★ บทสัมภาษณ์ของ Thom Yorke จาก CPR Sound Opinions 18/06/2006 ★ Thom - “This tune called ‘Videotape’ that we’ve got is just driving me crazy. Absolutely crazy.” “We kind of had an idea but we just couldn’t see it through.” เฮียทอม – “เพลงที่เรียกว่า ‘วิดีโอเทป’ ของพวกเรานั้นมันทำให้ผมเป็นบ้า บ้าบอจริงๆ ประมาณว่าพวกเรามีไอเดียอยู่ แต่เราไม่รู้จะทำมันให้เป็นรูปเป็นร่างได้ยังไง”
Videotape คือแทร็ค Side B จากอัลบั้ม In Rainbow ซึ่งมีการปล่อยออกมาในช่วงปี 2007 และถึงแม้ว่าจะมีการปล่อยเพลงนี้ออกมาในปีดังกล่าวก็ตาม แต่ความจริงแล้วเพลงนี้ได้ถูกนำมาเล่นก่อนหน้านี้แล้วในงาน Bonaroo Festival ที่เมือง Manchester เมื่อปี 2006 ซึ่งในเวอร์ชั่นไลฟ์ Bonaroo นี้ จะมีความแตกต่างจากเวอร์ชั่นอัลบั้ม In Rainbow อยู่พอสมควร ในเวอร์ชั่นแรกนั้นจะมีความเป็น Alternative Rock ให้ความรู้สึกสนุกและโยกตามได้ ต่างจากเวอร์ชั่นอัลบั้มที่ฟังดูเป็นเพลงช้าและมีความเป็น Experimental Electronic มากกว่า ซึ่งทั้ง 2 เวอร์ชั่นนี้ ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่แฟนของ Radiohead ทั่วโลกจนถึงปัจจุบันนี้ว่าเวอร์ชั่นไหนนั้นดีกว่ากัน... (รับฟังถึงความแตกต่างได้จาก 2 คลิปด้านล่างนี้เลย)
มาถึงตรงนี้เพื่อนๆอาจจะสงสัยว่า แล้วความลับอะไรกันล่ะ! ที่ทำให้เพลงนี้มีความพิเศษจนต้องหยิบยกมาวิเคราะห์กัน ?
ต้องเท้าความไปยังค่ำคืนหนึ่งในเมือง London เมื่อปี 2008 ณ คลับ 93 Feet East ในระหว่างที่เฮีย Thom นั่งลงและกำลังจะเริ่มบรรเลงเพลงที่ชื่อว่า Videotape นี้ แต่ในระหว่างช่วงเริ่มอินโทรเพลงนั้นดูเหมือนว่าเพลงๆนี้จะทำให้เฮียต้องสับสนกับจังหวะของเพลง จนต้องพูดกับมือกีต้าร์คู่ใจอย่าง Jonny ว่า “Give me the f*ckin’ Hi-Hats only” พร้อมทั้งสะกดจิตตัวเองด้วยคำว่า “Temporary loss of information” นี่คือคำพูดที่ออกมาจากปากของหนึ่งในสุดยอดนักดนตรีแห่งศตวรรษที่ 21 นี้ ซึ่งทำให้พวกเราอาจจะเกิดคำถามขึ้นว่า อะไรกันที่ทำให้เฮียสับสนกับแค่เพลงจังหวะ 4/4 ? รับชมได้จากคลิปต่อไปนี้เลยครับ (เริ่มเล่นนาทีที่ 1:20 เป็นต้นไป)
★ คำกล่าวถึงเพลงนี้จากครูสอนดนตรี Warren Lain ★ Warren - “Radiohead are purposefully hiding something in plain sight, or what you might say plain hearing.” “For him to struggle with that, it shows that he’s actually hearing something a lot more complex.” วอร์เรน – “เรดิโอเฮด ต้องการที่จะซ่อนบางอย่างไว้ในสิ่งที่มองเห็นได้ง่ายๆ หรือเรียกว่าฟังได้ง่ายๆ สำหรับเขานั้น(เฮียทอม) การที่เขาต่อสู้กับมัน แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เขาได้ยินจริงๆ มันมีความซับซ้อนมากกว่านั้น”
★ คำอธิบายเรื่องจังหวะโน้ตจากผู้ช่วยศาสตราจารย์วิทยาลัยดนตรีเบิร์คลีย์ Erin Barra ★ Erin - “The vast majority of contemporary music is written in 4/4 time.” “Which means there are 4 quarter notes in a measure.” เอริน – “เพลงร่วมสมัยส่วนใหญ่นั้นจะถูกเขียนขึ้นบนจังหวะ 4/4 ซึ่งหมายความว่าในเพลงหนึ่งห้องจะนับจังหวะได้ 4 ตัวโน้ต”
คำกล่าวที่พูดถึงเพลงนี้จากครูสอนดนตรี Warren Lain Warren - “The piano should happen on beat one, but it doesn’t.” วอร์เรน – “ทำนองเปียโนควรจะเริ่มบนจังหวะแรกของเพลง, แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น”
ย้อนกลับไปที่เรื่อง Syncopation(จังหวะขัด) เทคนิคนี้เป็นเหมือนกระดูกสันหลังของดนตรีหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็นดนตรีฟังค์ หรือแจ๊สก็ตาม มันทำให้เพลงฟังดูมีความยืดหยุ่น มีความสนุก และสามารถจับจังหวะได้ง่ายในเพลง ตัวอย่างเช่นเพลงของวง The Meters , Parliament , Sly & The Family Stone , Stevie Wonder เป็นต้น
คำอธิบายเพิ่มเติมจากครูสอนดนตรี Warren Lain Warren - “That’s kind of the heart of why syncopation is so cool. Because it’s interesting.” “It kind of breaks up what otherwise would be a more rhythmic monotony in a song.” วอร์เรน – “นี่เป็นเหมือนหัวใจหลักว่าทำไมจังหวะขัดนั้นมันดูเจ๋งมาก ก็เพราะว่ามันน่าสนใจ ประมาณว่ามันทำลายส่วนอื่นๆของเพลงที่ฟังดูมีความน่าเบื่อออกไปจากเพลงๆนั้น”
★ ต้องขอยกหนึ่งในเนื้อหาจากหนังสือที่ชื่อว่า Why We Snap ที่เขียนโดย Douglas Fields ซึ่งในหนังสือของเขาได้กล่าวไว้ว่า ★ - “Brain waves become phase shifted, so that the peak of the brain waves always occur at a precise point relative to the next beat of a rhythm. In short, rhythmic sound synchronizes the brain wave of groups of people.” - “คลื่นสมองจะมีการเปลี่ยนระดับ เพราะฉะนั้น มันคือจุดสูงสุดของคลื่นสมองที่เกิดขึ้นเสมอเมื่อจุดความแม่นยำที่เกี่ยวข้องกับจังหวะต่อไปของทำนองเพลง ในระยะอันสั้นเสียงจังหวะจะทำการปรับจังหวะให้เข้ากับคลื่นสมองของกลุ่มคนเหล่านั้น”
จากภาพนี้ นี่คือจังหวะกระเดื่องที่ Phil จะต้องเล่นในเพลง Videotape
และภาพนี้คือจังหวะกระเดื่องที่ Phil เล่นบนเพลง Videotape จากคลิปดังกล่าว
★ คำอธิบายจากผู้ช่วยศาสตราจารย์วิทยาลัยดนตรีเบิร์คลีย์ Erin Barra ★ Erin - “Hearing it as the end of 4 is, especially without anything hitting on the downbeat, that is complex. ” “That requires a really strong sense of internal rhythm and the ability to kind of tune out something else that’s screaming on you, ‘this is the downbeat’ and you say, ‘no that’s not the downbeat.” “Thom’s piano, with that kick drum, begins to take on the feeling of the beat. And what gets established is pure deception.” เอริน – “การฟังมันเป็นเหมือนตัวจบของโน้ตที่ 4 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ไม่มีการตีบนจังหวะตกนั้นมันมีความซับซ้อน คุณต้องมีสมาธิมากในการนับจังหวะในใจ และความสามารถที่จะตัดบางสิ่งที่กำลังกรีดร้องใส่คุณประมาณว่า ‘นี่คือจังหวะตกนะ’ และคุณบอกว่า ‘ไม่ นั่นไม่ใช่จังหวะตก’ เสียงเปียโนของทอมกับเสียงกระเดื่องนั้นเริ่มที่จะรับรู้ถึงจังหวะเพลง และเสียงที่ถูกสร้างขึ้นนั้นก็คือความเข้าใจผิดอย่างบริสุทธิ์”
★ บทสัมภาษณ์ของ Thom Yorke จาก BBC Radio 4 02/01/2008 ★ BBC Host - “Do you have a favorite song on the record ?” Thom - “Uh, Videotape. I wanted to put it first, but someone point out that if we did that, everybody would turn it straight off. (lol)” “Personally speaking, that my favorite thing we’ve ever created, because we it has this inexpressible substance thing going on behind the specific of the song.” “So I’m really, really proud of that.” พิธีกรรายการ - “คุณมีเพลงโปรดในห้องอัดบ้างรึเปล่า ?” เฮียทอม – “เอ่อ, เพลงวิดีโอเทป ผมอยากจะอัดเพลงนี้ก่อนเลยด้วยซ้ำ แต่บางคนบอกว่าถ้าเราทำแบบนั้น ทุกคนคงจะหันหลังกลับแล้วเดินออกไปเลย(หัวเราะ) ส่วนตัวผมแล้ว นั่นคือเพลงโปรดที่สุดที่เราเคยทำมาเลย เพราะว่ามันมีเนื้อหาที่อธิบายไม่ได้เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเพลงนี้ ทำให้ผมภูมิใจกับเพลงนี้มากจริงๆ”
When I'm at the pearly gates
This will be on my videotape, my videotape
Mephistopheles is just beneath
And he's reaching up to grab me
This is one for the good days
And I have it all here
In red, blue, green
Red, blue, green
You are my center
When I spin away
Out of control on videotape
On videotape
On videotape
On videotape
On videotape
On videotape
This is my way of saying goodbye
Because I can't do it face to face
I'm talking to you after it's too late
No matter what happens now
You shouldn't be afraid
Because I know today has been the most perfect day I've ever seen