ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
อบรมขอไลเซนส์
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Dec 2013
ตอบ: 43254
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Aug 12, 2018 19:46
ป่วยเป็นโรคตอนยังเล็ก โดนเหยียดจากคนในชาติเพราะต่างสีผิว แม่ที่ทำให้เขามีทุกวันนี้


“มาริโอ บาร์วูอาห์” มีพ่อแม่แท้ๆเป็นชาวกาน่าโดยกำเนิด คุณพ่อชื่อโธมัสและแม่ชื่อโรส มีพี่น้องร่วมท้อง 3 คน นามสกุลของตระกูลนี้คือ"บาร์วูอาห์"
ครอบครัวของเขาอพยพ มาจากประเทศกาน่า เข้ามาในเมืองปาแลร์โม่ ประเทศอิตาลี และได้ให้กำเนิด"มาริโอ"หลังจากนั้นได้ไม่นานโธมัสและโรส รวมลูกๆอีก 4 คน อบิกาอิล , เอนอชห์, อังเกลและมาริโอ ได้ย้ายจากปาแลร์โม่ไปยัง บากโนโล เมลล่า จังหวัดเบรสชาที่อยู่ทางตอนเหนือของอิตาลี

ครอบครัวของมาริโอ มีฐานะยากจน คุณพ่อโธมัสเป็นกรรมกรในโรงงานเหล็กย่านเบรสชา ครั้งหนึ่งพ่อของมาริโอ บอกว่า มาริโอเกิดมาพร้อมกับโรคร้ายที่ลำไส้ เขามีปัญหาที่ลำไส้และอาการของเขาเลวร้ายและรุนแรงมาก เขาจำเป็นต้องผ่าตัดตั้งแต่อายุเพียงแค่ 2 ขวบเท่านั้น ก่อนการผ่าตัดลำไส้ คุณหมอกังวลว่าเขาอาจจะไม่รอด แต่ทว่าหลังการผ่าตัดสิ้นสุด มาริโอ มีอาการดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ

หลังจากนั้นมาริโอ เข้า-ออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องสุขภาพบวกกับอุปสรรคสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวบาร์วูอาห์ ที่มีฐานะยากจน อดมื้อกินมื้อ และต้องใช้ชีวิตกันอย่างแออัดคับแคบ อยู่ในย่านแฟลตเอื้ออาทร ร่วมกับครอบครัวชาวแอฟริกันรายอื่นๆ ทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่นที่จะต้องตัดสินใจขอความช่วยเหลือไปที่ศูนย์นักสังคมสงเคราะห์ ซึ่งนักสังคมสงเคราะห์ ได้แนะนำให้ครอบครัวบาร์วูอาห์ ส่งตัวมาริโอ ไปให้ฟรานเชสโก้และซิลวิโอ ตระกูล "บาโลเตลลี่" ที่เป็นชาวอิตาเลี่ยน พร้อมอาสารับเลี้ยงเป็นพ่อแม่บุญธรรมให้กับเด็กชายมาริโอ ที่มีอายุในตอนนั้นเพียงแค่ 3 ขวบเท่านั้น !




#จุดแตกหัก
เวลาค่อยๆผ่านไปเรื่อยๆ จนเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ มาริโอ เปลี่ยนนามสกุลจาก "บาร์วูอาห์" เป็น "บาโลเตลลี่" และถือเป็นจุดกำเนิดนามสกุลใหม่ที่แฟนบอลทั่วโลกรู้จักกันในนาม "มาริโอ บาโลเตลลี่" อย่างถาวร โดยเรื่องนี้คุณพ่อโธมัสพ่อแท้ๆ ของมาริโอ ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า
"พวกเราไม่รู้อะไรเลย จนกระทั่งเห็นข่าว ผมยังคิดว่าเขาใช้นามสกุลของเราอยู่เลยด้วยซ้ำ"
อย่างไรก็ตามมาริโอ ได้อออกมาพูดตอบโต้พ่อแม่แท้ๆของเขาเช่นกัน
"ถ้าผมไม่กลายเป็น มาริโอ บาโลเตลลี่ ในวันนี้ นายและนางบาร์วูอาห์ คงไม่แคร์อะไรเกี่ยวกับตัวผมหรอก" คำพูดนี้มันเจ็บจิ๊ด...ไปถึงหัวอกผู้เป็นพ่อและแม่แท้ๆซะจริงๆ




"ผมได้รับการเลี้ยงดูโดยครอบครัวบาโลเตลลี่ ซึ่งไม่มีใครถามถึงครอบครัว"บาร์วูอาห์"เลยสักคน แต่ตอนนี้พวกเขากลับออกมาให้สัมภาษณ์พร้อมทำหน้าเศร้าๆ และถือรูปผมในชุดอินเตอร์ มิลาน ทำไมเขาไม่เคยร้องขอให้ศาลเอาตัวผมกลับไปตั้งแต่ผมหายจากอาการป่วย เขาทิ้งผมไป พ่อแม่บุญธรรมของผมเคยพาผมไปหาพวกเขา แต่พวกเขากลับไม่เคยมาหาผมเลย พอมาวันนี้ผมกลายเป็นผู้เล่นเซเรีย อา พวกเขาจึงต้องการให้ผมกลับไป"

"ผมผิดหวังกับมาริโอ มากๆ เขาเชื่อว่าพวกเราทิ้งเขา และยังหาว่าพวกเราต้องการต้องการเงินจากเขา นั่นเป็นสิ่งที่ ครอบครัว บาโลเตลลี่ พยายามกรอกใส่หัวเขาทุกๆวัน ซึ่งผมบอกได้เลยว่าผมคงไม่มีปัญญาบินไปดูฟอร์มของบาโลเตลลี่ หรือแม้กระทั่งซื้อตั๋วแพงๆเข้าไปดูลูกชายผมเล่นหรอกนะ ลูกชายของผมไม่เหมือนเด็กชายที่น่ารักคนเดิมที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอีกต่อไป" คุณพ่อโธมัสกล่าวด้วยอาการผิดหวัง

ตอนแรกเราไม่มั่นใจ สุดท้ายเราตัดสินใจแล้วว่า มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมาริโอ เขาพามาริโอ มาหาเราอยู่บ่อยๆ เราเห็นเขาทุกสัปดาห์ แต่แล้วใครจะคิด ยิ่งนานวันความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลบาโลเตลลี่และมาริโอผูกพันธ์กันมากขึ้น เราพยายามอย่างยิ่งในการนำตัวมาริโอ กลับมาสู่อ้อมกอดเราอีกครั้ง แต่ทุกครั้งที่พยายาม ครอบครัวบาโลเตลลี่ จะขยายเวลาเลี้ยงดูเขาออกไปเรื่อยๆ ซึ่งผมเป็นแค่คนงานจนๆ และไม่มีปัญญาไปจ้างทนาย มาต่อสู้ในศาลหรอกนะ จนเวลาล่วงเลยไปกว่า 10 ปี มาริโอ โตขึ้น เขากลายเป็นคนเย็นชา ซึ่งผิดกับเมื่อก่อนที่เขาจะมาหาเราอยู่บ่อยๆ โดยคุณพ่อโธมัสเชื่อว่า เป็นเพราะครอบครัว "บาโลเตลลี" ที่ทำให้เขาเป็นเช่นนั้น เขาปลูกฝังความคิด, ทัศนคติต่างๆ จนทำให้ บาโลเตลลี่ มีความคิดในแง่ลบกับครอบครัวบาร์วูอาห์ สุดท้ายดูเหมือนว่าการนำตัวมาริโอ กลับมาสู่ครอบครัว "บาร์วูอาห์" มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆอีกต่อไป




#อิตาลีในฝัน
ในช่วงระหว่างที่บาโลเตลลี่ อายุ 15-17 ปี เขามีโอกาสติดทีมเยาวชนทีมชาติอิตาลีด้วยซ้ำ แต่เขาไม่สามารถลงเล่นได้เนื่องจากยังไม่ได้พาสปอร์ตสัญชาติอิตาเลี่ยน ด้วยพรสวรรค์เและฝีเท้าเกินเด็ก บาโลเตลลี่ ในวัย 17 ปี ไปเตะตา Claude Le Roy โค้ชเยาวชนทีมชาติกาน่า U17 ได้เรียกเขาติดทีม แต่บาโลเตลลี่กลับปฎิเสธทีมชาติกาน่าแบบหน้าตาเฉย

“ผมต้องการรับสัญชาติอิตาเลี่ยนเพื่อเล่นให้กับทีมชาติอิตาลี”
วันที่ 12 สิงหาคม ปี 2008 บาโลเตลลี่ มีอายุครบ 18 ปี เขาได้สัญชาติอิตาลีสมใจ และเขาได้ปฏิเสธ"มิโรสลาฟ ราเยวัช" โค้ชทีมชาติกาน่าชุดใหญ่ในเวลานั้น แม้ว่าทางกาน่าจะพยายามนำตัวเขามาเล่นให้ได้ก็ตาม โดยบาโลเตลลี่ได้พูดกับสื่อมวลชนในวันแรกที่ได้เป็นคนอิตาลี

"ผมรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าการเปิดตัวนัดแรกในเซเรีย อา อีก ของขวัญวันเกิดที่สุดวิเศษคือผมได้เป็นคนอิตาเลี่ยน ผมรู้สึกถึงความเป็นอิตาลี และผมจะลงเล่นให้กับทีมชาติอิตาลีไปตลอด"
หลังจากนั้นไม่นาน "ปิแอร์ลุยจิ กาซิรากี้" โค้ชอิตาลีชุด U 21 เรียกติดธงด้วยวัย 18 ปี ทันที และเป็นสัญญาณที่ดีในเวลาต่อมา เมื่อเซซาเร่ ปรันเดลลี่ มารับหน้าที่ต่อจาก"มาร์เซลโล่ ลิปปี้" ที่พาทีมอัซซูรี่ตกรอบแรกในฟุตบอลโลก 2010 โดยปรันเดลลี่ กล้าที่จะเรียกศูนย์หน้าผิวสีขึ้นสู่ทีมชาติชุดใหญ่ด้วยวัยเพียงแค่ 19 ปี ทั้งๆที่มีกระแสเรื่องของการเหยียดเชื้อชาติรวมไปถึงนิสัยที่เกรียนมากของตัวบาโลเตลลี่เอง

"บาโลเตลลี่ คือนักเตะพรสวรรค์อันสุดยอด ผมต้องการที่จะร่วมงานกับผู้เล่นแบบเขา เมื่อเขามีปัญหาขอให้เขารู้ไว้เลยว่าผมจะอยู่กับเขา เพื่อจะรับฟังและช่วยเหลือเขาเสมอ ผมเชื่อมั่นว่า เราทั้งคู่จะช่วยกันเปลี่ยนมุมมองที่ไม่ดีต่อ บาโลเตลลี่ ได้อย่างแน่นอน" ปรันเดลลี่ กล่าวแบบมั่นใจ




#โดนเหยียดผิวตั้งแต่เด็กยันโต
และช่วงเวลาแห่งการเหยียดผิวก็เริ่มขึ้นตั้งแต่บัดนี้ หลังจากที่บาโลเตลลี่ได้ติดทีมชาติชุดใญ่ครั้งแรก ก็มีกระแสในเรื่องของการเยียดผิวของชาวอิตาเลี่ยนมาตลอด

"ผมเป็นคนสัญชาติอิตาลี แต่ผมมาจากกาน่า ผมถูกทอดทิ้งจากพ่อแม่ของผมตั้งแต่ยังเด็ก ก่อนที่จะมีเทวดาและนางฟ้ามารับผมไปเลี้ยง ผมต้องเจ็บปวดกับการโดนเหยียดเชื้อชาติทุกๆวัน ผมคือนักเตะผิวสีที่ได้สวมเสื้อทีมชาติอิตาลี ผมไม่ได้รู้สึกโกรธ แต่ประสบการณ์ในชีวิตทำให้ผมต้องแสดงออกแตกต่างจากคนทั่วไป เพราะฉะนั้น คุณควรพยายามที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับตัวผมก่อนจะวิจารณ์ผม ผมรู้สึกถึงความเป็นอิตาเลี่ยน ผมรักอิตาลี และผมจะเล่นให้กับทีมชาติอิตาลีเท่านั้น" บาโลเตลลี่ออกมาจวกพวกเหยียดผิว
จนถึงปัจจุบันบาโลเตลลี่พึ่งกลับมาติดทีมชาติอิตาลีอีกครั้งภายใต้การคุมทีมของ"โรแบร์โต้ มันชินี่"หลังจากห่างหายจากทีมชาติไปร่วม 4 ปี แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมคือการโดนแฟนๆเหยียดผิวเหมือนเคย จนทำให้เขาเหมือนเป็นทูตแห่งการต่อสู้กับพวกเหยียดเชื้อชาติและยังเป็นแรงบันดาลใจจากเด็กทวีปแอฟริกาจำนวนมาก โดยบาโลเตลลี่ให้สัมภาษณ์ล่าสุดถึงเรื่องนี้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2018 ว่า

“ถ้าผมตัวขาวเหมือนพวกเขามันจะไม่มีปัญหากับผม ผมได้รับจดหมายจากเด็กๆเยอะมาก เขาบอกว่าผมเป็นตัวอย่างจากการไม่ยอมแพ้เรื่องเชื้อชาติ มันแย่มากเลยนะที่ผมโดนดูถูกเรื่องเชื้อชาติมาตลอด 18 ปี”

“โอกาสเปิดกว้างมากขึ้น หลังจากที่ผมได้รับสัญชาติอิตาลี แต่สุดท้ายผมก็ยังได้รับการปฏิบัติเหมือนเดิม”
ผมจะเล่าเหตุการณ์ในวัยเด็กให้ฟัง

“สมัยผมเด็กตอนเรียนหนังสือ คุณคิดดู ขนมบนโต๊ะหาย คุณครูเดินดิ่งมาที่ผมโดยไม่มีการตรวจสอบใดๆทั้งสิ้น”
และมีอีกเหตุการณ์ เป็นเหตุการณ์ที่ผมไม่เคยลืม เพราะมันทำน้ำตาผมใหล...

“วันนั้นผมนั่งทำการบ้านและผมรู้ว่า ถ้าหากผมทำการบ้านเสร็จ คุณแม่จะปล่อยให้ผมออกไปเตะบอล ผมจึงรีบทำจนมันเสร็จ จากนั้นผมจึงออกไปเตะบอลกับเพื่อน”
มาริโอ : "Hi ! พวกเราจะเล่นกันหรือเปล่า ?
เพื่อนๆ : ไม่ !!
มาริโอ : อ้าว .. ทำไมหละ แต่ฉันทำการบ้าน...
ผมพูดยังไม่ทำจะจบ พวกนั้นตอบมาว่า... ไม่ได้ !!! เราไม่ให้นายเล่นหรอกเพราะนายมันเป็นคนดำ

“ใช่ !! ผมเป็นคนดำ ก็เลยแปลกในสายตาพวกเขา แต่แรกผมคิดมาตลอดว่าที่ผมไม่ติดทีมเขาเป็นเพราะผมเล่นไม่ดีหรือเปล่า ? ​ ผมมานั่งคิดทบทวน หลายปีผ่านไปผมถึงได้มารู้ความจริง ผมคิดว่าเขาไม่ต้องการผมมากกว่า"












"แม่" ผู้อยู่เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ของซุปเปอร์มาริโอ

...

"มีแค่โชเซ่ มูรินโญ่ เท่านั้นที่เคยทำให้เขาร้องไห้ต่อหน้าผู้คนได้ วันนี้เขาร้องไห้อีกครั้ง แต่เป็นหยาดน้ำตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุข" ซิลเวีย คุณแม่ของมาริโอ บาโลเตลลี่เล่าถึงช่วงเวลาที่เกรียนโอ้ทำคนเดียว 2 ประตูใส่เยอรมันในรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลยูโร ปี 2012

"ผมเฝ้ารอช่วงเวลาแบบนี้มานานเหลือเกิน ผมต้องการทำให้แม่ของผมมีรอยยิ้มและมีความสุขกับผลงานในทีมชาติของผม

ผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ นี่เป็นค่ำคืนที่สวยงามมากค่ำคืนนึงในชีวิตของผมเลย" ดาวยิงเจ้าของฉายา 'อะไรก็กู' กล่าวกับสื่อหลังเป็นฮีโร่ในคืนนั้น



"ฉันจำได้ถึงช่วงที่เขาติดทีมชาติใหม่ๆ มีแต่เสียงคัดค้านและหยามหยันเขา 'อิตาเลียนแท้ไม่มีคนผิวสี' มันเป็นการเหยียดที่รุนแรงมาก

การได้เห็นเขากลายมาเป็นตัวความหวังและพิสูจน์ตัวเองได้สำเร็จ ทำให้ฉันภาคภูมิใจในตัวเขามาก"

ซิลเวีย บาโลเตลลี่ ผู้ซึ่งคอยสนับสนุนและให้กำลังใจลูกชายคนนี้อยู่ตลอด คุณแม่บุญธรรมผู้มอบสายเลือดอิตาเลียนให้เค้า แม้ต้นกำเนิดจะไม่ใช่ก็ตาม

ซุปเปอร์ซิลเวีย ผู้ยิ่งใหญ่กว่าซุปเปอร์มาริโอ ตลอดกาล





สุดท้ายนี้ก็ขออวยพรวันเกิดโอ้นะ วันนี้วันคล้ายครบรอบวันเกิดเจ้าตัว อายุครบ 28 ปี ซึ่งเกิดตรงกับวันแม่ของประเทศไทยเลย ถึงจะเกรียนยังไง แต่เจ้าตัวก็เป็นคนดีนะ เงินเดือนบางส่วนก็ช่วยบริจาคช่วยเหลือผู้อื่น ถ้าไม่มีแม่ที่รับเลี้ยงโอ้ในวันนั้นอาจจะไม่มีโอ้ในวันนี้ที่คอยนำเงินที่ตัวเองมีไปช่วยคนอื่น โอ้คงต้องลำบากชีวิตกับตัวเองต่อไป



Spoil
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Mar 2010
ตอบ: 18390
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Aug 12, 2018 20:02
ถูกแบนแล้ว
[RE: ป่วยเป็นโรคตอนยังเล็ก โดนเหยียดจากคนในชาติเพราะต่างสีผิว แม่ที่ทำให้เขามีทุกวันนี้]


นานจนลืม ว่ามันเคยอยู่ลิเวอร์พลูด้วยนะเนี่ย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status: อาเซม่อน มินิคุกกี้
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2017
ตอบ: 1261
ที่อยู่: พรหมแดนไทย-มาเลเซีย
โพสเมื่อ: Sun Aug 12, 2018 20:06
[RE: ป่วยเป็นโรคตอนยังเล็ก โดนเหยียดจากคนในชาติเพราะต่างสีผิว แม่ที่ทำให้เขามีทุกวันนี้]
ช็อตล็อคคอในตำนาน

6
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 30 Oct 2014
ตอบ: 8911
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Aug 12, 2018 20:23
ถูกแบนแล้ว
[RE: ป่วยเป็นโรคตอนยังเล็ก โดนเหยียดจากคนในชาติเพราะต่างสีผิว แม่ที่ทำให้เขามีทุกวันนี้]
BungSoap พิมพ์ว่า:
ช็อตล็อคคอในตำนาน

 

เฮียแกคงแบบ ไอหนุ่ม ไม่เอาๆ ปล่อยมันไป
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวเตะลา ลีกา
Status: in klopp we trust
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 03 Oct 2010
ตอบ: 9846
ที่อยู่: แอนฟิลด์
โพสเมื่อ: Sun Aug 12, 2018 20:24
[RE: ป่วยเป็นโรคตอนยังเล็ก โดนเหยียดจากคนในชาติเพราะต่างสีผิว แม่ที่ทำให้เขามีทุกวันนี้]
น่าเห็นใจนะ เรื่องโดนเหยียดสีผิว มันยิ่งอ่อนไหวอยู่ด้วย

ตอนอยู่มิลานที่ร้องไห้



0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


THE END OF THE F***ING WORLD
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 19 Jan 2015
ตอบ: 1103
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Aug 12, 2018 20:57
ถูกแบนแล้ว
ป่วยเป็นโรคตอนยังเล็ก โดนเหยียดจากคนในชาติเพราะต่างสีผิว แม่ที่ทำให้เขามีทุกวันนี้
หลังๆมาเริ่มจะไม่ค่อยเด่นเลยคนนี้ หรือเป็นเพราะเลิกเกรียนแลเว
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 Sep 2013
ตอบ: 3658
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Aug 12, 2018 21:05
ถูกแบนแล้ว
ป่วยเป็นโรคตอนยังเล็ก โดนเหยียดจากคนในชาติเพราะต่างสีผิว แม่ที่ทำให้เขามีทุกวันนี้
เลิกเกรียนแล้วตั้งใจเล่นบอลไปไกลนะเสียดายอาจจะช้าไปแล้วแทบจะหยุดพัฒนา อุสาหวังไว้คนกอบกู้ อิตาลีเล่นดีตบปากพวกเหยียบแล้วพูดคนพูดแบบโอซิลใส่พวกแม้ง
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวเตะพรีเมียร์ลีก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 28 May 2010
ตอบ: 19776
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Aug 12, 2018 21:23
[RE: ป่วยเป็นโรคตอนยังเล็ก โดนเหยียดจากคนในชาติเพราะต่างสีผิว แม่ที่ทำให้เขามีทุกวันนี้]
กลับไปช่วยพ่อแม่ที่ใก้กำเนิดบ้างก็ดี ถึงเค้าจะทิ้ง แต่เพราะอยากให้ลูกไม่ลำบาก
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ผู้ช่วยแมวมอง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 15 Oct 2009
ตอบ: 84235
ที่อยู่: Juventus Stadium
โพสเมื่อ: Sun Aug 12, 2018 21:34
[RE: ป่วยเป็นโรคตอนยังเล็ก โดนเหยียดจากคนในชาติเพราะต่างสีผิว แม่ที่ทำให้เขามีทุกวันนี้]
กลับมาเปรี้ยงให้ได้
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 1 ใบ
เข้าร่วม: 10 Jan 2011
ตอบ: 14255
ที่อยู่: CNX
โพสเมื่อ: Sun Aug 12, 2018 21:40
ถูกแบนแล้ว
[RE: ป่วยเป็นโรคตอนยังเล็ก โดนเหยียดจากคนในชาติเพราะต่างสีผิว แม่ที่ทำให้เขามีทุกวันนี้]
proeng พิมพ์ว่า:
กลับไปช่วยพ่อแม่ที่ใก้กำเนิดบ้างก็ดี ถึงเค้าจะทิ้ง แต่เพราะอยากให้ลูกไม่ลำบาก  


ประเด็นคือเขาแทบไม่ผูกพันธ์ ถ้าไม่มีสิ่งนั้น คงยาก เพราะตอนเด็กเขาคงคิดว่าพ่อแม่ทิ้งเขา

0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel