แรงบันดาลใจของรังนิคในการเล่นบอลเพรซซิ่ง
"เกมอุ่นเครื่องธรรมดา แต่สะกิดให้ความคิดด้านฟุตบอลของราฟ์ล รังนิคเปลี่ยนไปตลอดกาล"
.
เดือนกุมภาพันธ์ 2526 ในวัย 25 ปี เขาทำหน้าที่เป็นผู้เล่นและผู้จัดการทีมของ วิคตอเรีย แบคนังค์ (Viktoria Backnang) ทีมสมัครเล่นเล็กๆ ในลีกระดับที่หกของเยอรมนี ลงเกมอุ่นเครื่องกับสโมสรดินาโม เคียฟ (Dynamo Kiev) ของ วาเลรี่ โลบานอฟสกี้ (Valeriy Lobanovskiy) สโมสรที่ได้รับการยกย่องว่าแข็งแกร่งที่สุดของสหภาพโซเวียตในเวลานั้น ผลการแข่งขันเดาได้ไม่ยากว่าสโมสรของเขาแพ้ แต่รูปแบบที่ดินาโม เคียฟเล่นนั้น ทำให้รังนิคที่ลงไปเป็นผู้เล่นด้วยถึงกับประหลาดใจและประทับใจในเวลาเดียวกัน
.
“ตอนที่ลูกบอลออกนอกสนาม ก่อนที่ทีมเราจะได้ลูกทุ่ม ผมถึงกับต้องนับผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามว่าเขามีตัวมากกว่าเราหรือเปล่า” รังนิคกล่าว
.
“นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่า มันเป็นอย่างไร เมื่อได้เจอกับทีมที่วิ่งกดดันคู่ต่อสู้อย่างเป็นระบบ ผมเคยเล่นกับทีมใหญ่มาก่อน โอเคล่ะ ว่าเราแพ้เกมเหล่านั้น แต่อย่างน้อยสโมสรเหล่านั้นก็ให้พื้นที่กับคุณบ้าง ช่วงที่จะมีเวลาเล่น เวลาคิดว่าจะทำอะไรกับลูกบอลบ้าง "
.
ทีมของ โลบานอฟสกี้ ทำให้ รังนิค และเพื่อนร่วมทีมของเขาไม่มีพื้นที่และช่วงเวลาได้คิดอะไรมากนัก “ผมรู้สึกกดดันตลอดเก้าสิบนาที” เขากล่าวเสริม “มันเป็นครั้งแรกที่ผมสัมผัสได้ว่า นี่คือฟุตบอลในรูปแบบแทคติคที่แตกต่างออกไปมาก”
.
รังนิกซึ่งกำลังเรียนการเป็นโค้ชในขณะนั้น ขอไปเรียนรู้ที่ดินาโม เคียฟ ภายใต้การคุมทีมของโลบานอฟสกี้ เขาเข้าไปดูทุกการซ้อม เพื่อศึกษาวิธีการเล่นและวิธีการที่โลบานอฟสกี้ ทำให้ทีมกดดันคู่ต่อสู้ได้ขนาดนั้น
.
รูปแบบการเล่นแบบวิ่งกดดันคู่ต่อสู้ไม่หยุดของ โลบานอฟสกี้ เป็นส่วนสำคัญในปรัชญาการคุมทีมของรังนิค ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็นำไปใช้ในหลายๆสโมสร เช่น ฮอฟเฟ่นไฮม์ (Hoffenheim) และ อาร์เบ ไลป์ซิค (RB Leipzig) ซึ่งต่อมาแนวคิดของเขาก็ช่วยปฏิวัติฟุตบอลเยอรมัน ส่งต่อปรัชญาการทำทีมแบบนี้ให้กับโค้ชรุ่นต่อมาอย่าง เจอเก้น คล็อปป (Jurgen Klopp) และ โทมัส ทูเคิล (Thomas Tuchel)
ที่มา :
https://www.facebook.com/PubBall
โชคดี เกิดจาก ความพยายาม + ความสามารถ + โอกาส