#False9 | เรื่องนี้มันเกิดขึ้น 24 ชั่วโมงก่อนเอล กลาสิโก้เริ่มขึ้น...
"โจเซป กวาร์ดิโอล่า" นั่งขลุกตัวอยู่ในห้องทำงานที่สโมสร เขาครุ่นคิดถึงวิธีการเล่นบางอย่างเพื่อหาทางเอาชนะเรอัล มาดริดซึ่งไม่แพ้ใครในลีกมา 18 นัดติดต่อกันเข้าให้แล้ว
วิธีการเล่นนั้น ต้องพิเศษกว่าที่เคยเป็นมา
เป๊ปนำวิดีโอเกมแรกที่เจอกันมาดูอีกครั้ง เขาพบว่าในเกมนั้นถึงบาร์ซ่าจะเอาชนะมาดริดได้ก็จริง แต่กองกลางของราชันชุดขาวอย่างกูตี, กาโก้และเดรนเธ่ได้เพรสซิ่งชาบีกับยาย่า ตูเร่หนักมาก ขณะที่คู่เซนเตอร์อย่างคันนาวาโร่กับเมตเซลเดอร์นั้นกลับเน้นยืนคุมโซนเสียมากกว่า
และนั่นทำให้เป๊ปค้นพบช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างกองหลังกับกองกลางของมาดริด
เขาเริ่มจินตนาการว่าหากพื้นที่ตรงนั้นตกเป็นของนักเตะสักคนที่มีความสามารถเฉพาะตัวสูง พาบอลไปกับตัวได้ดี พักบอลกับเพื่ิอนได้ หรือกระทั่งมีความเร็วและฉลาดพอที่จะใช้ประโยชน์จากตรงนั้นเข้าไปทำประตูแบบกองหน้าได้ล่ะ มันจะเกิดอะไรขึ้น?
...
เข็มนาฬิกาบนผนังห้องทำงานเดินทางมาถึง 22 นาฬิกาแล้ว แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับโค้ชผู้หมกมุ่นในชัยชนะอย่างเป๊ป เขายกโทรศัพท์กดเบอร์ของลิโอเนล เมสซี่และโทรออกทันที
"เลโอ ฉันเพิ่งสังเกตุเห็นบางอย่างที่มันสำคัญมาก ฉันอยากให้นายมาหาฉันที่สโมสรเดี๋ยวนี้เลย"
22.30 น. ดาวเตะร่างจิ๋วชาวอาร์เจนไตน์เดินทางมาถึงห้องทำงานของเป๊ปอย่างเร็วจี๋ และบทสนทนาแรกของทั้งคู่คือ "นายดูช่องว่างของพวกมาดริดตรงนี้สิ"
เป๊ปกดหยุดวิดีโอที่เปิดรอเมสซี่แล้วชี้ไปยังจุดที่เขาต้องการสื่อสารทันทีไม่อ้อมค้อม
"ฉันจะเรียกมันว่าเมสซี่โซน" กุนซือไร้ผมเกริ่น "เกมวันพรุ่งนี้ฉันต้องการให้นายออกสตาร์ทด้วยการเล่นแบบปกติไปก่อน แต่พอฉันส่งสัญญาณที่ข้างสนาม นายต้องเคลื่อนที่ตัวเองมายังช่องว่างตรงกลางนี้ คอยรับบอลจากชาบีหรืออันเดรส นายต้องเคลื่อนที่ให้ไว เพราะช่องว่างระหว่างกองหลังกับกองกลางตรงนี้จะทำให้มาดริดไม่ทันตั้งตัว และมันยังจะทำให้กาซิยาสแปลกใจอีกด้วย"
เรื่องนี้ถือเป็นความลับขั้นสุดยอด แม้กระทั่งตีโต้ บีลาโนบาผู้ช่วยของเป๊ปยังมารู้เรื่องเอาในวันแข่งด้วยซ้ำ
เป๊ปเรียกตีโต้, ชาบีและอิเนียสต้ามาพูดคุยถึงแผนนี้เป็นการส่วนตัวก่อนเกมเริ่ม ตีโตไม่ขัดและคาดไม่ถึงว่าเป๊ปจะคิดค้นกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมนี้ได้ ขณะที่ชาบีกับอิเนียสต้าถูกกำชับว่าเมื่อเห็นเมสซี่ขยับตัวเองมาตรงพื้นที่ว่างระหว่างไลน์กองหลังกับกองกลาง อย่าลังเลใด ๆ ทั้งสิ้น ให้ส่งบอลไปยังพื้นที่นั้นทันที เมสซี่รู้ดีว่าจะทำอะไรต่อ
และเมสซี่ก็รู้จริง ๆ ครับว่าโจทย์ที่เป๊ปต้องการให้เขาทำ คืออะไร
...
เมสซี่ทำให้เบร์นาเบวคืนนั้นเป็นฝันร้ายสุดสยองของมาดริดิสต้าทุกคน การเคลื่อนที่ของดาวเตะร่างจิ๋วปั่นป่วนกระบวนเกมรับราชันชุดขาวจนกลายเป็นราชันชุดขาดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
บาร์เซโลน่าบุกไปเอาชนะเรอัล มาดริดในเกมหยุดโลกได้ถล่มทลายถึง 6-2 เมสซี่กับอองรียิงคนละ 2 และชาบีสามารถทำแอสซิสต์ได้ถึง 4 ครั้งในเกมนี้
"เป๊ปบอกกับผมว่าทีมเราจะเล่นแบบไม่ต้องมีกองหน้าตัวเป้า" ชาบีเล่า "โดยเราจะให้เมสซี่ทำงานในตำแหน่งเบอร์เก้าตัวหลอกแทน (False 9) เขาถ่างอองรีกับเอโต้ออกด้านกว้างและให้เมสซี่เคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ มันน่าเหลือเชื่อมากเพราะผมรู้สึกว่าทีมเราเหมือนมีผู้เล่นมากกว่ามาดริดคนนึงเลย"
"ประตูของอองรีทำให้นักเตะมาดริดยืนงงกันเป็นแถบ เมสซี่เป็นคนแอสซิสต์ลูกนั้นและเขาก็ตอบโจทย์อย่างที่เป๊ปต้องการได้อย่างถึงแก่นเอามาก ๆ"
หลังจบเกมนั้น เมสซี่ถูกใช้งานในตำแหน่งนี้บ่อยขึ้น และได้แผลงฤทธิ์ใน 2 เกมสำคัญของฤดูกาลให้ทั่วโลกได้เห็นว่าความคิดของเป๊ปนั้นถูกต้อง
หนึ่งคือเกมนัดชิงชนะเลิศโกปา เดอ เรย์กับแอธเลติค บิลเบาที่เมสซี่โชว์ฟอร์มเป็นพระเอกทั้งยิงทั้งจ่ายพาบาร์เซโลน่าชนะขาดลอย 4-1
อีกหนึ่ง คือเกมนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกที่พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งในเกมนี้เมสซี่วิ่งหาพื้นที่ว่างและขึ้นโหม่งประตูให้บาร์เซโลน่าฝังทีมของเซอร์ อเล็กซ์ไป 2-0
จบฤดูกาลนั้น...
เป๊ปและเมสซี่พากันเถลิง 3 แชมป์อย่างยิ่งใหญ่ และผู้คนทั่วทั้งโลกต่างก็เริ่มหันมาสนใจกับอาวุธชนิดนี้ในศาตร์ลูกหนังกันอย่างกว้างขวางมากขึ้น
อาวุธที่ไม่ใช่ใครก็ทำมันได้
อาวุธที่ชื่อ "False 9"
#ทดเวลาบาดเจ็บ #เมสซี่
Spoil
https://www.facebook.com/LastMinutesFootball/photos/a.710255122703260/1102230876839014/?type=3&eid=ARCOwcTVENCrfBrrIeHSZnh4mO7nRacpv_H6__be6eHAAWZtKMveUVtYnqCEhGlbktPC-120Buxc3ozG&__xts__%5B0%5D=68.ARCUbD_oFZZCn1_QviksVk2R7_W0FPKNWsDoa6EO3uOe9myxUreobPN05d1Ke1veF2uTlgMAk6evs6oYEvZhexY-Ft780O5sZuD6QUGCzLQxNfz7fYOMS8l7gHMX0BtJ3jlo4JnjDeMgEQ_WtYGxgitjtqNEJRuwNLkS2A8rXCkMM0MW58xyDUGkGg7FfkoZ-0VCRtRyzAKKAee-iabqYkQq5n-YaNCUppBZP4I06Q7JOhpyRSvwq7z3OD-N5Wa0hE2tCojX12Q71IZsjZZcxgCUQqir8lKcuKNfpyVR_wBeUr5UYDUNY0_1vMlgK5-Ej1zzTfC4sY43_hHexp1l_PcDnQ&__tn__=EEHH-R