ถ้าใครเคยอ่านรีวิวผมคงพอจำกันได้ หายไปนานเพราะไม่มีเวลาว่างเลย ช่วงนี้ว่างๆเลยกลับมาทำให้อ่านกันเพลินๆครับ
คราวนี้ขอเลือกแมตช์คลาสสิคอย่างอังกฤษ บราซิล ของบอลโลก 2002 หลายคนน่าจะดูทันแต่อาจจะลืมๆไปแล้ว + ไม่ได้เก็บรายละเอียดมาก วันนี้ลองมาดูกันครับ
line up ทั้งสองฝั่ง

subs : Bridge, Brown, Joe Cole, Fowler, Hargreaves, James, Keown, Martyn, Southgate, Dyer, Sheringham, Vassell

Subs: Belleti, Ceni, Denilson, Dida, Edilson, Juninho Paulista, Junior, Kaka, Luizao, Polga, Ricardinho, Vampeta.
ครึ่งแรก
ENGLAND

- อังกฤษของสเวนโกรัน อิริคสันในแผนการเล่นแบบทื่อๆง่ายๆเลยคือเน้นรับแน่น แล้วรอสวนกลับ
- ผู้เล่นอังกฤษยามเล่นเกมรับจะลงมาอยู่ในแดนตัวเองเกือบหมด ทิ้งไมเคิล โอเว่นห้อยหน้าไว้คนเดียว
- สังเกตุจังหวะนี้แม้แต่เบ็คแฮมยังต้องตามประกบโรแบร์โต้ คาร์ลอสแบบติดหนึบ
- สเวนรู้ดีว่าหากเหลือพื้นหลังแบ็คโฟร์มากเท่าไหร่ ยิ่งเอื้อให้แนวรุกบราซิลที่มีคล่องตัวสูงเล่นง่าย จึงเห็นได้เลยว่าสเวนสั่งให้แนวรับรับลึกมาก แทบจะไม่ดันสูงเลย แนวรุกบราซิลจึงมีพื้นที่ให้เล่นน้อย

- นอกจากจังหวะโต้กลับแล้ว อีกทีเด็ดนึงของอังกฤษก็คือลูกตั้งเตะของเบ็คแฮม
- จังหวะนี้ถึงแม้จะมีแค่3คนในเขตโทษ แต่เบ็คส์ก็ส่งบอลถึงหัวลอร์ดเฮสกีย์จนได้

- จังหวะนี้อยากจะให้ดูวินัยในเกมรับของอังกฤษ จะเห็นว่าแนวรับจะยืนคุมโซนกันเป็นแผง
เป็นแนวแผงแบ็คโฟร์ และแผงมิดฟิลด์
- เพราะวินัยในเกมรับที่เหนียวแน่น ทำให้ในครึ่งแรกถึงแม้ว่าอังกฤษจะเป็นฝ่ายตั้งรับ แต่พวกเขาก็เป็นฝ่ายคุมเกมไว้ทั้งหมดเช่นกัน บราซิลแทบจะเจาะเข้าเขตโทษไม่ได้เลย

- แผนของอังกฤษ บ้านๆง่ายๆ เน้นวินัยเกมรับ ตัดบอลได้โยนยาวทันที โดยมีเฮสกีย์เป็นตัวคอยพักบอล เชื่อมบอลจากแดนกลาง
- ในครึ่งแรกสองคนที่โดดเด่นที่สุดของอังกฤษก็คือ เบ็คแฮม และ เฮสกีย์ ทั้งสองคนคือหัวใจของเกมรุกเลยก็ว่าได้
- โดยเฉพาะลอร์ดเฮสกีย์ที่นอกจากจะคอยลงต่ำมาเชื่อมบอลแล้ว ยังลงมาช่วยเกมรับอยู่ตลอด

- ผ่านมาครึ่งทางของครึ่งแรก ยิ่งเล่นรูปเกมยิ่งเข้าทางอังกฤษ หลายครั้งที่บราซิลเจาะไม่เข้าสุดท้ายโดนตัดบอลได้แล้วโดนโต้กลับ
- และจังหวะนี้เอง อังกฤษตัดบอลได้อีกครั้ง โรเก้จูเนียร์ปล่อยให้เฮสกีย์ขยับลงมารับบอลจากแดนนี่ มิลล์แล้วพลิกเล่นสบายๆ
- แต่ก็เป็นการตัดสินใจพลาดของลูซิโอที่ไม่เคลียร์ทิ้งจังหวะแรก ทำให้โดนโอเว่นฉกไปยิงโล่งๆ
BRAZIL

- การเล่นของบราซิลต่างจากอังกฤษโดยสิ้นเชิง เน้นเคาะกันสั้นๆง่ายๆ ถ่ายบอลไปมาจนกว่าจะเจอช่อง
- ส่วนแดนหน้า 3R จะคอยสลับตำแหน่งกันไปมา ด้านริมเส้นจะเป็นหน้าที่ของคาลอสและคาฟูคอยเติมมาเป็นระยะ
- เนื่องจากอังกฤษใช้การคุมโซน ทำให้หลายครั้งนักเตะบราซิลสามารถสอดไปใช้พื้นที่ระหว่างกองหลังและกองกลางได้
- เช่นจังหวะนี้ โรนัลโด้ขยับออกจากโซนการประกบของโซลแคมเบล ก่อนจะจ่ายให้ริวัลโด้

- เช่นเดียวกัน บราซิลก็มีอาวุธลับจากฟรีคิกของคาลอสเช่นกัน
- แต่สเวนก็เหมือนจะรู้แกวนี้ดี จึงสั่งให้สโคลส์วิ่งเข้าบล็อคลูกยิงของคาลอส

- เมื่อเจาะไม่เข้าก็ต้องงัดทีเด็ดทุกอย่างที่มี ลูกยิงไกลก็เป็นอีกหนึ่งทีเด็ดของคาลอส

- สิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันชัดเจนของนักเตะทั้งสองทีมคือ ความสามารถเฉพาะตัว เมื่อถึงจังหวะต้องบุก นักเตะอังกฤษมักทำได้เพียงโยนบอลไปมา แต่นักเตะบราซิลทำได้มากกว่านั้น
- สังเกตุโซลแคมเบลที่กำลังประกบริวัลโด้ พอโรนัลดิญโญ่ลากผ่านโคลมาได้ ทำให้แคมเบลต้องขยับออกมา เปิดพื้นที่ให้ริวัลโด้โล่งๆ

- ในแง่ของเกมรับ ต้องบอกว่าด้วยแผนการเล่นเอง ทำให้บราซิลเล่นง่ายกว่าอยู่แล้ว เพราะเซ็นเตอร์ 3 คน ต้องประกบกองหน้าเพียง 2 คน
- และยิ่งอังกฤษเน้นรับลึก ทำให้โอเว่นค่อนข้างโดดเดี่ยว ถ้าไม่นับจังหวะยิง เบบี้โกลแทบจะไม่ได้เล่นบอลเลย
- สโคลารี่น่าจะรู้ดีว่าทางบุกของอังกฤษจะต้องเริ่มที่เฮสกีย์ เพราะฉะนั้นถ้าไม่ให้เฮสกีย์พลิกเล่นได้ ก็เหมือนตัดได้ทั้งเฮสกีย์และโอเว่นพร้อมกัน

- จังหวะนี้จะเห็นเลยว่า ริวัลโด้และโรนัลโด้แค่2คนก็สามารถป่วนแนวรับอังกฤษได้สบายๆ
- ต่างกับทางอังกฤษ ที่โอเว่นและเฮสกีย์ 1-1 ยังลำบาก ทำให้เกมโต้กลับบราซิลน่ากลัวกว่ามาก

- จังหวะนี้เป็นอีกครั้งที่บราซิลสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ระหว่างแผงหลังและกลางของอังกฤษได้
- โดยริวัลโด้จากตอนแรกที่ยืนชิดแนวแบคโฟร์ พอเห็นว่า สโคลส์และบัตต์ทิ้งพื้นที่ตรงกลาง จึงขยับลงมาใช้พื้นที่ตรงนั้น
สรุปครึ่งแรก
- คู่นี้จะเปรียบว่าเป็นบอลแทคติค vs เทคนิค ก็ว่าได้
- โดยทางอังกฤษเน้นเกมรับ คุมโซนกันเป็นแผง แล้วใช้เฮสกีย์เป็นตัวเชื่อมบอลและประสานงานกับโอเว่น
- ส่วนทางบราซิล แนวรับเล่นกันง่าย เพราะใช้เซ็นเตอร์1คนคอยประกบติดเฮสกีย์ไม่ให้ป้อนบอลให้โอเว่นได้ ส่วนอีก2คนก็คอยคุมโอเว่นไว้อีกชั้น เกมโต้กลับของอังกฤษจึงดับสนิท
- ส่วนเกมรุกยังหาช่องเจาะค่อนข้างลำบาก เพราะอังกฤษรับแน่นมาก หลายๆครั้งจึงต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะเข้าช่วย
ครึ่งหลัง
ENGLAND

- ครึ่งหลังอังกฤษยังเล่นเหมือนเดิม เน้นรับลึก คุมโซน กองหลังเน้นไม่เข้าพรวดถอยอย่างเดียว
- สังเกตุไม่ว่ากองหน้าบราซิลจะอยู่ตรงไหน แผงแบ็คโฟร์จะไม่ขยับออกจากไลน์เลย ทำให้บราซิลเล่นบอลทะลุช่องค่อนข้างลำบาก

- ตัดบอลได้ก็ไม่ต้องมากความ วางยาวให้โอเว่นที่ห้อยหน้าไว้

- อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า ศูนย์หน้าอังกฤษ2คนมีจำนวนน้อยกว่าเซ็นเตอร์บราซิลที่มี3คน และด้วยความที่ความสามารถเฉพาะตัวน้อยกว่า จึงเป็นการยากที่จะเล่นเกมโต้กลับได้
- ช่วงสิบนาทีสุดท้ายสเวนจึงเปลี่ยนเชอร์ริงแฮมลงมาแทนโคล และวาสเซลแทนโอเว่น ปรับการเล่นเป็น 3-4-3
- แต่สิ่งที่น่าจะเป็นความผิดพลาดคือ น่าจะเปลี่ยนตัวได้เร็วกว่านี้ เพราะบราซิลเหลือสิบคนตั้งแต่นาทีที่ 60 แต่ตลอด20นาทีอังกฤษไม่ได้ใช้ความได้เปรียบตรงนี้เลย
ฺBRAZIL

- เริ่มครึ่งหลังได้เพียง4นาที บราซิลก็มาได้ประตูจากลูกฟรีคิกหลอกยิงของเหยินน้อย
- จังหวะนี้ต้องบอกว่าซีแมนเสียเชิงพอสมควร เพราะอ่านทางบอลพลาด แต่ก็เป็นึความสุดยอดของโรนัลดิญโญ่ที่ปั่นเสียบสามเหลี่ยมอย่างสวยงาม

- เหตุการณ์ที่น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมได้ก็คือจังหวะที่โรนัลดิญโญ่เปิดปุ่มใส่แดนนี่มิลล์จนโดนใบแดง

- จังหวะนี้จะเห็นว่าแนวรุกอังกฤษถูก outnumbered โดยแนวรับบราซิล ทั้งๆที่บราซิลเหลือเพียงแค่สิบคนเท่านั้น

- อังกฤษที่จำนวนผู้เล่นมากกว่า แต่ด้วยความที่กลัวบราซิลมากเกินไป ทำให้เราเห็นภาพบราซิลสิบคนเคาะบอลขึงอังกฤษที่ยังลงไปตั้งรับสิบคนเหมือนเดิม
สรุปครึ่งหลัง
- อังกฤษเสียประตูที่สองจากการอ่านบอลพลาดของซีแมน ทำให้พวกเขาเป็นฝ่ายตามหลัง
- แต่แทนที่จะเดินหน้าบุก อังกฤษที่มีคนมากกว่าแท้ๆกลับยังคงเล่นรัดกุมเหมือนเดิม จนกระทั่งนาทีที่ 80 ถึงได้มีการปรับมาเล่น 3-4-3
- บราซิลครึ่งหลังแม้จะเหลือสิบคนก็ไม่ได้ปรับการเล่นอะไรมาก เน้นเคาะบอลสั้นๆหาช่องไปเรื่อยๆ
******************************************************************************************
- จบแล้วล่ะครับสำหรับรีวิวนี้ ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้แม้ว่ามันจะยาวมาก มีอะไรติชม อยากให้เพิ่มลดอะไรบอกได้เลยครับ
- ถ้าเห็นว่าเหมาะสมช่วยโหวตกระทู้ด้วยนะครับ อยากให้อ่านกันเยอะๆ ขอบคุณสำหรับแผล่บและโหวตล่วงหน้าครับ