"โมโหหิว" สัญชาตญาณในการอยู่รอด

เรา
"โมโหหิว" เพราะเป็นสัญชาตญาณในการอยู่รอด
สืบเนื่องจากหลาย ๆ คนได้พบเจอเหตุการณ์โมโหหิว ที่ทำให้คนน่ารักและใจเย็นในบางคน กลับกลายเป็นร่างปีศาจ อารมณ์แปรปรวน รุนแรง ระงับตัณหาตัวเองไม่ได้ และมีโอกาสที่จะก่อเหตุให้ผิดใจกันจนเกิดเรื่องราวบานปลาย นักวิชาการหลาย ๆ ท่านได้ทำการค้นคว้าสาเหตุของการโมโหหิว ซึ่งทางนักวิชาการหลาย ๆ ท่าน ต่างก็สรุปแตกต่างกัน ซึ่ง จขม. ได้รวบรวมมาให้ดังนี้ครับ
ไซมอน อ็อกเซนแฮม (Simon Oxenham) นักเขียนผลงานแนววิทยาศาสตร์จากเว็บไซต์ New Scientist เชื่อว่า
สาเหตุหลักที่ทำให้อารมณ์ของเราแปรปรวนยามรู้สึกหิวเป็นผลมาจากระดับน้ำตาลในเลือดที่ลดต่ำลง จนทำให้ขาดสมาธิในการทำงานและแสดงท่าทีหงุดหงิดใส่คนรอบตัว โดยเมื่อท้องว่างจนถึงช่วงที่ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ร่างกายของคุณจะปล่อยฮอร์โมนที่ส่งผลกับความเครียดอย่างคอร์ติซอล (cortisol) และอะดรีนาลีน (adrenaline) ออกมา (ชื่อทางเคมีเรียกรวมว่า ‘นูโรเปปไทด์ วาย’ – neuropeptide Y) อารมณ์ของคุณก็จะแปรปรวน
แครธริน ทรงพัฒนะโยธิน ผู้เขียนหนังสือ Genius ทางอารมณ์ และผู้เชี่ยวชาญด้าน Cognitive and Decision Sciences แสดงความคิดเห็นกรณีพฤติกรรมการหิวส่งผลต่ออารมณ์ว่า
“ความหิวส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนความเครียด หรือที่เรียกว่า ‘คอร์ติซอล’ ได้จริง เพราะอาการหิวเป็นสัญชาตญาณที่เกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของมนุษย์อย่างหนึ่ง ซึ่งสัญชาตญาณใดก็ตามที่เกี่ยวกับการอยู่รอดของมนุษย์จะส่งผลทางอารมณ์ที่รุนแรงทั้งหมด “ส่วนพฤติกรรมการแสดงออกของอาการโมโหส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมที่หล่อหลอมเราในช่วงวัยเด็ก บางคนต่อให้โมโหก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องแสดงอาการหงุดหงิดกับคนอื่น เนื่องจากการเลี้ยงดูและปัจจัยแวดล้อมที่ต่างกัน”
Luca Passamonti ผู้วิจัยจากศูนย์ Cognition and Brain Sciences Unit มหาวิทยาลัย Cambridge ผู้เชื่อว่าระดับซีโรโทนิน (serotonin) มีส่วนในการควบคุมการแสดงออกทางอารมณ์ โดยระบุว่าหากระดับซีโรโทนินในสมองต่ำลง อาจทำให้สมองควบคุมการตอบสนองต่ออารมณ์โกรธหรือหงุดหงิดได้ยากขึ้น ซึ่งจากการทดลองในอาสาสมัครจำนวน 30 คน ทำการลดอาหาร เพื่อทำให้ระดับซีโรโทนินในสมองลดต่ำลง ทีมวิจัยแบ่งการทดลองออกเป็นสองช่วง ช่วงแรกจะดูผลจากการที่ซีโรโทนินลดต่ำลง โดยอาสาสมัครจะได้รับชุดอาหารเสริมกรดอะมิโนรวมที่ไม่มีส่วนประกอบของกรดอะมิโนทริปโตฟาน (tryptophan:กรดอะมิโนชนิดหนึ่งซึ่งเป็นหน่วยย่อยของสารสื่อประสาทซีโรโทนิน) ส่วนอีกช่วงหนึ่งเป็นช่วงทดลองหลอก โดยอาสาสมัคร จะได้รับชุดกรดอะมิโนรวมเช่นเดิมแต่คราวนี้มีส่วนผสมของทริปโตฟาน
ระหว่างการทดลอง ทีมวิจัยได้ทำการสแกนสมองอาสาสมัครไปด้วย โดยใช้เครื่องสแกนสมองหรือ functional magnetic resonance imaging (fMRI) ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้สำหรับสแกนสมองและวัดการเปลี่ยนแปลงของกระแสเลือดที่ไหลเวียนเข้าสู่สมอง เทคโนโลยีนี้สามารถบอกได้ว่าสมองเปลี่ยนแปลงการทำงานไปอย่างไรบ้างเมื่อเรา กำลังคิด หรือมองอะไรบางอย่าง หรือทำกิจกรรมบางชนิดเช่น พูดหรืออ่าน
ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ระดับซีโรโทนินในสมองที่ต่ำลง มีผลทำให้สมองบางบริเวณทำงานช้าลง เมื่อเปรียบเทียบกับขณะที่ซีโรโทนินในสมองมีระดับปกติ ส่วนของสมองบริเวณที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยส่วนอะมิกดาลา (amygdala) ซึ่งอยู่ในระบบลิมบิก (limbic) ทำหน้าที่ย้ายข้อมูลด้านอารมณ์ และสมองบริเวณพูหน้า (frontal lobe) ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว การออกเสียง ความคิด ความจำ สติปัญญา บุคลิก ความรู้สึกและพื้นอารมณ์
จขม. ไม่เคยมีโมเมนต์โมโหหิวครับ เพราะมีขนมติดตัวกินตลอด แค่อยากให้ทุกคน "ระงับ" อารมณ์ ถ้าต้องมาเสียคน ทำไรผิดพลาดไปเพราะโมโหหิว ผมว่ามันไม่คุ้มกันเลย
ตัวอย่างข่าว ของคนที่พลาดพลั้งมือ เพราะโมโหหิวครับ
ที่มา
ภาพเครือง fMRI