ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status: HA HA HA
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 28 Dec 2017
ตอบ: 1111
ที่อยู่: ss
โพสเมื่อ: Sun Aug 19, 2018 18:06
คุณภาพ แอปฟังเพลง Apple Music , Spotify , JOOX
สอบถามครับ ระหว่างสามแอปนี้ ตัวไหนให้คุณภาพเสียงดีที่สุด (ใช้หูฟังไอโฟน) พอดีตอนนี้ใช้ Spotify รายเดือน 129 บาทอยู่ แต่ไม่รู้คิดไปเองมั้ยว่า Apple Music คุณภาพเสียงดีกว่า ในราคา 129 บาทเท่ากัน เรื่องฐานข้อมูลเพลง ส่วนตัวฟังแต่เพลงสากลยุคเก่าๆ กับพวก ร็อค เมทัลไรงี้
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
ดาวเตะลา ลีกา
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2018
ตอบ: 1124
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Aug 19, 2018 18:08
Top Comment [RE: คุณภาพ แอปฟังเพลง Apple Music , Spotify , JOOX]
ออฟไลน์
ซุปตาร์ฟุตบอลโลก
Status: Give
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Feb 2017
ตอบ: 11227
ที่อยู่: Chiangmai
โพสเมื่อ: Sun Aug 19, 2018 18:52
Top Comment [RE: คุณภาพ แอปฟังเพลง Apple Music , Spotify , JOOX]
Apple Music ดีกว่า ใน"หู"ผม
sportily 320 kb/s ยังเป็นแบบบีบอัด โดยฟอร์แมทเป็น MP3
Apple Music ใช้ โค๊ดตนเองเรียกว่า AAC (คือ ระบบบีบอัดของ apple เอง) รันที่ 256 kb/s
ห้ามดูที่ตัวเลข kp/s นะครับ มันคนละ ฟอร์แมทกัน
Mp3 คือฟอร์แมทแบบดิจิตอลรุ่นแรกๆ พอฟังได้ เอาขนาดเล็กที่สุดเท่าที่รายละเอียดพอมีฟังเพราะ
AAC โค๊ดที่แอปเปิ้ลผลิตเองเพื่อ สตรีมโดยเฉพาะ และไม่ปล่อยโค๊ดให้ชาวบ้านใช้ด้วย
ถ้าเครื่องเล่นเป็น apple เช่น iPod มันจะมีตัวถอดรหัสของ AAC ที่แม่นยำและให้เสียงที่ดี
iphone 5 ขึ้นไปจะมีคุณภาพเสียงใกล้เคียง แต่ไม่เท่า iPod
เมื่อเป็นสมาชิก apple Music มันจะ ดววน์โหลดเพลงลงในเครื่องได้ แต่เอาไปเล่นกับเครื่องเล่นอื่นไม่ได้ ไฟล์นั้นคือ .M4a ข้อดีคือมันไม่ต้องสตรีมตามความเร็วเนท แต่มันมาเต็มดอกของ AAC ที่มันมีมาให้
เพลงที่ถูกดาวน์โหลดมาจาก apple Music จะเล่นในแอคเคาน์ apple ID ที่สมัครได้ 5 เครื่องที่ออโทไรส์ ไว้เท่านั้น

ลองนึกตามนี้ดูรับ

LOSSY Audio

Lossy Audio คือไฟล์ที่มีการบีบอัดแล้วเสียข้อมูลไปบ้าง ยิ่งบีบอัดให้จำนวน Bitrate น้อยลงเท่าไหร่ คุณภาพเสียงก็จะลดทอนลงไปเท่านั้น เสียงเพลงจากที่ได้ยินรายละเอียดครบถ้วนก็อาจจะลดน้อยถอยลงไปตามลำดับครับ กลุ่มนี้จะค่อนข้างพบเห็นได้ทั่วไป ได้แก่ ไฟล์ประเภท MP3, AAC, OGG, WMA เป็นต้น

ไฟล์ MP3: ไฟล์เสียงที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน ชนิดที่ว่าไม่มีใครไม่รู้จักไฟล์นี้ MP3 เป็นไฟล์ที่ถูกบีบอัดข้อมูลทำให้ไฟล์ประเภทนี้มีขนาดเล็กลงมาก ลดลงประมาณ 10 เท่าเมื่อเทียบกับไฟล์ wave อีกทั้งยังให้คุณภาพเสียงที่ดีและรองรับได้หลายอุปกรณ์อีกด้วย ปัจจุบันมีการพัฒนาขึ้นมาเป็น .mp4 ซึ่งมีขนาดเล็กลงอีก แต่ได้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้น โดยยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก

ไฟล์ WMA: ย่อมาจาก Windows Media Audio เป็นไฟล์เฉพาะของทางไมโครซอฟต์ ถือเป็นคู่แข่งโดยตรงกับไฟล์ .mp3 เลยทีเดียว เนื่องจากมีคุณสมบัติใกล้เคียงกันแต่มีขนาดไฟล์ที่เล็กกว่านั่นเอง ทั้งนี้ .wma ยังรองรับการ Streaming ผ่านอินเทอร์เน็ตด้วย เนื่องจากขนาดไฟล์เล็ก ทำให้ผู้ใช้บริการโหลดค่อนข้างไว ถือว่าได้รับความนิยมในมุมของการเล่นเพลงผ่านอินเทอร์เน็ตพอสมควร

ไฟล์ AAC: ถูกพัฒนามาจากไฟล์ประเภท MPEG-2 ซึ่งจุดเด่นของ .aac จะมีขนาดไฟล์ที่เล็กมาก อีกทั้งยังได้คุณภาพที่ดีสูงกว่า .mp3 อีกด้วย รองรับอัตราการเล่นไฟล์ที่สูงถึง 576 Kbps นอกจากนี้ยังสามารถแยกเสียงได้ถึงระบบ Dolby Digital 5.1 ด้วยเช่นกัน

ไฟล์ OGG: รูปแบบไฟล์เสียงใหม่ล่าสุด ย่อมาจาก Ogg Vorbis ที่ใช้เทคโนโลยีการบีบอัดไฟล์แบบใหม่ มีขนาดเล็กกว่า .mp3 แต่ให้คุณภาพเสียงที่ดีมาก รองรับ Steaming ผ่านอินเทอร์เน็ต อีกด้วย สามารถเข้ารหัสเสียงได้ตั้งแต่แบบ Mono, Stereo ไปจนถึง ระบบ 5.1 Surround Sound

........
LOSSLESS Audio

สำหรับ Lossless Audio แปลตามตรงก็หมายถึง ไฟล์ที่ปราศจากการสูญเสียนั่นเอง ซึ่งจุดเด่นของไฟล์ประเภทนี้อยู่ที่คุณภาพของเสียงที่ค่อนข้างทัดเทียมกับแผ่น CD เลยก็ว่าได้ จะสังเกตได้ว่าขนาดของไฟล์ค่อนข้างใหญ่ กลุ่มนี้จะตามหากันยากหน่อย แต่หากพบไฟล์นามสกุลจำพวกนี้รับรองได้ในระดับหนึ่งเลยว่าเป็น Lossless แน่นอน ได้แก่ FLAC, M4A, Wav, Cda, THM, Aiff, APE, TTA, WavPack เป็นต้น

ไฟล์ FLAC: ย่อมาจาก Free Lossless Audio Codec เป็นรูปแบบการบันทึกเสียงชนิดหนึ่ง ที่ถือได้ว่าเป็นมาตรฐานการบีบอัดข้อมูล แบบไม่สูญเสียของไฟล์เสียงดิจิตอล โดยขั้นตอนวิธีของไฟล์ FLAC จะสามารถประหยัดพื้นที่ขึ้น 50-60% ของไฟล์ต้นฉบับ แต่ถ้าหากเปรียบเทียบในกับไฟล์ประเภท LOSSY Audio จะพบว่า FLAC ที่เป็น LOSSLESS จะมีขนาดใหญ่กว่ามาก เช่นจากเดิมไฟล์ขนาด 5mb อาจเพิ่มเป็น 10mb ก็เป็นได้ครับ

ไฟล์ M4A: พัฒนามาจาก AAC เดิม ซึ่งผู้ผลิต .m4a คือบริษัท Apple นั่นเอง หลายๆคนที่เคยใช้ iTune จะคุ้นเคยกันดีกับไฟล์ประเภทนี้ เมื่อเทียบกับ .aac เดิมจะพบว่าคุณภาพการบีบอัดของ .m4a จะมีประสิทธิภาพมากกว่า อีกทั้งยังรองรับ Tagging Standard ซึ่งสามารถเก็บได้ทั้งชื่อเพลงและอัลบั้ม (สังเกตได้จากไฟล์ที่โหลดจาก iTune เป็นต้น โดยความสามารถนี้ไฟล์ .aac จะไม่รองรับ ถือเป็นอีกจุดเดนที่ Apple ได้พัฒนาขึ้นมาใช้เลยทีเดียว

ไฟล์ Wav: ถือเป็นไฟล์ Lossless ที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุด สังเกตได้จากไฟล์ที่มีนามสกุล .wav จัดเป็นไฟล์เสียงมาตรฐานที่ใช้กับ Windows เป็นหลัก จุดเด่นของไฟล์ประเภทนี้ คือสามารถครอบคลุมความถี่เสียงได้ทั้งหมด ทำให้คุณภาพเสียงดีมากถึงมากที่สุด และยังให้เสียงในรูปแบบ Stereo ได้อีกด้วย แต่ข้อเสียคือไฟล์ .wav มีขนาดใหญ่ทำให้สิ้นเปลืองพื้นที่ในการเก็บข้อมูลมากเช่นกัน

ไฟล์ Cda: จริงๆแล้ว CDA ย่อมากจาก CD Audio เป็นไฟล์ที่อยู่ในแผ่น CD นั่นเอง ซึ่งถูกจัดเก็บในรูปแบบดิจิตอล เหมือนกับไฟล์ Wave แต่ถูกบรรจุไว้ในแผ่นซีดีเพลงด้วยรูปแบบพิเศษ มีขนาดไฟล์ค่อนข้างใหญ่ ถ้าลองซื้อแผ่นซีดีเพลงมาหนึ่งแผ่นจะพบว่ามีเพลงประมาณ 10-12 เพลง แต่เนื้อที่ซีดีถูกใช้จนเกือบหมด (500-800mb) แสดงให้เห็นว่าขนาดไฟล์ค่อนข้างใหญ่ ถูกบีบอัดชนิดที่ว่าไม่สูญเสียเลยก็ว่าได้ครับ แต่ข้อเสียคือไฟล์นี้จะถูกบรรจุในแผ่น CD ไม่สามารถนำลงเครื่องได้เหมือนไฟล์ทั่วๆไป ต้องใช้โปรแกรมพิเศษนั่นเองครับ



จริงๆมมันมี DSD ที่ร่วมกันผลิตโค๊ดนี้โดย โซนี่และฟิลลิฟท์ เอาไว้ว่างกว่านี้จะมาเล่าให้ฟัง
ออฟไลน์
ดาวเตะลา ลีกา
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2018
ตอบ: 1124
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Aug 19, 2018 18:08
[RE: คุณภาพ แอปฟังเพลง Apple Music , Spotify , JOOX]
ออนไลน์
โค้ช B-License
Status: Middle fingers up if you don't give a f**k
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Apr 2010
ตอบ: 44408
ที่อยู่: ข้าวเหนียวมะม่วงรสช็อคโกแลต
โพสเมื่อ: Sun Aug 19, 2018 18:15
[RE]คุณภาพ แอปฟังเพลง Apple Music , Spotify , JOOX
นอกเรื่องคือ Joox แอพโคตรบวมครับ

โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

SAVE OF THE CENTURY !!

ออฟไลน์
นักเตะอบจ.
Status: Manchester United
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Feb 2009
ตอบ: 2231
ที่อยู่: Old Trafford
โพสเมื่อ: Sun Aug 19, 2018 18:19
[RE: คุณภาพ แอปฟังเพลง Apple Music , Spotify , JOOX]
ผมชอบ JOOX ที่เพลงชัด และ ตั้งเวลาปิดได้ เพราะชอบเปิดเพลงทิ้งไว้ก่อนนอน

แต่ใช้ Spotify เพราะ ฟังผ่านแอปได้ทั้งใน iPhone และ Mac แต่ Joox ต้องฟังผ่านเว็ป

ส่วน Apple Music ยังไม่เคยลองเลย
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ง.
Status: (●´ω`●)
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 21 Mar 2007
ตอบ: 5605
ที่อยู่: Metal Galaxy
โพสเมื่อ: Sun Aug 19, 2018 18:23
[RE: คุณภาพ แอปฟังเพลง Apple Music , Spotify , JOOX]
ในสามตัวนี้ Spotify

ถ้าเอาเน้นคุณภาพสุดๆ ก็ tidal ไปเลยยยย
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
Manchester United - BNK48 - CGM48 - AKB48 - HKT48 - BABYMETAL
ออฟไลน์
ดาวเตะลา ลีกา
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 21 Oct 2007
ตอบ: 8067
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Aug 19, 2018 18:23
[RE: คุณภาพ แอปฟังเพลง Apple Music , Spotify , JOOX]
ถ้าจะฟัง JOOX ให้เท่ากับApple Music

ควรเลือก ไฟล์เสียงแบบ HQ ครับ



0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 4349
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Aug 19, 2018 18:31
[RE: คุณภาพ แอปฟังเพลง Apple Music , Spotify , JOOX]
Spotify เพลย์ลิสต์โคตรดี
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status: gas station
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 4289
ที่อยู่: ตามใจฉัน
โพสเมื่อ: Sun Aug 19, 2018 18:32
[RE: คุณภาพ แอปฟังเพลง Apple Music , Spotify , JOOX]
อยากหาตี้แชร์spotify มาก ชอบมากกว่า แอปเปิลมิวสิค
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
แขวนสตั๊ด
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 10 Nov 2008
ตอบ: 28177
ที่อยู่: กระป๋อง
โพสเมื่อ: Sun Aug 19, 2018 18:33
[RE: คุณภาพ แอปฟังเพลง Apple Music , Spotify , JOOX]
ถ้าพูดถึงแค่เรื่องคุณภาพเสียงผมให้ Joox ดีกว่า Spotify แฮะ

Apple Music ไม่เคยฟัง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
แข้งลีกเอิง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Jun 2007
ตอบ: 10509
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Aug 19, 2018 18:35
[RE]คุณภาพ แอปฟังเพลง Apple Music , Spotify , JOOX
Spotify สิครับ playlist โคตรแจ่ม อัพเดตบ่อยด้วย
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
#23
ดาวเตะลา ลีกา
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Jan 2014
ตอบ: 41288
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Aug 19, 2018 18:40
[RE: คุณภาพ แอปฟังเพลง Apple Music , Spotify , JOOX]
Spotify

ดีสุดก็ Tidal
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ซุปตาร์ฟุตบอลโลก
Status: Give
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Feb 2017
ตอบ: 11227
ที่อยู่: Chiangmai
โพสเมื่อ: Sun Aug 19, 2018 18:52
[RE: คุณภาพ แอปฟังเพลง Apple Music , Spotify , JOOX]
Apple Music ดีกว่า ใน"หู"ผม
sportily 320 kb/s ยังเป็นแบบบีบอัด โดยฟอร์แมทเป็น MP3
Apple Music ใช้ โค๊ดตนเองเรียกว่า AAC (คือ ระบบบีบอัดของ apple เอง) รันที่ 256 kb/s
ห้ามดูที่ตัวเลข kp/s นะครับ มันคนละ ฟอร์แมทกัน
Mp3 คือฟอร์แมทแบบดิจิตอลรุ่นแรกๆ พอฟังได้ เอาขนาดเล็กที่สุดเท่าที่รายละเอียดพอมีฟังเพราะ
AAC โค๊ดที่แอปเปิ้ลผลิตเองเพื่อ สตรีมโดยเฉพาะ และไม่ปล่อยโค๊ดให้ชาวบ้านใช้ด้วย
ถ้าเครื่องเล่นเป็น apple เช่น iPod มันจะมีตัวถอดรหัสของ AAC ที่แม่นยำและให้เสียงที่ดี
iphone 5 ขึ้นไปจะมีคุณภาพเสียงใกล้เคียง แต่ไม่เท่า iPod
เมื่อเป็นสมาชิก apple Music มันจะ ดววน์โหลดเพลงลงในเครื่องได้ แต่เอาไปเล่นกับเครื่องเล่นอื่นไม่ได้ ไฟล์นั้นคือ .M4a ข้อดีคือมันไม่ต้องสตรีมตามความเร็วเนท แต่มันมาเต็มดอกของ AAC ที่มันมีมาให้
เพลงที่ถูกดาวน์โหลดมาจาก apple Music จะเล่นในแอคเคาน์ apple ID ที่สมัครได้ 5 เครื่องที่ออโทไรส์ ไว้เท่านั้น

ลองนึกตามนี้ดูรับ

LOSSY Audio

Lossy Audio คือไฟล์ที่มีการบีบอัดแล้วเสียข้อมูลไปบ้าง ยิ่งบีบอัดให้จำนวน Bitrate น้อยลงเท่าไหร่ คุณภาพเสียงก็จะลดทอนลงไปเท่านั้น เสียงเพลงจากที่ได้ยินรายละเอียดครบถ้วนก็อาจจะลดน้อยถอยลงไปตามลำดับครับ กลุ่มนี้จะค่อนข้างพบเห็นได้ทั่วไป ได้แก่ ไฟล์ประเภท MP3, AAC, OGG, WMA เป็นต้น

ไฟล์ MP3: ไฟล์เสียงที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน ชนิดที่ว่าไม่มีใครไม่รู้จักไฟล์นี้ MP3 เป็นไฟล์ที่ถูกบีบอัดข้อมูลทำให้ไฟล์ประเภทนี้มีขนาดเล็กลงมาก ลดลงประมาณ 10 เท่าเมื่อเทียบกับไฟล์ wave อีกทั้งยังให้คุณภาพเสียงที่ดีและรองรับได้หลายอุปกรณ์อีกด้วย ปัจจุบันมีการพัฒนาขึ้นมาเป็น .mp4 ซึ่งมีขนาดเล็กลงอีก แต่ได้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้น โดยยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก

ไฟล์ WMA: ย่อมาจาก Windows Media Audio เป็นไฟล์เฉพาะของทางไมโครซอฟต์ ถือเป็นคู่แข่งโดยตรงกับไฟล์ .mp3 เลยทีเดียว เนื่องจากมีคุณสมบัติใกล้เคียงกันแต่มีขนาดไฟล์ที่เล็กกว่านั่นเอง ทั้งนี้ .wma ยังรองรับการ Streaming ผ่านอินเทอร์เน็ตด้วย เนื่องจากขนาดไฟล์เล็ก ทำให้ผู้ใช้บริการโหลดค่อนข้างไว ถือว่าได้รับความนิยมในมุมของการเล่นเพลงผ่านอินเทอร์เน็ตพอสมควร

ไฟล์ AAC: ถูกพัฒนามาจากไฟล์ประเภท MPEG-2 ซึ่งจุดเด่นของ .aac จะมีขนาดไฟล์ที่เล็กมาก อีกทั้งยังได้คุณภาพที่ดีสูงกว่า .mp3 อีกด้วย รองรับอัตราการเล่นไฟล์ที่สูงถึง 576 Kbps นอกจากนี้ยังสามารถแยกเสียงได้ถึงระบบ Dolby Digital 5.1 ด้วยเช่นกัน

ไฟล์ OGG: รูปแบบไฟล์เสียงใหม่ล่าสุด ย่อมาจาก Ogg Vorbis ที่ใช้เทคโนโลยีการบีบอัดไฟล์แบบใหม่ มีขนาดเล็กกว่า .mp3 แต่ให้คุณภาพเสียงที่ดีมาก รองรับ Steaming ผ่านอินเทอร์เน็ต อีกด้วย สามารถเข้ารหัสเสียงได้ตั้งแต่แบบ Mono, Stereo ไปจนถึง ระบบ 5.1 Surround Sound

........
LOSSLESS Audio

สำหรับ Lossless Audio แปลตามตรงก็หมายถึง ไฟล์ที่ปราศจากการสูญเสียนั่นเอง ซึ่งจุดเด่นของไฟล์ประเภทนี้อยู่ที่คุณภาพของเสียงที่ค่อนข้างทัดเทียมกับแผ่น CD เลยก็ว่าได้ จะสังเกตได้ว่าขนาดของไฟล์ค่อนข้างใหญ่ กลุ่มนี้จะตามหากันยากหน่อย แต่หากพบไฟล์นามสกุลจำพวกนี้รับรองได้ในระดับหนึ่งเลยว่าเป็น Lossless แน่นอน ได้แก่ FLAC, M4A, Wav, Cda, THM, Aiff, APE, TTA, WavPack เป็นต้น

ไฟล์ FLAC: ย่อมาจาก Free Lossless Audio Codec เป็นรูปแบบการบันทึกเสียงชนิดหนึ่ง ที่ถือได้ว่าเป็นมาตรฐานการบีบอัดข้อมูล แบบไม่สูญเสียของไฟล์เสียงดิจิตอล โดยขั้นตอนวิธีของไฟล์ FLAC จะสามารถประหยัดพื้นที่ขึ้น 50-60% ของไฟล์ต้นฉบับ แต่ถ้าหากเปรียบเทียบในกับไฟล์ประเภท LOSSY Audio จะพบว่า FLAC ที่เป็น LOSSLESS จะมีขนาดใหญ่กว่ามาก เช่นจากเดิมไฟล์ขนาด 5mb อาจเพิ่มเป็น 10mb ก็เป็นได้ครับ

ไฟล์ M4A: พัฒนามาจาก AAC เดิม ซึ่งผู้ผลิต .m4a คือบริษัท Apple นั่นเอง หลายๆคนที่เคยใช้ iTune จะคุ้นเคยกันดีกับไฟล์ประเภทนี้ เมื่อเทียบกับ .aac เดิมจะพบว่าคุณภาพการบีบอัดของ .m4a จะมีประสิทธิภาพมากกว่า อีกทั้งยังรองรับ Tagging Standard ซึ่งสามารถเก็บได้ทั้งชื่อเพลงและอัลบั้ม (สังเกตได้จากไฟล์ที่โหลดจาก iTune เป็นต้น โดยความสามารถนี้ไฟล์ .aac จะไม่รองรับ ถือเป็นอีกจุดเดนที่ Apple ได้พัฒนาขึ้นมาใช้เลยทีเดียว

ไฟล์ Wav: ถือเป็นไฟล์ Lossless ที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุด สังเกตได้จากไฟล์ที่มีนามสกุล .wav จัดเป็นไฟล์เสียงมาตรฐานที่ใช้กับ Windows เป็นหลัก จุดเด่นของไฟล์ประเภทนี้ คือสามารถครอบคลุมความถี่เสียงได้ทั้งหมด ทำให้คุณภาพเสียงดีมากถึงมากที่สุด และยังให้เสียงในรูปแบบ Stereo ได้อีกด้วย แต่ข้อเสียคือไฟล์ .wav มีขนาดใหญ่ทำให้สิ้นเปลืองพื้นที่ในการเก็บข้อมูลมากเช่นกัน

ไฟล์ Cda: จริงๆแล้ว CDA ย่อมากจาก CD Audio เป็นไฟล์ที่อยู่ในแผ่น CD นั่นเอง ซึ่งถูกจัดเก็บในรูปแบบดิจิตอล เหมือนกับไฟล์ Wave แต่ถูกบรรจุไว้ในแผ่นซีดีเพลงด้วยรูปแบบพิเศษ มีขนาดไฟล์ค่อนข้างใหญ่ ถ้าลองซื้อแผ่นซีดีเพลงมาหนึ่งแผ่นจะพบว่ามีเพลงประมาณ 10-12 เพลง แต่เนื้อที่ซีดีถูกใช้จนเกือบหมด (500-800mb) แสดงให้เห็นว่าขนาดไฟล์ค่อนข้างใหญ่ ถูกบีบอัดชนิดที่ว่าไม่สูญเสียเลยก็ว่าได้ครับ แต่ข้อเสียคือไฟล์นี้จะถูกบรรจุในแผ่น CD ไม่สามารถนำลงเครื่องได้เหมือนไฟล์ทั่วๆไป ต้องใช้โปรแกรมพิเศษนั่นเองครับ



จริงๆมมันมี DSD ที่ร่วมกันผลิตโค๊ดนี้โดย โซนี่และฟิลลิฟท์ เอาไว้ว่างกว่านี้จะมาเล่าให้ฟัง
ออฟไลน์
: P
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 02 Mar 2011
ตอบ: 3083
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Aug 19, 2018 19:26
[RE: คุณภาพ แอปฟังเพลง Apple Music , Spotify , JOOX]
ส่วนตัวใช้มาหมด ชอบ Apple Music
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
แขวนสตั๊ด
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Jul 2010
ตอบ: 40454
ที่อยู่: DD จงเจริ้ญ!!!
โพสเมื่อ: Sun Aug 19, 2018 19:46
[RE]คุณภาพ แอปฟังเพลง Apple Music , Spotify , JOOX
Apple music ดีกว่า spotify ครับ นั่งฟังเทียบเพลงเดียวกันเมื่อกี้เลย

Joox ไม่เคยใช้
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 3255
ที่อยู่: Old Trafford - Theatre of Dreams
โพสเมื่อ: Sun Aug 19, 2018 20:26
ถูกแบนแล้ว
[RE: คุณภาพ แอปฟังเพลง Apple Music , Spotify , JOOX]
ใช้มาหมดแล้วครับ ในตัวเลือกนี้ตัด joox ออกไปก่อนเลย

Apple music ผมว่าเสียงมันดีกว่า spotify นะ

แต่ชอบ Spotify ตรง playlists มันเนี่ยแหละ

0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel