[RE: มาแย้ว!! 'ซูอี้' สวนหมัด 'ป็อก' อย่าปีนเกลียว - 'เอ๋อ'สับไร้ความเคารพ]
zolemzetel พิมพ์ว่า:
PRO TONY พิมพ์ว่า:
zolemzetel พิมพ์ว่า:
PRO TONY พิมพ์ว่า:
49-1 พิมพ์ว่า:
PRO TONY พิมพ์ว่า:
ไปไม่ถูกเลยว่ะ จริงๆช่างเด็กแม่มเหอะน้า
แต่ถ้าถามถึงความถูกต้องของแต่ละ role (หน้าที่ตำแหน่งการงาน)
Pogba ผิดตรงที่ไปตอบโต้คำวิจารณ์ของนักวิจารณ์อ่ะ
แค่นั้นเลย Role ตอนนี้ของเค้าคือ นักฟุตบอล การถูกวิเคราะห์วิจารณ์โดยกูรูฟุตบอล(นักวิจารณ์)เป็นส่วนนึงของเกมฟุตบอลมาอย่างยาวนาน
Souness ตอนนี้ role ของเค้าคือ นักวิจารณ์ เค้าต้องวิจารณ์ เค้าต้องวิเคราะห์และพูดถึงนักเตะ
ตอนนั้น คล็อปป์ สวน 2คนนี้ ที่วิจารณ์ลูกทีม
ท่านบอกว่า เข้าใจคล็อปต้องปกป้องลูกทีม
แต่พอป้อกออกมาปกป้องตัวเอง ท่านกลับพูดงี้
เห้อ เขาเรียกว่าไรอะแบบนี้????
ผมคิดแบบนั้นจริงๆ ครับ ขออภัยถ้าไม่ถูกใจ
มันคือการที่โค้ช (3rd party)ออกมาปกป้องลูกๆ (ลูกทีม)
ไม่ใช่คู่กรณีโดยตรง มันต่างกันมากนะ
ถ้าเทียบกับการตอบโต้ตรงๆเรื่องตัวเองด้วยตัวเอง กับ (นักวิจารณ์)คนที่วิจารณ์ตัวเองน่ะ
มันไม่ย้อนแย้งกันเหรอครับ
point คุณคือบอกเค้าวิจารณ์ไปตาม role ของเค้า
พอมีคนมาแย้งคุณบอกคล็อปทำได้เพราะเป็น 3rd party ไม่ถือเป็นการเถียงกันตรงๆ
ถ้าคุณใช้เหตุผลเรื่องวิจารณ์ตาม role จริง คล็อปก็ไม่สามารถไปแย้งนักวิจารณ์ด้วยดิ
แต่ถ้าจะบอกว่าคล็อปทำได้เพราะเป็นหน้าที่ของโค้ชที่ต้องปกป้องนักเตะ ดังนั้นนักเตะก็ต้องทำได้เพราะเป็นหน้าที่ของตัวนักเตะที่ต้องปกป้องตัวเองจากการใช้อคติในการวิจารณ์เหมือนกัน
ไม่ย้อนแย้งสิครับ เพราะโค้ชสามารถบอกได้ว่า ในฐานะผู้บังคับบัญชา เค้าเป็นคนคุมทีม เห็น(ผู้ใต้บังคับบัญชา)ลูกทีมคนนี้ทุกวัน เป็นเจ้านายโดยตรง
มองเห็นทุกการกระทำในหน้าที่การงาน มันไม่ใช่อย่างที่นักวิจารณ์คิดนะ
มันอธิบายได้ โดย role ของเค้าไงครับ
มันก็ทำได้และมีเหตุผลให้ชี้แจงนี่ครับ
แต่ไม่ใช่เจ้าตัวนักเตะออกมาเถียงเอง มันเหมือนแก้ตัวน่ะครับ (ไม่มีสิ่งยืนยัน defend ในสิ่งที่คุณเถียงกลับ)
สิ่งที่นักเตะควรทำคือแสดงผลงานในสนามตอกกลับนักวิจารณ์ครับ
ถ้าไม่เข้าใจอธิบายง่ายว่า
สมมติ คุณถูกนักข่าวต่อว่าว่าเป็นส่วนหนึ่งในเหตุผลที่บริษัทกำไรน้อยลง
แต่เจ้านายคุณเอง ให้สัมภาษณ์ตอกกลับไปว่า ไม่ใช่เพราะพนักงานคนที่ถูกกล่าวหา
ผม(เจ้านาย) เห็นและทำงานกับลูกน้อง(พนักงาน)คนนี้มาตลอด เค้าเต็มที่แล้ว แต่ปัจจัยภายนอก การตลาด และเศรษฐกิจมันไม่ดี มันอยู่ในช่วงขาลง มันมาจากปัจจัยอื่นต่างหาก
นี่คือส่ิงที่เจ้านายทำได้ครับ
เข้าใจนะ
ไม่เลยครับ
เพราะสิ่งที่นักวิจารณ์ทำคือวิจารณ์ทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องส่วนตัวและตอนที่นักเตะไม่ได้ลงสนามมันก็ยังเอามาด่า
และการที่คนสองคนตอบโต้กันมัน make sense กว่าให้คนที่สามมาพูดด้วยซ้ำ
และสุดท้ายคือใครเป็นคนเขียนข้อกำหนดคำว่า “role” ของคุณเหรอครับว่าใครสามารถทำอะไรได้บ้าง นักวิจารณ์สามารถทำได้ นักเตะต้องตอบโต้ด้วยการลงเล่นเท่านั้น หรือโค้ชสามารถตอบโต้แทนได้ถือว่าไม่ใช่การเถียง
เราคิดไม่เหมือนกัน ก็ไม่เป็นไรนี่ครับ
ผมไม่ได้พูดถึงแค่อีตาหนวดนี่นะ
ผมหมายถึงนักวิจารณ์ทุกคน เราก็เห็นกันมาบ่อยๆ
่ว่านักวิจารณ์ชอบแคะไปถึงเรื่องการใช้ชีวิตด้วย ว่ามีระเบียบแค่ไหน ความประพฤติดีมั้ย
มันก็เป็นส่วนหนึ่งของวงการฟุตบอลนะ ตอนที่กริลิช มันเมาขับรถชน นักวิจารณ์ก็ออกมาวิจารณ์ (อันนี้ยกตัวอย่างเฉยๆ นะว่า พวกนักข่าว พวกสื่ออ่ะ มันเจาะไปหมดทุกเรื่องแหละ)
หรือจะเรื่อง ตีท้ายครัวคนอื่น เรื่องเมียมักซี่กับเด็กแสบ มันอยู่ในข่ายทั้งนั้น
แต่ก่อนที่เราจะหลุดประเด็นไปไกล
สิ่งที่ผมพยายามจะบอกคือ หน้าที่ใครหน้าที่มัน
นักวิจารณ์แม่มก็วิจารณ์ไปหมดทุกเรื่องแหละ (ไม่ใช่แค่ไอ้หนวดคนนี้)
นักบอลก็น่าจะใช้ผลงานในตอกกลับแม่งไป จะดีกว่า
ส่วนกรณ๊อีกประเด็นที่แตกออกมาโดยคอมเมนท์ท่านนึง นั่นอีกเรื่อง
คือ คนเป็นโค้ช ออกมาปกป้องได้ มันเป็นสิทธิ์ของคนเป็นโค้ชที่บริหารจัดการทีมและนักเตะตัวเอง
เพราะผลลัพธ์ผลงานของทีมจะเป็นอย่างไร คนรับผิดชอบก็คือเค้า ใช่มั้น นั่นแหละประเด็น