มีคนยิ้มร่า!เรือหงายหลังเจอจุดโทษน. 80 พ่ายนิว 2-1 อดจี้หงส์
ได้ยินเสียงเฮแว่วๆมาจากเมอร์ซี่ย์ไซด์เมื่อแซร์จิโอ อเกวโร่ใช้เวลาแค่ 24 วินาทีในการยิงให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ออกนำแต่หลังจากนั้นหาประตูเพิ่มไม่พบ กลายเป็นเปิดช่องให้นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดทวงประตูคืนก่อนที่แมตต์ ริทชี่สังหารจุดโทษนาที 80 ส่งเรือใบสีฟ้าพลิกพ่ายต่อสาลิกาดง 2-1 อดไล่จี้ลิเวอร์พูลยังตาม 4 แต้มตามเดิม
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด
Starting Formation: 5-4-1
30.
คริสเตียน อัตซู

87'
6.5
17.
อโยเซ เปเรซ

90+1'
6.5
ตัวสำรอง
15.
เคเนดี้

87'
6
19.
ฆาเบียร์ มานกีโญ่

90+1'
6
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก
สนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ค
วันที่ 29 มกราคม 2562
กรรมการ พอล เทียร์นี่ย์
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด
2
1
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
1-1 รอนดอน 66'
2-1 ริทชี่ 80' (Pen.)
นิวคาสเซิ่ลสลับตัวจากเอฟเอ คัพนัดก่อนถึง 7 ตำแหน่ง ให้นักเตะอย่างเช่นอโยเซ่, อัตซู, รอนดอนและลาสเซลส์กลับมาเป็นตัวจริง
ส่วนแมนฯ ซิตี้สลับให้ลาปอร์ตลงตัวจริงในแผงหลัง ขณะที่แดนกลางก็ให้โอกาสซิลบาออกสตาร์ทและกองหน้าเลือกใช้อเกวโร่
แค่ 24 วิฯ!ซิลบาโหม่งให้กุนยิงพาเรืออกนำอย่างไว
เพียงแค่ 24 วินาทีแมนฯ ซิตี้ก็ออกนำแล้วไวเหลือเกิน เมื่อสเตอร์ลิ่งมีโอกาสเปิดยาวลึกมาถึงเสาไกลในเขตโทษแล้วซิลบาวิ่งมาโหม่งตัดหน้าดูบราฟก้า กลายเป็นบอลย้อนมาหาอเกวโร่ยิงเข้าไป แมนฯ ซิตี้ออกนำแล้ว 1-0
นิวขอตอบโต้อโยเซ่แซะบอลมาได้ยิงเองหลุดเสาสอง
นิวคาสเซิ่ลหาโอกาสได้บ้างหลังซิลบาโหม่งมาให้ดานิโล่แต่เจออโยเซ่ไล่มาแซะแย่งบอลไปได้ ก่อนที่อโยเซ่จะตามไปยิงหน้าเขตโทษส่งบอลหลุดออกเสาไกล
เดอ บรอยน์เปิดฟรีคิกไวให้กุนยิงเข้าแต่เปาไม่ให้
ซิตี้ส่งบอลเข้าประตูไปแล้วแต่ไม่ได้ลูกที่สอง หลังได้ฟรีคิกแล้วเดอ บรอยน์เปิดไวเข้าเขตโทษให้อเกวโณ่โฉบมายิงเข้าประตูไปแต่กรรมการไม่ให้ ก่อนที่จะมาแจกใบเหลืองเดอ บรอยน์
สาลิกาบุกมาใหม่อัตซูยิงแฉลบข้ามคาน
นิวคาสเซิ่ลโต้กลับมาได้จบด้วยหลังทิ้งบอลมาให้อโยเซ่พาขึ้นมาทางริมเส้นขวา ก่อนจะครอสเข้าไปตรงกลางให้รอนดอนจับบอลเด้งเข้าทางอัตซูเลยสับไกทันทีก่อนจะแฉลบข้ามคาน
ฟรีคิกสาลิกาเปิดมาโดนโหม่งก่อนเยดลินยิงหลุดกรอบ
นิวคาสเซิ่ลได้ฟรีคิกแล้วริทชี่เปิดเข้าไปลุ้นในเขตโทษแต่ถูกเคลียร์ทิ้ง บอลเข้าทางเยดลินตัดสินใจยิงจากนอกกรอบแต่ก็พุ่งหลุดกรอบ
เรือมาใหม่กุนยิงหน้าเขตโทษง่ายไปเข้าซองดูบราฟก้า
แมนฯ ซิตี้ลองบุกมาใหม่หลังเดอ บรอยน์หนีเอาตัวรอดมาได้ตามด้วยฝากให้อเกวโร่ข้างหน้าแต่งเข้าขวาแล้วยิงจากหน้าเขตโทษแต่ก็เข้าซองดูบราฟก้า
ไม่สอง!ซิลบาก้มโหม่งแต่โดนเคลียร์ทิ้งหน้าประตู
กอนหมดครึ่งแรกแมนฯ ซิตี้บุกมาเกือบเอาประตูที่สองได้ จากที่ให้ดานิโล่เติมขึ้นมาถึงสุดเส้นหลังทางซ้ายก่อนเปิดเข้ามาเสาสองแล้วบอลโดนโหม่งแฉลบ เข้าทางซิลบาพยายามก้มโหม่งแต่ก็ยังถูกชาร์เคลียร์ทิ้งออกมา
ซาเน่เปิดมาน่ากลัวแต่สเตอร์ลิ่งชาร์จไม่ทัน
แมนฯ ซิตี้เปิดฉากลุยต่อในครึ่งหลังเข้าทำเกือบเปลี่ยนเป็นประตูสองได้แล้ว เมื่อซาเน่ได้ครอสจากซ้ายเข้ามาหน้าประตูแต่บอลผ่านไปหมดสเตอร์ลิ่งตัวไกลสุดชาร์จไม่โดน
เรือลุยต่อซิลบาได้สับไกโดนปัดทิ้ง
แมนฯ ซิตี้ขึ้นมาขึงจนหาจังหวะลุ้นกันได้อีกหนหลังเดอ บรอยน์ทางขวาได้บอลมาตัดสินใจเปิดเรียดเข้าไปในเขตโทษ บอลมาถึงซิลบาจับแล้วได้โอกาสซัดเน้นๆแต่ดูบราฟก้าปัดทิ้งมาก่อน
เรืองานงอก!รอนดอนวอลเล่ย์พาสาลิกาตามเจ๊า
แต่แล้วสาลิกาก็เอาประตูตีเสมอสำเร็จ เมื่อริทชี่ทางซ้ายเปิดเข้ามาทีแรกโดนโหม่งออกมาก่อนแต่หน้าเขตโทษเฮย์เด้นโหม่งย้ำกลับมาในเขตโทษ ก่อนที่รอนดอนจะวอลเล่ย์ส่งบอลกระดอนพื้นผ่านเอแดร์ซอนเข้าไป นิวคาสเซิ่ลตามตีเสมอ 1-1
เรืออยู่ไม่สุขเอาเชซุสลงมาแก้แนวรุก
ซิตี้อยู่เฉยๆไม่ได้แล้วตัดสินใจเอาเชซุสที่ฟอร์มกำลังดีช่วงนี้ลงสนามมาเติมแดนหน้า แล้วถอดเอาซาเน่ออกไป
เรือเปิดฟรีคิกให้ดานิโล่นอกกรอบยิงติดพวกเดียวกันเอง
แมนฯ ซิตี้ได้ฟรีคิกทางริมเส้นขวาแล้วเลือกเล่นลูกสูตร แบร์นาร์โด้เปิดย้อนมาให้ดานิโล่หน้าเขตโทษยิงอัดเข้ามาแต่ติดบล็อกพวกเดียวกันเองแถมกลายเป็นล้ำหน้าด้วย
สาลิกาได้จุดโทษ!ริทชี่สังหารพาทีมแซงนำเฉย
ไปๆมาๆกลายเป็นนิวคาสเซิ่ลได้จุดโทษเข้าให้ เมื่อแฟร์นานดินโญ่รับบอลมาตรงเส้นเขตโทษแล้วโดนบีบพยายามพลิกหลบแต่ลองสตาฟฟ์มาแย่งบอลไปได้แล้วโดนชนล้มไปด้วยกรรมการเป่าเลย ริทชี่รับหน้าที่สังหารให้แล้วไม่มีพลาดส่งสาลิกาแซงนำ 2-1
เรือเหลือเวลาไม่เยอะกุนยิงก็ไปติดบล็อกอีก
แมนฯ ซิตี้พยายามอย่างหนักเพื่อประตูีตเสมอแต่ยังไม่ได้หลังโยนเตะมุมมาโดนสกัดแต่ยังไม่พ้นอันตราย บอลเข้าทางอเกวโร่พยายามยิงอัดติดบล็อกบอลมาอยู่กับแฟร์นานดินโญ่แต่สุดท้ายเจอจับล้ำหน้า
จบเกมแมนฯ ซิตี้พลิกพ่ายต่อนิวคาสเซิ่ล 2-1 หยุดชัยชนะรวดเอาไว้ที่ 8 นัดและพลาดโอกาสจี้ก้นลิเวอร์พูลตามหลัง 4 คะแนนตามเดิม
ส่วนนิวคาสเซิ่ลเกมนี้สำคัญเพราะทำให้พวกเขาขยับห่างจากโซนตกชั้นเพิ่มเป็น 5 คะแนนแล้ว
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
Starting Formation: 4-3-3
3.
ดานิโล่

83'
6
17.
เควิน เดอ บรอยน์

65'
7.5
19.
เลรอย ซาเน่

73'
6.5
ตัวสำรอง
8.
อิลคาย กุนโดกาน

83'
6.5
33.
กาเบรียล เชซุส

73'
6
20.
แบร์นานโด ซิลวา

65'
6
แก้ไขล่าสุดโดย hugball เมื่อ Wed Jan 30, 2019 06:56, ทั้งหมด 9 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ