แสดงความเห็น
ไปหน้าที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9
ไปที่หน้า
GO
ชมรมนักลงทุน SS
สมาชิก 113 คน, จำนวนคอมเมนต์ 128
Description
แหล่งสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการเงินการลงทุน ไม่ว่าจะสายวีไอ หรือสายเทคนิคคอลเปิดกว้างโลกทัศน์ด้านการลงทุน ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ชมรมของเรา [ชมรมนักลงทุน SS]

ระเบียบการชมรม

  • สมาชิกที่ต้องการเข้าร่วมชมรมให้กดปุ่ม join ที่อยู่ด้านบนของกระทู้
  • สมาชิกที่เข้าร่วมชมรมเสีย 10 แผล่บครั้งเดียวถาวร(หัวหน้าไม่เสีย)
  • สมาชิกที่เข้าร่วมแล้วเสีย 10 แผล่บจะได้รับการคืนหากหัวหน้ากดปฏิเสธไม่ให้ร่วมกลุ่ม
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
เข้าร่วม: 03 Oct 2013
ตอบ: 19
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Oct 07, 2013 21:15
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ เม่ามือใหม่

ได้เข้าเพราะพวกพี่ มาลงลิ้นให้ 5555
My Locker
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
เข้าร่วม: 27 May 2010
ตอบ: 1416 (บอร์ดเก่า 6888)
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Oct 09, 2013 14:20
แจกไฟล์ Excel คำนวณการซื้อถัว DCA รวมค่าคอมเรียบร้อย คำนวณได้แม่นยำ เหมือนโปรแกรม StreammingPro

ใส่สูตรเข้าไปแล้วครับ
เพียงแค่คุณป้อนข้อมูล จำนวนหุ้นที่ซื้อ ราคาที่ซื้อ ค่าคอมของโบรกคุณเข้าไป มันจะคำนวณออกมาให้เลยครับ เหมือนเวลาเราซื้อถัวใน StreammingPro จะคำนวณค่า Average Cost ออกมาให้

ประโยชน์ คือ ?
- เอาไว้วางแผนการลงทุนแบบทยอยซื้อ เพื่อให้ได้ใกล้เคียงราคาตลาด หรือสำหรับคนที่จะลงทุนหุ้นพื้นฐานแบบสะสมหุ้นประจำทุกเดือน
- หรือ ในกรณีที่ติดดอย เอาไว้วางแผนกลยุทธ์ ในการซื้อเพื่อหลุดดอย ว่าควรซื้อจำนวนกี่หุ้น ที่ราคาเท่าไหร่ เพื่อให้ใกล้เคียง Market Price แต่วิธีนี้ ต้องใช้ร่วมกับความรู้เทคนิคคอลนะครับ เพื่อหาจุดกลับตัวของราคาก่อน จากนั้นลองใส่ตัวเลขลงใน Excel ว่าซื้อกี่หุ้น ที่ราคาที่อ้างอิงตามเทคนิคอลที่ได้วิเคราะห์ไว้ว่าเป็นจุดกลับตัวของราคา พอราคาถึงจุดกลับตัว ก็จะไปถึงทุนได้เร็วหรือสามารถทำกำไรได้มาเล็กน้อยก่อนจะขายหลุดดอยออกมา ผมเรียกกลยุทธ์นี้ว่า "บุกช่วยตัวประกัน"

กลยุทธ์ "บุกช่วยตัวประกัน" สิ่งที่ต้องมี คือ
1.ไฟล์ ที่แจก
2.ความรู้เทคนิคอล
3.อันนี้สำคัญ เงินทุนสำรอง ในการบุกช่วยตัวประกัน

*** หมายเหตุ ถ้าข้อ 3 ไม่มี เลิกคิด พับแผนเก็บเข้าลิ้นชัก แล้วสวดมนต์รอ...

ตัวอย่าง


โปรแกรม StreammingPro


Click Download
http://www.sendspace.com/file/avtmlf

เครดิตขอขอบคุณ ท่าน volver และผู้มีน้ำใจจากกระทู้นี้ http://pantip.com/topic/31027815


ปล เครื่องผมไม่มีไวรัสนะ ใช้ Kapersky สแกนแล้ว
แก้ไขล่าสุดโดย ssman เมื่อ Wed Oct 09, 2013 14:21, ทั้งหมด 1 ครั้ง
My Locker
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
เข้าร่วม: 27 May 2010
ตอบ: 1416 (บอร์ดเก่า 6888)
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Oct 10, 2013 09:36



หนังใหม่ตลาดหุ้น โหดหน่อยนะครับ ลงทุนเจ้ง เล่นฆ่าล้างบาง โบรก มาร์ จ้าว ตายห่านหมด ตอนท้ายมีหักมุมนิดนึง โคตรสะใจ



วอลสตรีท เงินทำให้คุณเป็นพระเจ้าได้ และก็ทำให้คุณสูญเสียแม้แต่ตัวตนของตัวเองได้เหมือนกันทุกวันที่นี่มีเงินเข้าออกเป็น พัน พัน ล้าน และมีคนนับล้านที่ต้องสูญเสียทุกอย่างในชีวิตเพราะเงินพวกนี้ จิม คือหนึ่งในนักลงทุนมือสะอาด จนวันหนึ่งเมื่อภรรยาเขาป่วย จิม ต้องการใช้เงินที่สะสมไว้ แต่เงินของเขากลับต้องสูญไปกับวิกฤติตลาดหุ้นล้ม จิมจึงใช้วิธีทวงคืนความยุติธรรมแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน เขาไม่ได้ต้องการแค่การปล้นแบงค์ แต่เขาต้องการจะปิดทั้งวอลสตรีท ด้วยการถล่มมันให้ราบเป็นผุยผง


หาดูได้ตามหนังออนไลน์ทั่วไป พี่ชายสโคฟิลแสดงนำ

หนังเรื่องนี้มันเหมือนเศรษฐกิจอเมริกาตอนนี้เลยครับ ถังแตก หนี้บาน
คนในวอลสตรีท มันก็โจรใส่สูทผูกเนกไท ดีๆ นี่เอง
เงินกองทุนบำนาญใช่ว่าจะมั่นคง อย่าหวังน้ำบ่อหน้า อย่าเอาเงินไปให้คนอื่นลงทุน ศึกษาเอง ลงทุนเองดีที่สุด
My Locker
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
เข้าร่วม: 27 May 2010
ตอบ: 1416 (บอร์ดเก่า 6888)
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Oct 10, 2013 12:29
สารคดีชีวิตสัตว์โลก :: บทวิเคราะห์






http://pantip.com/topic/31075036
My Locker
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
เข้าร่วม: 08 Jan 2009
ตอบ: 2298 (บอร์ดเก่า 17054)
ที่อยู่: you aint got no history - Liverpool Fans
โพสเมื่อ: Thu Oct 10, 2013 15:18
สิ้นสุดเดือนนี้จะเป็นยังไงหรอ 1350-1380 หรือ 1450-1500+

My Locker
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
เข้าร่วม: 08 Jan 2009
ตอบ: 2298 (บอร์ดเก่า 17054)
ที่อยู่: you aint got no history - Liverpool Fans
โพสเมื่อ: Fri Oct 11, 2013 08:38
น้องดาวเพิ่ม200กว่าจุด

พี่ไทยจะเป็นยังไงเนี้ยะ
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ง.
Status:
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 1260 (บอร์ดเก่า 1)
ที่อยู่: ในซอกตูด
โพสเมื่อ: Tue Oct 15, 2013 17:43
ผมมือใหม่ ยังไม่ได้แกะกล่อง ฝากเนื้อ ฝากตัวด้วยนะครับ

My Locker
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
เข้าร่วม: 26 Jul 2010
ตอบ: 3084 (บอร์ดเก่า 14337)
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Oct 18, 2013 10:03
ข่าวการลงทุนและตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ.. ที่จะประกาศศุกร์ที่ 18/10/56

http://www.soccersuck.com/boards/topic/920892/1#23223813
My Locker
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
เข้าร่วม: 27 May 2010
ตอบ: 1416 (บอร์ดเก่า 6888)
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Oct 21, 2013 11:55
เทคนิคการลงทุน 3 แบบ เพื่อการลงทุนที่ประสบความสำเร็จ

บทความนี้แนะนำวิธีลงทุนอย่างง่าย 3 แบบ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนรายย่อยประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้โดยไม่ต้องวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารอะไรมากนัก เพียงแต่มีวินัยการลงทุนก็สามารถลงทุนได้อย่างสบายใจแล้ว

Dollar Cost Averaging (DCA)
วิธีแรกคือ Dollar Cost Averaging (DCA) ซึ่งเป็นการลงทุนอย่างสม่ำเสมอเป็นงวดๆ โดยผู้ลงทุนจะต้องแบ่งเงินลงทุนเป็นจำนวนเท่าๆ กัน และนำไปลงทุนเป็นประจำตามระยะเวลาที่กำหนดไว้เป็นงวดๆ เช่น ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือน โดยจะไม่สนใจว่าราคาหุ้น ณ ขณะนั้นเป็นเท่าไร

การลงทุนแบบนี้ช่วยจำกัดการซื้อขายของผู้ลงทุนรายย่อยที่มักเป็นไปตามอารมณ์ (ความโลภและความกลัว) เช่น อยากซื้อหุ้นตามกระแสในเวลาที่หุ้นปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง และทำในสิ่งตรงกันข้ามคือขายทิ้งและหนีออกจากตลาดหุ้นในช่วงที่ทุกคนตื่นกลัวเมื่อดัชนีหุ้นดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ผลลัพธ์จากการซื้อขายตามอารมณ์คือการ ซื้อแพงขายถูก แต่วิธี DCA นี้จะเสมือนเป็นการสร้างวินัยให้เข้าลงทุนอย่างสม่ำเสมอและมีผลพลอยได้คือการลดความเสี่ยงที่มีอยู่กับหุ้นไปในตัว ในยามที่ตลาดดี ราคาหุ้นแพง ผู้ลงทุนจะซื้อหุ้นได้น้อย แต่ในยามที่ตลาดไม่ดี ราคาหุ้นถูก ผู้ลงทุนก็จะซื้อหุ้นได้ในปริมาณที่มากขึ้นด้วยเงินจำนวนเดียวกัน เป็นการ ถัวเฉลี่ยต้นทุนการลงทุน ให้ลดลง โดยจำนวนหน่วยลงทุนในพอร์ตจะเพิ่มขึ้นทุกๆ งวด



Value Averaging (VA)
วิธีที่สองคือ Value Averaging (VA) เป็นกลยุทธ์ที่คิดค้นโดย ดร. ไมเคิล เอเดลสัน (Michael E. Edleson) จากบริษัทมอร์แกนสแตนเลย์ โดยในอดีตท่านเคยเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) แนวคิดนี้ดังกล่าวต่อยอดมาจากวิธีการลงทุนแบบ DCA ซึ่งเน้นการซื้อขายหน่วยลงทุนหรือหุ้น ด้วยเงินลงทุนที่เท่ากันอย่างสม่ำเสมอ แต่ต่างกันตรงที่ VA จะควบคุมให้มูลค่าสุทธิของพอร์ตการลงทุนเพิ่มขึ้นสม่ำเสมอ พูดง่ายๆ ก็คือ DCA เน้น ต้นทาง คือเงินลงทุนที่ผู้ลงทุนต้องใส่ไป ส่วน VA เน้น ปลายทาง คือมูลค่าพอร์ตการลงทุน

วิธี VA นี้ก็ไม่ยากอะไรเลย ก่อนอื่นนักลงทุนต้องกำหนดเป้าหมายว่า มูลค่าพอร์ตจะต้องเพิ่มขึ้นเท่าๆ กันในแต่ละงวดการลงทุนเป็นจำนวนเท่าใด เช่น งวดแรกตั้งเป้าไว้ที่ 10,000 บาท งวดถัดตั้งเป้าไว้ว่าจะเพิ่มเป็น 20,000 บาท งวดต่อไปเป็น 30,000 บาท และทวีคูณของ 10,000 บาทอย่างนี้ไปเรื่อยๆ และด้วยเหตุว่าราคาหุ้นหรือหน่วยลงทุนมีขึ้นมีลงตลอดเวลา ดังนั้น ภายใต้วิธี VA นี้ เงินที่เราเพิ่มเข้าไปในพอร์ตจะแตกต่างกันไปในแต่ละงวด

สมมติว่าในงวดแรก ราคาหุ้นหรือหน่วยลงทุนเริ่มต้นที่ 10 บาท เราใช้เงินลงทุน 10,000 บาท ก็จะได้มา 1,000 หน่วย พอมาถึงกำหนดที่ต้องลงทุนในงวดที่สอง ราคาหุ้นหรือหน่วยลงทุนลดลงเป็น 8 บาท มูลค่าของพอร์ตเราก็จะลดลงมาเหลือ 8,000 บาท ดังนั้น เราต้องลงทุนในงวดที่สองอีก 12,000 บาท เพื่อให้มูลค่ารวมของพอร์ตเพิ่มเป็น 20,000 บาทตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ผลก็คือ เราจะได้หุ้นหรือหน่วยลงทุนเพิ่มมา 1,500 หน่วย ที่ต้นทุน 8 บาท

พอถึงงวดที่สาม มูลค่าพอร์ตลงทุนที่ตั้งใจไว้ต้องเป็น 30,000 บาท ปรากฏว่าราคาพุ่งขึ้นไปเป็น 12.50 บาท ทำให้มูลค่าพอร์ตของเราเพิ่มขึ้นมาเป็น 31,250 บาท งวดนี้นอกจากไม่ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มแล้ว แต่เราต้องขายออก 1,250 บาท เพื่อให้ได้มูลค่าของพอร์ตเป็นตามที่เราตั้งเป้าหมายไว้

ถ้ามองเฉพาะด้าน VA จริงๆ ตามทฤษฎี เป็นการใช้เงินที่มากขึ้นเพื่อที่จะไปลงทุนในภาวะที่ตลาดเอื้ออำนวยคือสินทรัพย์ราคาถูกลง และในกรณีที่ตลาดปรับตัวขึ้น สินทรัพย์แพงขึ้น ก็ไม่ต้องไปลงทุนตามกระแสมากแค่นั้นเอง สิ่งที่น่าสนใจคือ VA จะมีทั้งการซื้อเพิ่มและขายออกในบางงวด จำนวนหุ้นหรือหน่วยลงทุนที่ได้มาในแต่ละงวดจึงมีเพิ่มและลดตามภาวะตลาด จากตัวอย่างที่แสดงไว้ข้างต้นนั้น ผู้อ่านจะสังเกตได้ว่า เวลาตลาดขาขึ้น วิธี VA นี้จะบังคับให้เรารับรู้กำไรโดยอัตโนมัติ ขณะที่ในระยะยาวแล้วมูลค่าพอร์ตยังคงเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอตามเป้าหมายที่เรากำหนดไว้ตั้งแต่ตอนแรก

Portfolio Rebalancing
วิธีที่สามคือ Portfolio Rebalancing ซึ่งเป็นหลักการปรับพอร์ตการลงทุนที่เหมาะกับผู้มีเงินลงทุนเป็นก้อนอยู่แล้วและต้องการจัดการการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว วิธีนี้ต่างจาก DCA และ VA คือไม่ได้เป็นการใส่เงินเพิ่มทุกงวดหรือตั้งเป้าให้มูลค่าสุทธิของพอร์ตโตขึ้นตามระยะเวลา แต่จะกำหนดมูลค่าพอร์ตที่เราต้องการ คงไว้ ในช่วงเวลาหนึ่ง และทำการซื้อเข้าขายออกเมื่อมูลค่าตลาดของพอร์ตการลงทุนลดลงหรือเพิ่มขึ้นจากจุดที่เราต้องการ เรียกว่าเป็นการ ปรับสมดุล หรือ rebalance นั่นเอง ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติจะกำหนดขอบเขตไว้ว่ามูลค่าการลงทุนจะเบี่ยงเบนไปจากที่เรากำหนดได้เท่าใด เช่น 5%, 10%, หรือ 20% ของมูลค่าที่เราเริ่มลงทุน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องทำการปรับสมดุลทุกครั้งที่มูลค่าพอร์ตเปลี่ยนแปลง

ตั้งอย่างการใช้วิธี Portfolio Rebalancing อธิบายได้ดังนี้ สมมติว่าเรามีเงินลงทุนในหุ้นจำนวน 10,000 บาท และกำหนดเป้าหมายว่าจะปรับพอร์ตเมื่อมูลค่าตลาดเปลี่ยนแปลงไป 20% ซึ่งหมายความว่า (1) ถ้ามูลค่าตลาดของพอร์ตเพิ่มขึ้น 20% เป็น 12,000 บาท ให้ขายทำกำไรออกมา 2,000 บาท เพื่อให้เงินลงทุนเหลือ 10,000 บาทเท่าเดิม และเก็บเงินสดไว้ (2) ถ้ามูลค่าตลาดของพอร์ตลดลง 20% เหลือ 8,000 บาท ให้นำเงินสด 2,000 บาทมาซื้อหุ้นเพิ่ม เพื่อให้เงินลงทุนรวมเป็น 10,000 บาท

ทำตามแนวทางนี้ไปเรื่อยๆ จนเมื่อไหร่ที่มีเงินสดในมือเยอะขึ้น หรือมีแหล่งเงินเก็บอื่นที่พร้อมจะนำลงทุนมากขึ้นแล้ว ก็ให้กำหนดเงินลงทุนตั้งต้นใหม่หรือปรับเป้าหมายเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม แนวทางนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการลงทุนหุ้นเป็นรายตัวหรือลงทุนในกองทุนรวมก็ได้

Portfolio Rebalancing เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากเวลาตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น เราก็มีโอกาสได้ขายทำกำไรและเตรียมเงินสดไว้ลงทุนเมื่อราคาปรับตัวลดลง โดยรวมแล้วทำให้เราได้ซื้อเมื่อหุ้นตกและขายเมื่อหุ้นขึ้น หรือที่เรียกว่า ซื้อถูกขายแพง นั่นเอง การใช้กลยุทธ์นี้เงื่อนไขเล็กน้อยคือ เราควรมีการสำรองเงินไว้พอสมควรเผื่อใส่เงินเพิ่มเมื่อหุ้นตก หากท่านจะเริ่มต้นใช้วิธีนี้ แนะนำให้สำรองเงินไว้ 40 60%ของมูลค่าเงินลงทุน


http://pantip.com/topic/31128201
แก้ไขล่าสุดโดย ssman เมื่อ Mon Oct 21, 2013 11:56, ทั้งหมด 1 ครั้ง
My Locker
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
เข้าร่วม: 27 May 2010
ตอบ: 1416 (บอร์ดเก่า 6888)
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Oct 24, 2013 08:57

17 ข้อคิดจากหนังสือถอดรหัสลับสมองเงินล้าน Secrets of the Millionaire Mind

ให้เวลาผมห้านาที แล้วผมจะทำนายอนาคตทางการเงินตลอดชีวิตที่เหลือของคุณ

ประโยคอหังการของ T. Harv Eker เจ้าของวลีเด็ด ฉันมีสมองเงินล้าน ที่ทำให้หนังสือเล่มนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการหนังสือสหรัฐอเมริกา ให้ทุกคนได้รับรู้ว่าเราทุกคนมี แผนผังการเงิน อยู่ในสมองของเราทุกคน มันคือแฟ้มข้อมูลที่เก็บงำทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องเงินๆทองๆในชีวิตพวกคุณ มันคือตัวกำหนดวิธีการหาเงิน ใช้เงิน เก็บเงินของคุณโดยไม่รู้ตัว

T. Harv Eker เปลี่ยนตัวเองจากคนถังแตก ให้กลายเป็นเศรษฐีร้อยล้านได้ในเวลาสองปีครึ่ง เค้าได้ถ่ายทอดเคล็ดลับความสำเร็จทางการเงินของเค้าสู่ผู้สัมนากว่า 30,000 คน และก่อตั้งบริษัท Peak Potential Training ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในบริษัทที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในสหรัฐอเมริกา และแน่นอน เค้าได้ถ่ายทอดเคล็ดลับเหล่านั้นลงบนหนังสือเล่มนี้ด้วย

นี่คือ 17 ข้อคิดส่วนหนึ่งในหนังสือ

1. คนรวยเชื่อว่า "ฉันควบคุมชะตาชีวิตของตัวเอง" คนจนเชื่อว่า "ฉันถูกลิขิตให้เป็นอย่างนี้"

2. คนรวยเล่นเกมการเงินเพื่อที่จะเอาชนะ คนจนเล่นเกมการเงินเพื่อไม่ให้แพ้

3. คนรวยทุ่มเทเพื่อความรวย คนจนแค่อยากรวย

4. คนรวยคิดการใหญ่ คนจนคิดการเล็ก

5. คนรวยมุ่งความสนใจไปที่โอกาส คนจนมุ่งความสนใจไปที่อุปสรรค

6. คนรวยชื่นชมผู้ร่ำรวยและประสบความสำเร็จคนอื่นๆ คนจนชิงชังผู้ร่ำรวยและประสบความสำเร็จ

7. คนรวยคบหาสมาคมกับคนที่มองโลกในแง่ดีและประสบความสำเร็จ คนจนขลุกอยู่กับคนที่มองโลกในแง่ร้ายหรือไม่ประสบความสำเร็จ

8. คนรวยเต็มใจโปรโมทตัวเองและคุณค่าของตนเอง คนจนมองการขายและโปรโมชั่นในแง่ลบ

9. คนรวยมองปัญหาเป็นเรื่องเล็ก คนจนมองปัญหาเป็นเรื่องใหญ่

10. คนรวยเป็นผู้รับที่ยอดเยี่ยม คนจนเป็นผู้รับที่ยอดแย่

11. คนรวยเลือกที่จะได้รับเงินตามผลงาน คนจนเลือกที่จะได้รับเงินตามระยะเวลาที่ทำงาน

12. คนรวยเลือก "ทั้งสองทาง" คนจนเลือก "ทางใดทางหนึ่ง"

13. คนรวยสนใจมูลค่าทรัพย์สิน คนจนสนใจแต่รายได้จากการทำงาน

14. คนรวยเก่งเรื่องการบริหารเงิน คนจนเก่งเรื่องการบริหารเงินแบบผิดๆ

15. คนรวยให้เงินทำงานหนักเพื่อตัวเอง คนจนทำงานหนักเพื่อให้ได้เงิน

16. คนรวยมุ่งไปข้างหน้าแม้จะหวาดกลัว คนจนปล่อยให้ความกลัวหยุดยั้งตนเอง

17. คนรวยเรียนรู้และเติบโตอยู่ตลอดเวลา คนจนคิดว่าตัวเองรู้ดีอยู่แล้ว

เครดิต http://pantip.com/topic/31149408
แก้ไขล่าสุดโดย ssman เมื่อ Thu Oct 24, 2013 08:57, ทั้งหมด 1 ครั้ง
My Locker
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
เข้าร่วม: 26 Jul 2010
ตอบ: 3084 (บอร์ดเก่า 14337)
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Oct 24, 2013 10:07
ข่าวการลงทุนและตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ.. ที่จะประกาศพฤหัสบดีที่ 24/10/56

http://www.soccersuck.com/boards/topic/925741/1#23321837
My Locker
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
เข้าร่วม: 26 Jul 2010
ตอบ: 3084 (บอร์ดเก่า 14337)
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Oct 28, 2013 08:40
ข่าวการลงทุนและตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ.. ที่จะประกาศจันทร์ที่ 28/10/56

http://www.soccersuck.com/boards/topic/928734/1#23382235
My Locker
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
เข้าร่วม: 26 Jul 2010
ตอบ: 3084 (บอร์ดเก่า 14337)
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Oct 29, 2013 07:46
ข่าวการลงทุนและตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ.. ที่จะประกาศอังคารที่ 29/10/56

http://www.soccersuck.com/boards/topic/929472
My Locker
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
เข้าร่วม: 26 Jul 2010
ตอบ: 3084 (บอร์ดเก่า 14337)
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Oct 29, 2013 07:49
ช่วงนี้ชมรมเงียบๆจัง ท่านประธานไปไหนอ่ะเนี่ย

สงสัยจะขนเงินออกไปตีหม้อหมดแล้ว



ช่วงนี้ผมก็ไม่ค่อยว่างเท่าไร แล้วการลงทุนในตลาดหุ้น ก็ไม่ได้สนใจมาก

เหลือแต่เดิมๆติดตามบ้างเล็กน้อย ไปลงทุนกิจการใหม่ซ่ะมากกว่า

หากสมาชิกท่านใดมีข้อสงสัยรูปแบบการลงทุนต่างๆ สอบถามกันได้ในชมรม

แชร์ความรู้เลยครับ ไม่ต้องอายทำกิน ไม่งั้นเดี๋ยวไม่มีกิน

ข้าวของปัจจุบันก็แพงมากขึ้น อย่ามัวแต่บ่น เอาเวลาบ่นมาหาเงินเพิ่ม

My Locker
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
เข้าร่วม: 09 Sep 2013
ตอบ: 127
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Oct 31, 2013 22:21
ผมสมาชิกใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ
My Locker
ไปหน้าที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9
ไปที่หน้า
GO
ดูทีวีย้อนหลัง
แสดงความเห็น