ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
17 July 2021 13:33 by Narueta
เปิดคดี ส.บอล ยุคใหม่ vs ยุคเก่า ซีรี่ส์ที่น่าติดตามอีกหลายตอน




แฟนบอลรู้หรือไม่? นับตั้งแต่ สมาคมฟุตบอลไทย มีการเปลี่ยนขั้วมาอยู่ภายใต้การบริหารงานของ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้มีคดีความฟ้องร้องกับ “ขั้วอำนาจเก่า” ภายใต้การนำของ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี ที่มีอดีตสื่อกีฬายักษ์ใหญ่เป็นแบ็กหนุนหลัง ถึง 4 คดีด้วยกัน!!!

#คดีแรก

บริษัท สยามสปอร์ตฯ ฟ้อง ส.บอล และสภากรรมการชุดใหม่ ในข้อหา ผิดสัญญาเรื่องสิทธิประโยชน์ โดยเรียกค่าเสียหาย 1,400 ล้านบาท ซึ่ง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ได้ตัดสินไปเรียบร้อยให้ สมาคมฟุตบอลฯ จ่ายชดเชยค่าเสียหายเป็นเงิน 50 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (27 มิถุนายน 2560)

ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษ มีคำพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ ส.บอล จำเลยที่ 1 ชำระเงินให้แก่บริษัท สยามสปอร์ตฯ จำนวน 450 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (27 มิ.ย. 60) ถึงวันที่ 10 เม.ย 64 และดอกเบี้ย 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เม.ย 64 เป็นต้นไป นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินฯ ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องและฟ้องแย้งให้เป็นพับ ซึ่งศาลได้ออกคำบังคับให้ ส.บอล จำเลยที่ 1 ปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน 30 วัน

ขณะเดียวกัน ศาลยังคงให้ทาง สยามสปอร์ต ชำระเงิน 240 ล้านบาทคืนให้แก่ บริษัท ซีนีเพล็กซ์ จำกัด พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 จนกว่าโจทก์จะชำระครบถ้วน

ในคดีนี้ ยังคงต้องน่าติดตาม ว่าจะไปต่อถึงฎีกา หรือไม่? ในมุมของ ส.บอล แน่นอนต้องเขียนคำร้องขอฎีกา ขณะที่ ฝั่ง สยามสปอร์ต ถ้าพอใจในคำพิพากษาก็ยอมรับตามนั้น แต่ถ้าไม่พอใจก็อาจจะฎีกา เพื่อขอเรียกร้องเงินเพิ่มอีก ซึ่งจะออกมาในรูปแบบไหน ต้องรอติดตาม…

#คดีที่สอง

ส.บอล เป็นโจทย์ฟ้อง บริษัท สยามสปอร์ตฯ ในกรณีที่จำเลยไม่ได้จ่ายค่าสิทธิประโยชน์ให้กับ สมาคมฯ ระหว่างปี 2556-2558 ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เป็นคดีแพ่ง หมายเลขดำที่ ทป.179/2561 เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ในข้อหาหรือฐานความผิด สัญญาสิทธิประโยชน์ ลิขสิทธิ์ ติดตามเอาทรัพย์สินคืน ทุนทรัพย์ 1,139,035,781.70 บาท

ศาลพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 ให้ สยามสปอร์ต จำเลย ชำระเงิน 99,266,754.35 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินต้น 46,986,598.84 บาท นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557, เงินต้น 19,099,381.87 บาท นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558, เงินต้น 33,180,773,64 บาท นับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความ 40,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี 10,000 บาท และยกฟ้องแย้ง

ซึ่งตามข่าวที่ออกมาจาก ส.บอล ยังไม่เห็นพ้องด้วย และได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2564 โดยขอให้พิพากษาให้ สยามสปอร์ต ชำระเพิ่มอีก 911,000,000 บาท หากศาลอุทธรณ์เห็นด้วย สมาคมฯก็จะรับเงินจำนวน 1,010 ล้านบาท บวกดอกเบี้ย

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่า คดีแรก กับ คดีที่สอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน และศาลมิได้สั่งรวมสำนวน ซึ่งคดีแรก เกิดขึ้นจากกรณีที่ สยามสปอร์ต ฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก ส.บอล บอกเลิกสัญญาในช่วงปี 2559 ส่วนคดีที่สอง คือ ส.บอล ฟ้องเรียกค่าสิทธิประโยชน์ในช่วงที่สยามสปอร์ตเป็นผู้บริหารสิทธิประโยชน์ในระหว่างปี 2556-2558

#คดีที่สาม

ส.บอล เป็นโจทย์ฟ้อง ”บังยี” และบริษัท สยามสปอร์ตฯ ที่ศาลแขวงปทุมวัน หมายเลขคดีดำ อ.4/2562 ในข้อหาหรือฐานความผิด ร่วมกันยักยอกทรัพย์ เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2562

จากการพิจารณาชั้นไต่สวนมูลฟ้องคดีดังกล่าว ศาลได้ไต่สวนมูลฟ้องและพิจารณาได้ความว่า บริษัท สยามสปอร์ตฯ จ่ายเงินให้ สมาคมฯ ในลักษณะเบิกจ่ายล่วงหน้า แต่กลับระบุชื่อผู้รับเงินเป็น นายวรวีร์ มะกูดี ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว สมาคมฯ มีบัญชีเงินฝากเพียงบัญชีเดียว แต่ นายวรวีร์ กลับไม่มีการนำเงินจำนวน 7,000,000 บาท เข้าบัญชีสมาคมฯ แต่อย่างใด

ในคดีนี้ มุมของ ส.บอล น่าจะมองว่า นายวรวีร์ ครอบครองทรัพย์ของผู้อื่น แล้วเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น หรือทรัพย์ที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย กระทำผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใดๆ โดยทุจริต จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน เข้าองค์ประกอบความผิดฐานยักยอกทรัพย์

ซึ่งยังคงต้องติดตามว่าจะจบอย่างไรสำหรับคดีนี้ แต่ในห้วงสถานการณ์เช่นนี้ ก็อาจจะมีการเลื่อนออกไป เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ในบ้านเรายังคงรุนแรง

#คดีที่สี่

จบไปเรียบร้อยแล้วคือ ส.บอล ฟ้อง “บังยี” ให้เปิดทาง เข้า-ออก ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ หนองจอก โดยศาลแพ่งมีนบุรีมีคำพิพากษาให้ อดีตประมุขลูกหนังไทย จดทะเบียนภาระจำยอม เปิดทางเข้า-ออกให้ ส.บอล ได้ใช้งาน แต่อย่างที่เห็นสภาพทรุดโทรมจนยากเกินจะเข้าไปปรับปรุงใช้งานได้แล้ว

สรุป 5 ปี กับคดีประวัติศาสตร์บอลไทย ยังเหลืออีก 3 คดี ที่น่าจะเป็นซีรี่ส์เรื่องยาวอีกหลายตอนให้แฟนบอลชาวไทยได้ติดตาม…

4
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออนไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Jun 2007
ตอบ: 25892
ที่อยู่: บ้านนอก
โพสเมื่อ: Sat Jul 17, 2021 16:22
[RE: เปิดคดี ส.บอล ยุคใหม่ vs ยุคเก่า ซีรี่ส์ที่น่าติดตามอีกหลายตอน]
มหากาพย์จริงๆ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel