Beginning of the end? ไขข้อสงสัยหลัง "เรือ" โดนแบนบอลยุโรป 2 ปี
a.Raptor พิมพ์ว่า:
แต่กฏนี้มันเหมือนกฏที่เขียนมาเพื่อช่วยทีมใหญ่ หรือเขียนมารับเงินใต้โต๊ะเลย
คือห้ามใช้เงินเกินตัว แล้วถ้าทีมเล็กที่อยากขึ้นเป็นใหญ่ได้ ก้ห้ามใช้เงืนหรอ
สมมตื นิวคาสเซิ่ล รายรับ40ล้าน ก้ซื้อได้แค่40ล้านปอน แล้วสมมติลิเวอรายรับ200ล้าน ก้ใช้ได้200ล้าส
แล้วแบบนี้เมื่อไหร่นิวจะตามลิเวอทันอะ? เพราะการไม่มีกฏนี้ทำให้มีทีมก้าวกระโดดอย่างเชลซี ซิตี้ psg เด้งขึ้นมาปะ
ไม่งั้นพรีเมียก้คงมีแต่ แมนยู น่อล ลิเวอ เพราะพวกนี้มันรายได้สูงม่ตั้งแต่แรก มันก้โตไปเรื่อยๆไอทีมเล็กก้จนลงๆ
สุดท้ายกฏแบบนี้เหมือนกฏเขียนไว้ยัดเงินอะ อยากรอดอยาดไม่โดนตีความก้ยัดเงืนมาสิ สบายๆ
กฎนี้ป้องกันภาวะเงินเฟ้อในระดับสากลได้คับ ขนาดมีกฎนี้แล้วนะ
ให้นึกสภาพว่า สิบกว่าปีก่อนแมนยูซื้อ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ในราคาเป็นสถิติโลกกองหลังตอนนั้น ประมาณ 10-20 ล้านปอนด์ (จำตัวเลขไม่เป้ะ แต่ประมาณนั้นแหละ) แล้วดูราคากองหลังสถิติโลกปัจจุบันนี้ (ก็ของแมนยูนี่แหละ แต่มากต่างกันเกือบ 4 เท่า)
หรือให้มองภาพว่า PSG ฉีกสัญญา Neymar ด้วยการใช้เงินจากเจ้าของสโมสรโดยตรงไปฉีกสัญญา แต่พวกเขาใช้วิธีหลบ FFP ด้วยการทำบัญชีว่าผ่อนส่งสองปี ปีละ 100 ล้านยูโร... หรืออย่าง Mpappe ที่ใช้วิธีหลบในสัญญาว่า ยืมตัวมาก่อน แล้วค่อยซื้ออีกทีในบัญชีปีถัดไป
ทีมที่ไม่ใหญ่ ก็ทุ่มซื้อได้แหละ ให้คิดภาพว่า ทุกวันนี้ทีมที่เพิ่งขึ้น พรีเมียร์ลีค ปีนี้แท้ๆ อย่าง นอริช กับ แอสตันวิลล่า ทุ่มซื้อหมดไปเกือบร้อยล้าน ทั้งที่เพิ่งเลื่อนชั้น แท้ๆ นะเนี่ย
ทั้งหมดคือเรื่องที่บัญชีของทีมจะต้องบริหารตัวเลขให้ได้... ทั้งจากการคาดการณ์ หรือการกูแบงค์มาใช้ก่อนก็มี หรือเจ้าของ สโมสรทุ่ม
แต่ต้องไม่ทุ่มจนเกินงบอย่างชัดเจนเกินไป อย่างต่อเนื่อง ให้นึกภาพว่า PSG หลังจาก Neymar กับ Mpappe ก็ระวังตัวกันสุดฤทธิ์เลยนะ...
กฎก็คือกฎ แม้จะมีช่องว่างมันก็คือกฎ แต่มันไม่มีไว้ยัดตังค์หรอก