนามเพราะบาดเจ็บ ก่อนในปี 2008 จะผันมารับงานโค้ชควบคู่ไปด้วย แล้วรีไทร์จากการแข้งในวัย 34 ปี
กระนั้นงานกุนซือก็ไม่เวิร์คอักต่างหาก ทำได้แค่ช่วงสั้นๆเท่านั้นก็เลิกราหย่าขาด
ตอนนี้เป็นฟรีแลนซ์วิเคราะห์เกมทางทีวีบ้างบางครั้ง ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายไม่ได้หวือหวาอะไร
น่าเสียดายหากไม่บาดเจ็บซะก่อน คงมีเกียรติยศความสำเร็จมากกว่านี้
Credit page: ดร.พิว Sunday