ผู้ตั้ง
ข้อความ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 7850
ที่อยู่: กทม
โพสเมื่อ: Fri Aug 26, 2016 4:49 pm
ย้อนคดีโหด..." จ่าตุ๊ " กระดูกเหล็ก ... !!!


กระทู้ก่อน ผมเอาเรื่องของ แคร้ว คนิธกุล
มาเฟียเมืองหลวง เห็นเพื่อนๆ ชอบกัน
เลยอยากให้ได้รู้จักอีกคน นึงครับ
คนๆนี้ ชื่อ "จ่าตุ๊ " วงการมวยรู้จักกันเป็นอย่างดีแน่นอน
เรื่องของ จ่าตุ๊ บอกเลยว่า โหด มันส์ ครบเครื่องมาก
อาจจะ ยาวนิดนึงนะครับ แต่รับประกันว่า สนุกและได้แง่คิดแน่นอน !!


"จ่ากระดูกเหล็ก" รอดปาฏิหาริย์ กระสุนฝังใน 3 นัด...กัดฟันยิงสู้!
จ่าตุ๊ กระดูกเหล็ก เจ้าของค่าย ป.พงษ์สว่าง
ในยุทธจักรวงการหมัดมวยไม่มีใครไม่รู้จัก !?
"จ่าตุ๊" หรือ จ.ส.ต.ประพันธ์ พงษ์สว่าง
โปรโมเตอร์ และเจ้าของค่ายมวยดัง ป.พงษ์สว่าง
ซึ่งมีนักมวยระดับ แม่เหล็กอยู่ในสังกัดหลายต่อหลายราย
แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ เขาเคยผ่านประสบการณ์ "เฉียดตาย"
และรอดชีวิตมาได้ราว ปาฏิหาริย์ยิ่งกว่านิยายเล่มใด




ท่ามกลางเปลวแดดร้อนเปรี้ยงของเที่ยงวันที่ 8 กันยายน 2532
ชาวบ้านในย่านใกล้เคียง หมู่บ้านเสนานิเวศน์ต้องสะดุ้งสุดตัว
เมื่อจู่ๆ เกิดเสียงปืนดังติดๆ กันขึ้นหลายนัด
และสิ่งที่พวกเขาพบเห็นหลังสิ้นเสียงปืน คือ เศษกระจก
และรอยเลือดเป็นหย่อมๆ ภายในซอยเสนานิคม 1
ใกล้หมู่บ้านเสนานิเวศน์ แขวงจรเข้บัว เขตบางกะปิ กทม.
ส่วนผู้บาดเจ็บ และมือปืนที่ลงมือ ต่างหลบหนีไปอย่างไร้ร่องรอย

ระหว่างนั้นเหยื่อคมกระสุน คือ จ.ส.ต.ประพันธ์
ได้พาร่างอันโชกเลือด พยายามประคับประคองรถยนต์
ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู สีบรอนซ์ รุ่น 318 ไอ ทะเบียน 4ช 6655 กทม.
ซึ่งอยู่ในสภาพถูกคมกระสุนเจาะพรุนไปทั้งคัน กระจกด้านคนขับแตก
และล้อหน้าด้านขวา แบนขับไปยังโรงพยาบาลเมโย
โดยที่มือซ้ายถือปืนขนาด 9 มม.จับพวงมาลัยรถ
และเปลี่ยนเกียร์ด้วยมือข้างเดียวกันหมด ด้วยมือเพียงข้างเดียว
เพราะมือขวาต้องใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนสีขาวมาม้วนๆ
อุดปากแผลที่ถูกกระสุนปืนบริเวณหน้าอกซ้ายที่เลือดกำลังไหลเป็นก๊อกน้ำแตก

เขารู้ตัวดีว่าถ้าปล่อยไปตามธรรมชาติ
เลือดในร่างกายมีหวังไหลออกหมดก่อนที่จะถึงมือหมอเป็นแน่
และนั่นหมายถึงจุดจบในชีวิตที่กำลังใกล้เข้ามาถึงทุกขณะ...
ในที่สุดความพยายามก็ประสบความสำเร็จ
เขารอดตายอย่างปาฏิหาริย์ ทั้งที่ถูกยิงถึง 4 นัด
โดยนัดหนึ่งเข้ากรามขวาทะลุซ้าย ส่วนอีก 3 นัด
ล้วนเจาะเข้าที่จุดสำคัญของร่างกาย
คือ เหนือท้ายทอย เหนือราวนมซ้ายเฉียดขั้วหัวใจ
และนัดสุดท้ายกระสุนฝังอยู่บริเวณกะโหลกด้านหลัง
แต่แพทย์ไม่สามารถผ่าตัดออกมาได้
เพราะเกรงจะกระทบกระเทือนถึงแก่ชีวิต!

ข่าวการลอบสังหาร และการรอดชีวิตอย่างเหลือเชื่อ
ของจ่าตุ๊แพร่สะพัดไปทั่ว เช้าวันต่อมาหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ
ต่างพาดหัวข่าวนี้กันอย่างครึกโครม แต่จ่าตุ๊ยังคงปิดปากเงียบ
ไม่ยอมเผยว่าผู้บงการเป็นใคร !!???
กระนั้น อานุภาพทำลายล้างของ กระสุนก็ทำให้จ่าตุ๊
ต้องใช้เหล็กชนิดพิเศษดามคางไว้แทนกระดูกกรามจริงๆ
เพื่อคงสภาพไว้ไม่ให้กลายเป็นคนไร้คาง

ระหว่างนั้นก็เริ่มพูดได้ และมีอาการดีขึ้นเป็นลำดับ
เมื่อรักษาตัวได้เพียง 16 วัน แพทย์ก็อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล
เพราะตรวจไม่พบความผิดปกติใดๆ หลังเกิดเหตุ
พล.ต.ต.ไพฑูรย์ สุวรรณวิเชียร รอง ผบช.น.
พ.ต.อ.สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ รอง ผบก.น.เหนือ
พร้อมทีมสืบสวน บก.น.เหนือ ได้ลงมาควบคุมการทำคดี
โดยตั้งปมสังหารไว้ 2 ประเด็น ประเด็นแรก
มุ่งไปที่ปมการขัดผลประโยชน์ในวงการมวย
ประเด็นที่สอง คือ การขัดผลประโยชน์ในวงการพนัน



ซึ่งจ่าตุ๊ ถือเป็นผู้กว้างขวางรายหนึ่งเช่นกัน อย่างไรก็ตาม
การคลี่คลายคดี กลับไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร
เนื่องจากผู้เสียหาย(จ่าตุ๊) ไม่ยอมเข้าแจ้งความ และชี้เบาะแสใดๆ
คดีดังกล่าวจึงยังคงเป็นปริศนา มาจนถึงทุกวันนี้
ว่าใครเป็นผู้บงการกันแน่ ผ่านมาเกือบ 22 ปี ( 2556 )

จ.ส.ต.ประพันธ์ จึงได้ย้อนเหตุการณ์เฉียดตายในครั้งนั้น
ให้ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ได้มีโอกาสถ่ายทอดอย่างละเอียดอีกครั้ง

"วันนั้นประมาณเที่ยงวัน ผมได้ขับรถออกไปทำธุระที่ธนาคาร
แต่พอออกจากบ้านได้ไม่ถึง 2 กิโลเมตร รถก็ต้องขึ้นเนิน
และต้องแตะเบรกชะลอความเร็วพอดี จังหวะนั้นมีชาย 2 คน
ขี่รถจักรยานยนต์แบบผู้หญิง เข้ามาประกบด้านข้างตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
มารู้ตัวอีกทีผมก็ได้ยินเสียงปังเป็นนัดแรก
ตอนนั้นรู้เลยว่าเราถูกยิงที่หัวแน่ เพราะแรงกระสุนมันผลัก
จนหัวคะมำไปข้างหน้า หน้าผากกระแทกพวงมาลัยอย่างแรง
จนมึนไปหมด พอรู้ตัวว่าถูกยิงผมก็จับคันบังคับเบาะ
เอนไปข้างหลังเพื่อบีบให้เป้าหมายเล็กลง

จากนั้นรถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งแซงไปข้างหน้าประมาณ 10 เมตรก็หยุดรถ
มือปืนซ้อนที่ท้ายได้เดินลงมา ซึ่งผมนึกในใจอยู่แล้ว
ว่ามันต้องเดินลงมาซ้ำเพื่อให้แน่ใจว่าตายสนิท
มันเดินตรงเข้ามาเหมือนย่ามใจ ..... !!!!
ตอนแรกผมคิดว่าถ้าเดินมาหน้ารถ ก็จะสาดกระสุนทะลุกระจกส่องมันเลย
เพราะตอนเอนเบาะมือซ้ายคว้าปืน 9 มม.เตรียมพร้อมไว้แล้ว

แต่ดูลักษณะการเดินมาแล้วรู้ว่าต้องเป็นมืออาชีพแน่นอน
จึงสับสนอยู่เหมือนกันว่าจะเอาอย่างไรดี
เพราะมันเดินเข้ามาใกล้ทุกที
" จ่ากระดูกเหล็กบรรยายเหตุการณ์นาทีชีวิตต่อว่า
"ในที่สุดผมจึงตัดสินใจเล็งปืนออกตรงกระจกข้างที่แตก
แล้วยิงสุ่มสี่สุ่มห้าไป เห็นมันล้มกลิ้งไปหลบกระสุนตรงร้านขายแก๊ส
แล้วปีนขึ้นหลังคาที่เป็นกันสาดหน้าบ้าน
ผมจึงกระโจนออกนอกรถทางกระจก ทั้งไม่ได้เปิดประตูรถด้วย

ซึ่งไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าออกมาได้ยังไง
พอออกมาได้ผมก็ยิงสู้กับคนร้าย พอดีมีผู้หญิงคนหนึ่งผ่านมา
ก็ตะโกนบอกชาวบ้านให้ช่วยเพราะเห็นเลือดเราไหลเยอะมาก
แต่มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งดันตะโกนตอบว่า....!!?
อย่าไปยุ่งกับเขาเลยเขาถ่ายหนังกันอยู่
ตอนนั้นผมอยากจะขำแต่หัวเราะไม่ออก
จึงดวลปืนกับมันต่อ และนึกในใจว่าถ้าดวลปืนกันตัวต่อตัวสนุกแน่
แต่พอเห็นคนที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ก็ยิงปืนใส่เราด้วย

จึงไม่แน่ใจว่ามันมากี่คนกันแน่ พอผมวิ่งหลบเข้าร้านแก๊ส
มันก็กระโดดลงมาจากหลังคาวิ่งเข้าหลบข้างต้นไม้
ผมเลยต้องหาที่หลบข้างๆ รถ และเริ่มดวลกันอีก
ตอนนั้นต่างคนต่างโผล่หน้าให้เห็นกันคนละครึ่งหน้า
ผมเห็นมันยกแขนขึ้นปาดเหงื่อ จึงคิดว่ามันช่างใจเย็นจริงๆ
อย่างนี้มันมืออาชีพชัดๆ ถึงตอนนั้นผมไม่กล้ายิงสุ่มสี่สุ่มห้าอีกแล้ว
เพราะถ้ากระสุนหมดมีหวังตายแน่ ผมจึงยิงประคอง
อยู่ประมาณ 10 กว่านาทีจนมันคิดว่าเก็บเราไม่ได้แน่เลยวิ่งหนีแบบซิกแซ็ก
แบบที่ผมเคยเรียน ตอนเป็นตำรวจ ผมเลยยกปืนขึ้น
เล็งตรงกลางหลังมัน คิดว่าไม่น่าพลาด เพราะปกติเป็นคนยิงปืนแม่นอยู่แล้ว
จังหวะที่เล็งมันกำลังจะเข้าซอย แต่ก็ยิงไม่ได้
เหมือนปืนมันหนักๆ พิกล พอจับที่หน้าอกซ้ายก็รู้สึกชา เหมือนถูกยิง
พอเห็นเลือดไหลออกมาผมก็รู้เลยว่าถูกยิง
แต่ก็ยังวิ่งไล่กวดมันอยู่ เพราะมั่นใจว่ามันก็ถูกยิงเหมือนกัน
และคิดว่าคงไปได้ไม่ไกล

แต่พอวิ่งได้ 4-5 ก้าวก็สงสัยว่าทำไมคางมันโย้เย้ไปมา
จากนั้นเหงือก ที่ติดฟันอยู่ก็หลุดออกมากองที่เท้าทั้งแผง
พอเห็นว่าเหงือกหลุดจากปาก ผมก็เก็บขึ้นมาใส่ปากแล้วกัดไว้แน่น
คิดว่าถ้าอย่างนี้คงตามไม่ทันแล้ว จึงตัดสินใจวิ่งกลับไปที่รถ
แล้วแข็งใจขับรถมาโรงพยาบาล" จ่าตุ๊ เล่าเหตุการณ์ระทึก
ระหว่างพาร่างอันร่อแร่ไปโรงพยาบาล !!!

"ตอนขับรถมาผมใช้ผ้าอุดแผลที่หน้าอกซ้ายเพื่อห้ามเลือดไว้
แต่ตา ก็เริ่มมืดลงทุกทีๆ คล้ายตะเกียงใกล้จะดับ
ตอนนั้นเห็นภาพ พระ วัด เณร และเด็กที่เราเคยทำบุญด้วย
จึงลองพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตาก็ค่อยสว่างขึ้น

พอขับไปถึงโรงพยาบาลคนไข้ก็แตกตื่นกันหมด
เพราะมีเลือดท่วมตัว แถมยังถือปืนอีก
จากนั้นผมจึงวิ่งเข้าไป ล็อกคอหมอกับพยาบาล
บอกให้ช่วยรักษาผมหน่อย แต่หมอกลับบอกว่าต้องรีบไปรักษาคนไข้
ผมจึงบอกว่าถ้าหมอไป ก็ต้องตายด้วยกันตรงนี้
หมอเลยไม่กล้าไป ซึ่งผมก็พยายามบอกว่าผมไม่ใช่คนร้าย
ช่วยรักษาผมหน่อย แต่หมออีกคนกลับบอกว่าคุณถูกยิง
ให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจจะดีกว่า
ผมเลยควักเงินออกมา 6 หมื่นบาท และให้ไปหมดเลย
พยาบาลจึงบอกให้ไปขึ้นลิฟต์ พอเข้าห้องผ่าตัด
ผมก็โทรศัพท์ไปบอกบริษัทยอดมวยว่าถูกยิง ให้ไปบอกภรรยาด้วย

จากนั้นจึงติดต่อน้องชาย คือ ร.ต.อ.ต่อศักดิ์ พงษ์สว่าง
ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (191) ให้มาช่วยอารักขาที่หน้าห้อง
แต่ระหว่างผ่าตัดผมก็ยังไม่ยอมวางปืนไว้ห่างตัว
กระทั่งผ่านไป 2 ชั่วโมง ผมจึงรอดชีวิตมาได้
โดยที่หมอไม่ยอมผ่ากระสุนออก เพราะกลัวผมจะตาย"

เมื่อถามถึงผลข้างเคียงที่เกิดจากกระสุนที่ฝังในนั้น
จ.ส.ต.ประพันธ์ บอกว่า ไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใด
และที่ผ่านมาก็ไม่เคยเจ็บป่วยถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อเลย
โดยหลังจากกลับมาพักฟื้นที่บ้าน หมอ และทีมแพทย์
ได้สั่งว่าถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ตาพร่ามัว หูอื้อ หน้ามืด หายใจไม่สะดวก
ให้รีบไปพบแพทย์ ซึ่งนี่ผ่านมาประมาณ นานหลาย ปีแล้ว
ยังไม่เคยมีอาการอย่างที่หมอเตือนไว้เลย
จ่าตุ๊ เชื่อว่า สาเหตุที่ทำให้รอดชีวิตมาได้เป็นเพราะ บุญกุศลที่ทำไว้
แม้ก่อนหน้าที่ จะถูกยิงตน อาจจะเคยประพฤติตัวไม่ดี
แต่หลังจากนั้นก็ได้กลับตัวกลับใจ และเงินทองมากมาย
ที่เคยได้มาในทางที่ไม่ดี ก็เอาไปถวายวัดหมดเป็นล้าน
อีกทั้งยังได้อุปการะเด็กที่ยากจน มาฝึกให้ชกมวยเพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเอง
และครอบครัว นอกจากนี้ ยังห้อยพระเครื่องไว้หลายองค์
อาทิ หลวงพ่อวัดปากน้ำรุ่น 1
หลวงพ่อวัดตระไกร 2 องค์
หลวงพ่อทวดทองดำ ปิดตาวัดหนัง ฯลฯ.


.....

ปล. มันพีคตรง เก็บเศษกรามที่หลุดออก กลับมายัดใส่ปากแล้วกัดไว้.นี่แหละ !!
...
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 15537
ที่อยู่: สุสานโบราณ
โพสเมื่อ: Fri Aug 26, 2016 4:57 pm
[RE: ย้อนคดีโหด..." จ่าตุ๊ " กระดูกเหล็ก ... !!!]
" จากนั้นผมจึงวิ่งเข้าไป ล็อกคอหมอกับพยาบาล
บอกให้ช่วยรักษาผมหน่อย แต่หมอกลับบอกว่าต้องรีบไปรักษาคนไข้
ผมจึงบอกว่าถ้าหมอไป ก็ต้องตายด้วยกันตรงนี้ "




เรื่องนี้มีจุดพีคหลายจุดเลย โหยอม



0
0
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 2523
ที่อยู่: เมืองliverpool
โพสเมื่อ: Fri Aug 26, 2016 4:58 pm
[RE: ย้อนคดีโหด..." จ่าตุ๊ " กระดูกเหล็ก ... !!!]
ถึงขนาด ไม่ไปเอาคืน ไม่แจ้งฟาม



คงรู้แหละ ว่าสู้ฝั่งอริไม่ได้ ทั้งทางกฎหมาย และ นอกกฎหมาย
0
0
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 1728
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Aug 26, 2016 5:01 pm
[RE: ย้อนคดีโหด..." จ่าตุ๊ " กระดูกเหล็ก ... !!!]
เขาถ่ายหนังอยู่ อย่าไปยุ่ง

ว่าแต่สุดๆอะที่แกรอดมาได้
0
0
เข้าร่วม: 27 Feb 2011
ตอบ: 13563
ที่อยู่: Theater of Dreams
โพสเมื่อ: Fri Aug 26, 2016 5:02 pm
[RE: ย้อนคดีโหด..." จ่าตุ๊ " กระดูกเหล็ก ... !!!]
ต้องให้เงิน 6 หมื่นบาทก่อน จึงจะได้ถูกนำเข้าห้องผ่าตัด


0
0
Real Fan of Manchester United 2014
เข้าร่วม: 22 Sep 2013
ตอบ: 2318
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Aug 26, 2016 5:03 pm
[RE: ย้อนคดีโหด..." จ่าตุ๊ " กระดูกเหล็ก ... !!!]
ใจเด็ดมาก

สุดยอดครับ

0
0
เข้าร่วม: 20 Apr 2010
ตอบ: 1535
ที่อยู่: บ้านเปเล่
โพสเมื่อ: Fri Aug 26, 2016 5:12 pm
[RE: ย้อนคดีโหด..." จ่าตุ๊ " กระดูกเหล็ก ... !!!]
ถ้าหมอไปก็ตายด้วยกัน
0
0
I`Love ArsenaL
เข้าร่วม: 20 Apr 2007
ตอบ: 6168
ที่อยู่: soccersuck.com
โพสเมื่อ: Fri Aug 26, 2016 5:48 pm
[RE: ย้อนคดีโหด..." จ่าตุ๊ " กระดูกเหล็ก ... !!!]
นึกภาพตาม อื้อหือ มันเฮียๆเลยครับ
0
0
เข้าร่วม: 12 Jun 2009
ตอบ: 814
ที่อยู่: อยู่ที่
โพสเมื่อ: Fri Aug 26, 2016 7:05 pm
[RE: ย้อนคดีโหด..." จ่าตุ๊ " กระดูกเหล็ก ... !!!]
พีคตรงที่รอดมาได้ เพราะ บุญกุศลที่ทำมา
หมอเหมอไม่มีบุญคุณแต่อย่างใด
0
0
เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 4507
ที่อยู่: ที่เฉอะแฉะน้ำขัง
โพสเมื่อ: Mon Sep 19, 2016 3:53 am
[RE: ย้อนคดีโหด..." จ่าตุ๊ " กระดูกเหล็ก ... !!!]
freedomkop พิมพ์ว่า:
พีคตรงที่รอดมาได้ เพราะ บุญกุศลที่ทำมา
หมอเหมอไม่มีบุญคุณแต่อย่างใด  


จากที่จ่าแกเล่า ถ้าวันนั้นแกไม่มีเงินติดตัวมาด้วย ผมว่าแกคงตายคาโรงบาลไปแล้วล่ะ พอวางเงิน 6หมื่น เท่านั้นแหละ รีบพาเข้าห้องผ่าตัดอย่างไว


0
0