รีวิวงานจับมือ BNK48 @ไบเทค บางนา 3 มิถุนายน 2561
อารัมภบท รีวิวนี้อาจมาช้าเพราะติดงานและการเรียบเรียงเนื้อหา เป็นการแบ่งปันประสบการณ์ของยูสขาจรรายหนึ่งนะครับ
สวัสดีประชาคม SoccerSuck ที่เข้ามาอ่านทุกท่าน กระทู้นี้จะมาเล่าประสบการณ์จากการเข้าร่วมอีเวนท์ 3rd Single Shonichi ของไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปมหานิยมแห่งสยามประเทศ BNK48 ซึ่งถือเป็น “ครั้งแรก” ของอีเวนท์นี้ ด้วยบัตรที่มีเพียง 4 ใบตามอัตภาพ
ก่อนไปผมก็เตรียมทั้งขนม ลูกอม ยาดม ยาแก้ท้องอืด อุปกรณ์ดับกลิ่นกาย และที่ขาดไม่ได้ “บัตรจับมือ” ทั้งสี่ใบ รวมทั้งชวนเพื่อนมัธยมที่อยู่จังหวัดติดกันมา โดยแบ่งบัตรให้ 1 ใบเป็นสินน้ำใจ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะเขาเป็นแฟนคลับ “ตาหวาน” ด้วย แพลนตอนแรกก่ะว่าจะออกไปตอนคืนวันเสาร์เพื่อไปอยู่รอหน้างานยาวไปยาวปายยย
แต่แล้วคืนวันศุกร์เพื่อนแชทมาบอกว่าอาจารย์นัดคุยงาน 
ผมรอคำตอบยืนยันจนถึงเที่ยงคืน เมื่อเพื่อนไปไม่ได้ ผมก็เสนอให้น้องที่ทำงานซึ่งบ้านอยู่แถวๆไบเทคพอดี เผื่อจะได้มาจับเฌอปราง แต่ก็มาไม่ได้ สุดท้ายก็เลยมี 4 ใบกับการวางแพลนขั้นสุดท้าย
วันนั้นตื่นสายมากทีเดียว

จากเดิมตีห้ากว่า กลายเป็นว่าออกเดินทางตอน 8 โมงกว่า แต่เหมือนชิลไปนะ ทั้งที่รู้ว่าป่านนี้คงมีคนรอเยอะมากเหมือนวันก่อนหน้า ทั้งที่รู้ว่าอาจมีรอบเดือนสิงหาคมอีก แต่ก็จะใช้ให้หมดเลย แต่รถเมล์ที่นั่งก็ไปถึงบีทีเอสตอนเก้าโมง นั่งต่อไปลงบางนา และก็เดินเข้างานอย่างคนบ้านนอกสำหรับอีเวนท์นี้
ตอนที่ไปถึงก็ราว 9.40 สิ่งที่เห็นคือผู้คนจำนวนไม่น้อย ทั้งโอตะ แฟนคลับหลากวัย ผู้ประกอบการเคลื่อนที่ ต่างชุมนุมวีรชนกันเป็นหย่อมๆ ผมยังเดินหาทางเข้าไปเรื่อย ถามสต๊าฟด้วย ก็มาเจอหางแถว เดินตามกันไปสิ เลนผมตรวจกันแบบง่ายๆ
เมื่อเข้าสู่พื้นที่ของงานแล้ว ก็เริ่มเดินหาเลนตามสคริปต์ทันที โดยคนแรกที่เลือกด้วยโควตาของเพื่อนเดิมคือ “
จ๋า” ซึ่งมาในชุดน่ารักสมวัยแต่จำได้ขึ้นใจคือใส่แว่น ผมเข้าไปบอกว่าชอบจากคลิปหาเสียง ชอบที่สุดใน 10 คนเลย เธอดีใจมาก และบอกว่าข้าวเหนียวตอนนั้นก็อร่อยนะ... (หมดเวลาครับ) ตอนจะไปเธอยังทิ้งท้ายประมาณว่า รักกันไปนานๆนะค้าาาาา ^ * ^
ใบที่สองตัดสินใจเลือก “
เมษา” ที่เลือกส่วนหน่งเพราะเด็ก มธ. เหมือนกัน บวกกับแรงผลัก “ตัน” จากทีมงานคุณภาพที่คุณก็รู้ว่าใครท่านหนึ่งที่ไม่ได้ชื่อหนึ่งหรอก ถึงคิวปุ๊ปผมก็พูดประมาณว่าปีหนึ่งคงเรียนหนักมาก ยังไงก็สู้ไว้นะ ขอให้ได้งานเยอะๆ เมษาก็พูดกลับไปว่า ตอนนี้กำลังจะขึ้นปีสอง...(หมดเวลาครับ)

เธอพูดเก่งเป็นกันเองดี ถ้ามีอีกสักใบสองใบคงได้คุยต่อเนื่องได้กว่านี้
รอบหนึ่งยังเหลืออีกนานโข แต่คนที่ผมจะจับดันอยู่ในย่านนั้นหมดเลย แต่โชคดีที่ทุกคนที่ผมเลือกไว้แถวไม่ยาวเป็นขด ผมเลยเข้าเลนคนแรกที่ตกผมได้คือ “
น้ำหนึ่ง” เธอมาในชุดไทยพื้นเมืองที่สวมเข้ากันกับหน้าตาตามแบบฉบับนางเอกละครหลังข่าวของประเทศไทย

ผมพูดห้ำกำลังใจว่าอีกนิดเดียวใกล้จบแล้ว สู้ๆนะ ทั้งเรื่องเรียนและเรื่องงาน พอพูดถึงมหาลัยเธอถามกลับว่าจบนานยัง ผมบอกระยะหนึ่งแล้วครับ (หมดเวลาครับ) เดินออกมานี่อย่างฟินเลย
เพียงรอบเดียวจับไปแล้วถึงสามคน ผมเลยแว่บออกไปเข้าคิวรอซื้อสินค้าคือ โฟโต้เซ็ตเต็มโควตา (มาเพื่อสิ่งนี้เลย) พอแกะออกมาทั้ง 6 ซองก็นับว่าดีอยู่นะ แต่ก็ยังขาดอีกไม่กี่คนที่อยากได้ ก็เลยเข้าไปโซนเทรด เดินดูแบบคนไม่รู้อะไร ขอแค่มีรูปที่อยากได้ก็พอ ผมเอาอรสองใบและซัทจังหนึ่งใบไปแลกเมษา, จ๋า และน้ำใส คือค่าอาจจะไม่เท่ากัน แต่เพราะผมยังไม่มีนี่แหละ ซึ่งต้องขอบคุณทุกท่านที่ยินดีให้เทรด (จริงๆคือเอาของดีๆให้เขาไป แต่ผมไม่ซีเรียส เพราะอรผมมีใบหนึ่ง อยากเก็บไว้สักใบ) โดยเฉพาะตอนที่เอาซัทจังไปเทรดกับน้ำใส แล้วพี่ผู้ชายก็เอาซัทจังไปเทรดกับน้องผู้ชายสองคน(จำไม่ได้ว่าเอาใครมาเทรด) ดูน้องเขาดีใจมากกก เดินไปเรื่อยๆก็ได้รูปน้ำหอมชุดคริสต์มาสอีกสองใบ 100 บาท กับคนขายที่พูดภาษาเหนือเหมือนกัน (คนนี้ถ้ายังไม่แกรดซะก่อนก็อยากจะจับ เคยดู IG story ตอนนางไปเชียร์เอฟซี โคเปนเฮเก้นข้างสนามด้วย) สุดท้ายก็เดินไปลองถามเทรดไป แต่ก็เข้าใจได้ว่าคงได้เท่านี้แหละ ดังนั้น จิ๊บ, เปี่ยม และมิโอริ (ที่ซ้ำจากโฟโต้เซ็ต) จึงยังอยู่กับผมต่อไป

(

)
กลับเข้าสู่ลานจับมือกับใบสุดท้าย รอบสามโมง ผมจึงต่อแถวขดของ "
ปูเป้" สาวเชียงราย ซึ่งผมก็พูดๆเหมือนเดิม เป็นภาษาเหนือ ประมาณชอบความน่ารัก ขอให้ประสบความสำเร็จในการเรียนและงาน เธอตอบกลับคำเดียว “สาธุ” จำได้ขึ้นใจเลย (เธอคงงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับ 8 วิที่ผ่านมา

)
พอออกมาก็เป็นอันเสร็จสิ้น...ผมเดินต่อแถวเพื่อลองดื่มน้ำที่ราคาแพงมากพอกับสตาร์บัคที่ดื่มวันนั้นเลย ไหนก็หิวๆด้วยเลยซื้อข้าวปั้นปลาแซลมอน ซึ่งรสชาติและราคาก็สมผลดี ส่วนน้ำก็ผมให้ผ่าน ดูดครั้งแรกนี่เปรี้ยวมากกกก แต่ก็ดูดจนหมดแก้ว ไม่สร้างความลำบากแก่ผู้ทำความสะอาดและพนักงานขาย

เปิดที่รองแก้วก็ได้ “เจน” เอาวะ เอาก็ได้

เมื่อได้เวลาที่สมควรแล้วจึงออกจากงานตอนสี่โมงครึ่ง
บทสรุปจากการเข้าร่วมอีเวนท์จับมือ BNK ในครั้งนี้
1.ควรเตรียมให้พร้อมเสมอ แม้สุดท้ายอาจจะไม่ได้ใช้มันเลยก็ตาม แต่ที่ขาดไม่ได้เลยคือบัตรจับมืออย่างน้อย 1 ใบ และทุนทรัพย์ติดตัว (จะให้ดีตอนกลับต้องมีเหลือด้วยนะ)
2. แม้จะเป็นการลุยเดี่ยว แต่คราวนี้เป็นงานสเกลใหญ่ ที่ไม่ต้องกลัวและเกร็งกับผู้คนรอบกายเพราะคงมีคนแบบผมอีกมาก แถมต้องบริหารจัดการทั้งรอบเมมและเวลาพูดอันจำกัด
3.
ตอนที่จับมือทั้งสี่คนกลับไม่ได้รู้สึกว่าตัวเอง “กำลังหรือถูกจับ” กับสมาชิกทั้งสี่เลย เพราะตอนเริ่มก็ไหว้ จากนั้นก็พูดๆๆตามที่คิดได้สดๆเท่าที่เวลาจะอำนวยด้วยความรวดเร็ว มีมองตาบ้างเล็กน้อย ส่วนใหญ่ก้มหน้าไม่ค่อยมองกันเท่าไหร่ และก็จากลาบ๊ายบายกันแบบงงๆ ซึ่งสิ่งนี้เป็นมาตั้งแต่ตอนที่จับมือน้องไหมกับน้องหลิวในงานจับมือแมวเมื่อเดือนมีนาคม แม้ตอนนั้นจะมีเวลาถึงสิบกว่าวินิดหน่อยก็ตาม แต่ครั้งนั้นเป็นวงขนาดเล็ก คนก็ไม่มาก แถมผมไม่รู้จักใครสักคนเลย ตอนจับก็ไม่ได้สนเลยว่ารอบๆเขาโฟกัสหรืออะไรตอนที่ผมจับมือน้องเขาบ้างรึเปล่า
4. บรรยากาศในภาพรวมถือว่าดี ทั้งฝ่ายจัดงาน และผู้เข้าร่วมงานที่หลากหลายวัย ดูค่อนข้างสบายไม่แออัดมากนัก อาจเป็นเพราะมีรอบสิงหาด้วยหรือเปล่า
5.
ถ้าประเมินตัวเองสำหรับอีเวนท์นี้ ให้ 8.8 เต็ม 10 หักตรงเวลาคุยที่น้อยไปนี่แหละ เข้าใจแล้วว่าทำไมบางคนถึงยอมซื้อซีดีกันเป็นสิบๆแผ่น เพราะอย่างน้อยวนไปมาสัก 2-3 รอบเพื่อให้พอในการทำความรู้จักกับเมมจนอาจนำไปสู่การเป็นโอชิและคามิโอชิในภายภาคหน้าต่อไป
สุดท้ายนี้
แม้ว่าผมจะเพิ่งมีโอกาสได้เข้าร่วมอีเวนท์ของ BNK ครั้งแรก แต่ก็ได้รับประสบการณ์ที่ดีและประทับใจ ทั้งความน่ารักและกำลังใจจากสมาชิกที่เข้าไปจับมือด้วย (แม้จะสอบตกเรื่องการสื่อสารแบบเผชิญหน้า) อีกทั้งได้รูปสมาชิกตามที่ตัวเองต้องการ (แม้จะมีส่วนน้อยที่ไปเทรดได้ในภายหลัง) คือผมเน้นซื้อมาเพื่อสะสมเก็บไว้ คนหนึ่งอย่างน้อย 1 ใบก็ยังดี สัญญาว่าอีเวนท์หน้าของ BNK ถ้าโอกาสอำนวยจะกลับมาอีกอย่างแน่นอน
ขอบคุณทุกท่านสำหรับการรับชมครับ
ปล. ที่ไปงาน BNK เพราะอยากไปสัมผัสบรรยากาศของวงระดับประเทศ รวมทั้งไปเจอสมาชิกแบบใกล้ชิด จริงๆไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปที่ผมชอบคือ Siamese Kittenz เพราะอะไรก็ยังบอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่ทั้งเพลงและตัวตนของวงนั้น ทำให้ผมได้เห็นความเป็นไปตลอดสี่ปีของวง ถึงตอนนี้จะมีวงเกิดใหม่ที่กำลังเดินเครื่องก็ตาม ผมก็จะคอยเป็นกำลังใจให้เสมอเพื่อสนับสนุนน้องๆเรื่อยไปเท่าที่จะทำได้ อยากเห็นน้องๆไปถึงฝั่งฝันอย่างที่ตั้งใจไว้ ไม่ว่าจะในฐานะวงหรือตัวน้องเองก็ตาม