ผู้ตั้ง
ข้อความ
เข้าร่วม: 11 Feb 2017
ตอบ: 2083
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue May 16, 2017 5:37 pm
Empress Michiko สามัญชนคนแรกที่ได้เป็นจักรพรรดินีแห่งประเทศญี่ปุ่น


ล่าสุดหลายท่านอาจจะได้เห็นข่าวที่คิงและควีนของญี่ปุ่นทรงเดินทางมาประเทศไทยเพื่อมาเคารพพระศพในหลวงของพวกเรา
จึงอยากขอนำเสนอประวัติของควีนของญี่ปุ่น คือ Empress Michiko ท่านมีประวัติที่น่าสนใจเนื่องจากเป็นสามัญชนคนแรกที่ได้เป็นจักรพรรดินีแห่งประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้หญิงที่เรียบร้อย อ่อนหวาน แต่สง่า มีความรอบรู้ด้านวรรณคดี และสมัยสาวๆ บอกเลยว่าท่านสวยหวานมาก

ดูจากภาพได้ สวยละมุนตา สวยunique สวยหวานมาก ดูเรียบร้อยอ่อนหวานมากๆ







ในประวัติศาสตร์ของราชวงศ์อิมพิเรียล สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ทรงถือเป็นสตรีสามัญชนคนแรกที่อภิเษกสมรสกับพระบรมวงศานุวงศ์ญี่ปุ่น ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.1959 โดยขณะนั้น องค์จักรพรรดิของญี่ปุ่นยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นมกุฎราชกุมาร และเมื่อเจ้าฟ้าชายอากิฮิโตะ เข้าพระราชพิธีราชาภิเษกขึ้นเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 12 พ.ย.1990 “เจ้าหญิงมิชิโกะ” จึงทรงได้รับการสถาปนาเป็น “สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ”





สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 20 ต.ค.1934 ณ กรุงโตเกียว มีพระนามเดิมว่า “มิชิโกะ โชดะ” เป็นธิดาของ “ฮิเดะซะบุโร และฟุมิโกะ โชดะ” บิดาเป็นประธานบริษัทนิชชิน ซึ่งเป็นตระกูลอภิมหาเศรษฐีของญี่ปุ่น
ถามว่าครอบครัวนี้รวยแค่ไหน ก็แค่ "by 1955 topped $93 million, making it the most successful company within its industry in Asia at that time. "
โดยควีนมิชิโกะนั้นมีพระญาติฝั่งพ่อแม่ของตนหลายคนที่เป็นนักธุรกิจดังและนักวิชาการชื่อดังของญี่ปุ่น
ทรงจบการศึกษาด้านวรรณคดีด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1

มีคนพูดถึงเธอว่าเป็น "a gracious woman with a direct gaze, a kindly manner and a refined style. She is very down to earth"



ทรงพบรักกับสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ(ตอนนั้นยังเป้นฟ้าชาย) ที่แก่กว่าพระองค์ราว 2-3 ปี ตอนพระองค์อายุราว 25-26 ที่คอร์ทเทนนิส โดยทั้งสองพระองค์โปรดการเล่นเทนนิสมาก





แม้สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ จะทรงเติบโตมาในครอบครัวนักธุรกิจที่มีฐานะมั่งคั่ง และทรงมีการศึกษาสูง ร่ำเรียนจบปริญญาตรี ด้านวรรณคดีอังกฤษ จากมหาวิทยายาลัยคาทอลิกชื่อดังในกรุงโตเกียวและศึกษาต่อคอร์สสั้นๆที่มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด กับออกซ์ฟอร์ดแต่ด้วยความที่เป็นหญิงสามัญชนไม่มีเชื้อสายเจ้า ในช่วงแรกๆ จึงมีกระแสต่อต้านจากข้าราชสำนักหัวเก่าที่ทรงอิทธิพลในวังหลวงและมีข่าวลืออย่างกว้างขวางว่า พระราชมารดาของเจ้าฟ้าชายอากิฮิโตะ คือ สมเด็จพระจักรพรรดินีโคจุง ไม่โปรดพระสุณิสาองค์นี้และทรงเป็นตัวตั้งตัวตีในการต่อต้านการหมั้นหมายของพระราชโอรสมาตลอดเพราะคาดหวังอยากได้พระสุณิสาที่มาจากเชื้อพระวงศ์ด้วยกันสร้างแรงกดดันมหาศาลให้ “มิชิโกะ” ต่อเนื่องหลายสิบปี

นอกจากนี้ยังทรงประสบภาวะโศกเศร้าอย่างหนักหลังแท้งบุตรในปี 1963
จนครั้งหนึ่งเธอเคยคิดอยากจะมีผ้าหลุมล่องหน เพื่อจะได้หนีออกจากเขตของราชวัง ไปเดินเล่นตามร้านหนังสือที่ชอบในกรุงโตเกียวได้ตามใจชอบ(เว็บไซต์http://factsanddetails.com/japan/cat16/sub111/item2880.html บอกว่า she has fantasized about having a coat of invisibility that would allow her to escape from the confines of the Imperial Palace and go to an area Tokyo famous for its bookstores and enjoy herself.)





แต่หลังอภิเษกสมรสได้เพียงปีเดียว “เจ้าหญิงมิชิโกะ” ก็ทรงสร้างความเบิกบานใจและนำพาความสุขความสมหวังมาสู่ประชาชนชาวญี่ปุ่น
ด้วยการให้กำเนิดพระราชโอรสองค์แรกคือ “เจ้าฟ้าชายนารุฮิโตะ” มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น จากนั้นอีก 5 ปี “เจ้าฟ้าชายอากิชิโน”จึงลืมตาดูโลก และตามมาด้วย “เจ้าหญิงโนริ” พระราชธิดาองค์เล็ก
โดยควีนมิชิโกะทรงตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยตัวเองเลย





อย่างไรก็ดี ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป คู่รักของราชวงศ์เบญจมาศ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนและรัฐบาลญี่ปุ่นอย่างท่วมท้น ในยุคนั้น “มิชิโกะ” ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการปรับปรุงภาพลักษณ์ราชวงศ์ญี่ปุ่นให้ทันสมัยขึ้นและมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น จนมีการขนานนามให้เป็นยุคของ “มิชิโกะ บูม”





สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะได้ทรงแสดงบทบาทอย่างมีนัยสำคัญ ในฐานะผู้ทรงแบ่งเบาพระราชภารกิจจากพระราชสวามีทรงตามเสด็จฯสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะเสด็จฯออกปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่อยู่เสมอ ขณะเดียวกัน ก็ไม่ละทิ้งงานอดิเรกที่โปรดปราน ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือเด็ก และบทกลอนต่างๆไว้มากมายหลายเล่ม





จากการให้สัมภาษณ์กับสื่ออังกฤษในปี 2007 ควีนมิชิโกะกล่าวว่า "After I married I experienced difficulties in my new life every day amid many demands and expectations. I never expressed it in terms of the word “pressure. I just felt sad and sorry for not living up to people's expectations and demands...I feel the same way even now. (อ่านแล้วแอบเศร้าโหวงๆ ชอบกล) คือท่านทรงบอกว่า หลังแต่งงาน ได้เผชิญกับความยากลำบากอย่างมาก มีแต่คนเรียกร้องและคาดหวังสิ่งต่างๆ แต่ท่านไม่ได้มองทุกอย่างในฐานะความกดดันนะ แค่รู้สึกเศร้าและเสียใจที่ไม่สามารถทำตามที่ผู้คนคาดหวังและต้องการได้หมด และตอนนี้ก็ยังรู้สึกแบบนั้นอยู่





แถมภาพ









เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 43922
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue May 16, 2017 5:42 pm
[RE: Empress Michiko สามัญชนคนแรกที่ได้เป็นจักรพรรดินีแห่งประเทศญี่ปุ่น]
0
0
เข้าร่วม: 08 Jun 2009
ตอบ: 1551
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue May 16, 2017 6:16 pm
[RE: Empress Michiko สามัญชนคนแรกที่ได้เป็นจักรพรรดินีแห่งประเทศญี่ปุ่น]
ไม่รู้ใครจะมองยังไง แต่รูปสมัยสาวๆ ผมนึกว่าเป็นสมเด็จย่าของเราซะอีก คล้ายมากจริงๆ
0
0
เข้าร่วม: 31 Oct 2014
ตอบ: 19234
ที่อยู่: แถวๆนี้แหละครับ
โพสเมื่อ: Tue May 16, 2017 6:42 pm
[RE: Empress Michiko สามัญชนคนแรกที่ได้เป็นจักรพรรดินีแห่งประเทศญี่ปุ่น]
เลื่อนๆลงมาดูรูปแล้ว

ใจหายจริงๆนะครับ นี่ก็ผ่านมาจะครึ่งปีละ

0
0
เข้าร่วม: 15 Oct 2009
ตอบ: 36158
ที่อยู่: Juventus Stadium
โพสเมื่อ: Tue May 16, 2017 7:45 pm
[RE: Empress Michiko สามัญชนคนแรกที่ได้เป็นจักรพรรดินีแห่งประเทศญี่ปุ่น]
ทรงอ่อนหวาน งดงาม จริงๆ แลดูท่าทางเป็นคนที่ใจดีมาก
0
0