ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Jun 2008
ตอบ: 3944
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Oct 18, 2021 12:08
กาลครั้งหนึ่งของสังเวียนคุก, เอสโกบาร์ และการมาของพระเจ้า
Warning: กระทู้นี้แปลมาจากสื่อนอก หากมีข้อมูลผิดพลาดประการใด สามารถโต้แย้งเข้ามาแลกเปลี่ยนกันความคิดเห็นกันได้นะครับ และขอแนะนำว่า สำหรับผู้ที่อยู่ระหว่างการรับชมซีรีส์ Narcos ไม่ควรอ่าน เพราะอาจมีข้อมูลบางส่วนที่เป็นสปอยเนื้อหาสำคัญในซีรีส์ได้ครับ


กาลครั้งหนึ่ง เหล่าสตาร์ลูกหนังเคยเข้าร่วม "นาร์โค ฟุตบอล" บนสังเวียน "ลา คาธีดรัล" ทัณฑสถานแห่งเอสโกบาร์


ปาโบล เอสโกบาร์ กับแอคชั่นบนผืนหญ้า ในฟุตบอลเมืองโคลอมเบีย

- ปาโบล เอสโกบาร์ เจ้าพ่อโคเคนผู้มีชื่อเสียงลือลั่นแห่งประเทศโคลอมเบีย ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่มีแพสชั่นแรงกล้าในเรื่องของกีฬาฟุตบอล และเป็นที่รู้กันดีจากแหล่งข่าววงในว่า ตัวเขาเป็นนายใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังสโมสรแอตเลติโก้ นาซิอองนาล ทีมยักษ์ใหญ่แห่งเมืองเมเดยีน

- เอสโกบาร์ เป็นผู้มอบอนาคตให้กับวงการลูกหนังโคลอมเบียมากมาย หนึ่งในนั้นมีชื่อของ "ชิโช่" เมาริซิโอ้ เซอร์น่า กองกลางผู้ติดธงโคลอมเบียกว่า 50 นัด ผ่านศึกฟุตบอลโลกมาถึง 2 หน ในปี 1994 และ 1998, "ปาโช่" ฟรานซิสโก มาตูราน่า ปราการหลังระดับตำนานแห่งนาซิอองนาล และเรเน่ ฮิกิต้า นายด่านเลือดโคลอมเบียน ผู้สร้างชื่อไปทั่วโลกจากลีลาการเซฟที่ถูกขนานนามว่า "แมงป่องผยองเดช"



ช็อตเซฟบรรลือโลก ที่สร้างชื่อให้กับเรเน่ ฮิกิต้า

- ในปี 1991 เอสโกบาร์ ดีลข้อตกลงกับประธานาธิบดี เซซาร์ กาบีเรีย ในการปฏิเสธส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังสหรัฐอเมริกา ขณะที่ตัวเขาจำคุกเป็นเวลา 5 ปี ในคุกที่โคลอมเบีย ...คุกที่ตัวเขาเนรมิตมันขึ้นมา และปกครองด้วยตนเอง พร้อมทั้งบริวารส่วนตัว นามว่า "ลา คาธีดรัล" (เป็นภาษาไทยสวย ๆ ว่า มหาวิหาร)

- ว่ากันตามสภาพแล้ว "ลา คาธีดรัล" กลายมาเป็นเสมือนคลับสุดหรูมากกว่าจะเรียกว่าเป็นคุกไว้ขังนักโทษด้วยซ้ำไป หัวใจสำคัญของที่นี่ คือสนามฟุตบอลฮาร์ด-คอร์ท ขนาดทีมละ 5 คน (เปรียบเป็นสนามปูน ลูกกรงบ้านเรานี่แหละครับ)

- ปีเดียวกันนั้นเอง มหาวิหารแห่งนี้ได้มีโอกาสต้อนรับแขกระดับวีไอพีแห่งวงการลูกหนัง ผู้ที่แฟนบอลหลายคนอาจคาดเดาได้ไม่ยากนัก ...ใช่ครับ แขกคนดังกล่าวมีชื่อว่า ดิเอโก้ มาราโดน่า เหตุการณ์ที่ว่านี้ เกิดขึ้นภายหลังจากที่มาราโดน่าถูกแบนจากการตรวจโด๊ปยาวนานถึง 15 เดือน ในระหว่างค้าแข้งกับนาโปลี, เอสโกบาร์ ที่เป็นแฟนตัวยงของแข้งอาร์เจนไตน์ จึงสบช่องรีบส่งจดหมายเชิญมาราโดน่ามาวาดลวดลายยัง "ลา คาธีดรัล"

- เอสโกบาร์ยื่นข้อเสนอมหาศาลเพื่อดึงตัวมาราโดน่ามาเล่นร่วมกับเรเน่ ฮิกิต้า ที่นาซิอองนาล แม้ข้อเสนอจะถูกปัดตกไป แต่มาราโดน่าก็ได้ร่วมเล่นฟุตบอลในแมตซ์สุดพิเศษครั้งนี้ ...และหลังจากนั้น พวกเขาก็ร่วมกันจัดปาร์ตี้ด้วยกันตลอดทั้งคืน

- "ฉันถูกพาเข้าในทัณฑสถานแห่งนั้น และได้รับอารักขาโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนับพันอ่ะ ฉันนี่แบบ -นี่แม่งเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย ? กูกำลังถูกจับรึเปล่าวะ ?- สถานที่นั้นเป็นประหนึ่งโรงแรมห้าดาวเลยว่ะ" มาราโดน่าเล่าย้อนถึงการเยี่ยมเยียนรังเหย้าของเอสโกบาร์

- "เราพบปะกันที่ออฟฟิศและเขาบอกว่าเขาหลงรักการเล่นของฉัน, เราร่วมเล่นฟุตบอลด้วยกันและทุกคนสนุกไปกับมัน หลังจากนั้นช่วงพลบค่ำ เราปาร์ตี้กันและนั่นมันคือในคุกนะ! ฉันแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่ะ"



เอสโกบาร์ ผู้เป็นหนึ่งในแฟนตัวยงของดิเอโก้ มาราโดน่า

- นอกเหนือจาก มาราโดน่า ยังมีชื่อของ ออสการ์ ปาเรฆ่า ผู้จัดการทีม ออร์แลนโด้ ซิตี้ บุคคลซึ่งเกิดและเติบโตในเมืองเมเดยีน ก็ได้รับจดหมายเทียบเชิญพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมอีก 6 คน มาร่วมเล่นฟุตบอลที่ "ลา คาธีดรัล" ...ข้อเสนอที่ตัวเขามิอาจปฏิเสธได้ แต่จะอย่างไรก็ตาม สำหรับเอสโกบาร์แล้ว ปาเรฆ่า ถูกยกให้เป็นประหนึ่งพระเจ้าเลยทีเดียว

- "ในนั้นมันมีโซฟาหรู ๆ และยังมีทีวีอีกต่างหาก มันสร้างความประหลาดใจให้ผมมากเลยล่ะ" ปาเรฆ่า เกริ่นนำ

- "เมื่อมองย้อนกลับไปแล้ว ฉันครุ่นคิดถึงทุกสิ่ง ทุกอย่างที่อาจจะเกิดขึ้นกับเราภายในกำแพงตลอดเลยนะ ที่นั่นไม่มีตำรวจ ไม่มีมาตรการควบคุมใด ๆ ทั้งนั้น อะไรมันก็เกิดขึ้นได้เลยล่ะ แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นหรอกนะ"



ออสการ์ ปาเรฆ่า (ซ้าย) อดีตนักเตะทีมชาติโคลอมเบีย ผู้ที่เอสโกบาร์ยกให้เป็นพระเจ้า

- เรื่องราวของสตาร์ลูกหนังใน "ลา คาธีดรัล" ก็มาถึงคราวต้องจบลง ภายหลังจากที่ทางการยืนยันว่า เอสโกบาร์ จำเป็นต้องถูกจำคุก (ที่เป็นคุกจริง ๆ) สืบเนื่องจากมีข่าวลือเล็ดลอดออกมาว่าเอสโกบาร์สังหารคู่อริในคุกของเขาเอง จนสนามฟุตบอลถูกฉาบไปด้วยสีแดงจากเลือด มาถึงคราวที่ราชันย์โคเคนต้องหลบหนีออกจากคุกห้าดาวของเขาจนได้

- และท้ายที่สุด เป็นที่ทราบทั่วกันว่า ปาโบล เอสโกบาร์ ถูกตำรวจโคลอมเบียสังหารในขณะที่เจ้าตัวกำลังหลบหนี

- วินาทีสุดท้ายของชีวิต เอสโกบาร์ นอนแน่นิ่งหมดลมหายใจ ขณะที่ตัวเขาสวมรองเท้าฟุตบอลอยู่


.
.
ขอขอบคุณ เรื่องราวจากเพจ Bleacher Report Football

Spoil









 

แด่ ...ปาโบล เอสโกบาร์ & ดิเอโก้ มาราโดน่า
สองบุคคลผู้สุดโต่งในเส้นทางชีวิตของตนเอง
3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
ปลายอาชีพค้าแข้ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 Feb 2011
ตอบ: 26413
ที่อยู่: Theater of Dreams
โพสเมื่อ: Mon Oct 18, 2021 12:57
[RE: กาลครั้งหนึ่งของสังเวียนคุก, เอสโกบาร์ และการมาของพระเจ้า]
วาระสุดท้ายที่เขียนว่าเอสโคบาร์ใส่สตั๊ดตอนโดนวิสามัญ เท่าที่ดูรูปทางเน็ตจะเป็นรูปตายแบบเท้าเปล่า ยังหาไม่เห็นรูปใส่สตั๊ด หรือโดนเจ้าหน้าที่ถอดออกก่อนถ่ายรูปร่วมกับศพ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2014
ตอบ: 8542
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Oct 18, 2021 13:12
[RE: กาลครั้งหนึ่งของสังเวียนคุก, เอสโกบาร์ และการมาของพระเจ้า]
ทีมชาติโคลอมเบียทีทำเข้าประตูตัวเองในบอลโลก แล้วถูกยิงตายเกี่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่ยวกับเอสโกบาร์มั้ยครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ข.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Dec 2015
ตอบ: 2890
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Oct 18, 2021 13:42
[RE: กาลครั้งหนึ่งของสังเวียนคุก, เอสโกบาร์ และการมาของพระเจ้า]
playmaker7 พิมพ์ว่า:
ทีมชาติโคลอมเบียทีทำเข้าประตูตัวเองในบอลโลก แล้วถูกยิงตายเกี่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่ยวกับเอสโกบาร์มั้ยครับ  


ไม่เกี่ยวครับ เพราะพาโบล ตายปี 1993 แต่ อันเดรส โดนยิงปี 94

แต่มันมีคำพูดนึงเคยบอกไว้ว่า ถ้าพาโบลยังอยู่ อันเดรสคงไม่ตาย เพราะพาโบลรักและเข้าใจฟุตบอลเป็นอย่างดี
3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status: Don't give a f
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Nov 2010
ตอบ: 8183
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Oct 18, 2021 16:23
[RE: กาลครั้งหนึ่งของสังเวียนคุก, เอสโกบาร์ และการมาของพระเจ้า]
*Saitama* พิมพ์ว่า:
playmaker7 พิมพ์ว่า:
ทีมชาติโคลอมเบียทีทำเข้าประตูตัวเองในบอลโลก แล้วถูกยิงตายเกี่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่ยวกับเอสโกบาร์มั้ยครับ  


ไม่เกี่ยวครับ เพราะพาโบล ตายปี 1993 แต่ อันเดรส โดนยิงปี 94

แต่มันมีคำพูดนึงเคยบอกไว้ว่า ถ้าพาโบลยังอยู่ อันเดรสคงไม่ตาย เพราะพาโบลรักและเข้าใจฟุตบอลเป็นอย่างดี  

คิดว่าถ้าจะเกี่ยวที่สุดคือคนที่ยิงคงเป็นพ่อค้ายาหรือลูกน้องอะไรซักอย่างนี่แหละคับแต่ไม่ใช่เพราะปาโบล
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Jan 2020
ตอบ: 7992
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Oct 18, 2021 22:23
[RE: กาลครั้งหนึ่งของสังเวียนคุก, เอสโกบาร์ และการมาของพระเจ้า]
เพลงมา!

0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Jan 2020
ตอบ: 7992
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Oct 18, 2021 22:27
[RE: กาลครั้งหนึ่งของสังเวียนคุก, เอสโกบาร์ และการมาของพระเจ้า]
Blue Sh!t พิมพ์ว่า:

- วินาทีสุดท้ายของชีวิต เอสโกบาร์ นอนแน่นิ่งหมดลมหายใจ ขณะที่ตัวเขาสวมรองเท้าฟุตบอลอยู่  


น่าจะเป็นแค่การแต่งเติมให้มีสีสันครับ

ภาพ 18+ นะครับ
Spoil
 
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Jan 2020
ตอบ: 7992
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Oct 18, 2021 22:39
[RE: กาลครั้งหนึ่งของสังเวียนคุก, เอสโกบาร์ และการมาของพระเจ้า]
playmaker7 พิมพ์ว่า:
ทีมชาติโคลอมเบียทีทำเข้าประตูตัวเองในบอลโลก แล้วถูกยิงตายเกี่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่ยวกับเอสโกบาร์มั้ยครับ  




เคยดูสารคดี คุ้นๆ ว่าเป็นแก๊งค์ค้ายาหรือพวกบริษัทพนันซักอย่าง แต่ไม่ใช่เอสโคบาร์ครับ


จำไม่ได้แล้วว่าดูมาจากไหน


edit ใน wiki บอกว่าคนที่ลงมือฆ่าเป็นสมาชิกแก๊งค์ค้ายาของโคลัมเบีย แต่เหตุผลน่าจะมาจากที่ว่าไอ้บ้านี่เสียพนันบอลหนักมากจากที่โคลัมเบียแพ้ ก็เลยมาฆ่าเอสโคบาร์เป็นการลงโทษ
แก้ไขล่าสุดโดย Barcelonistwo เมื่อ Mon Oct 18, 2021 22:44, ทั้งหมด 1 ครั้ง
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel