ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 17299
ที่อยู่: กิเลสท่วมใจทั้งคืนวัน คิดว่าปัญญาเพียงน้อยนิดจะเอาชนะกิเลสได้
โพสเมื่อ: Sat Dec 07, 2013 11:44
ลำดับกล้องส่วนพระองค์ของพระเจ้าอยู่หัว


คิดอยู่นานแล้วว่าจะเขียนบทความเกี่ยวกับลำดับกล้องส่วนพระองค์ที่ในหลวงทรงใช้ แต่ก็เก็บไว้ในสมองและในคอมพิวเตอร์อยู่นั่นแหละ จนกระทั่งเพื่อนในเฟสบุ๊กได้โพสรูปภาพชื่อกล้องในพระหัตถ์ เกิดความซาบซึ้งและปิติขึ้นมาทันทีเลยขอแบ่งปันรูปภาพ



ทุกครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนราษฎร นอกจากแผนที่อันเป็นอุปกรณ์คู่พระราชหฤทัยแล้ว อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ กล้องถ่ายภาพคู่พระหัตถ์ที่อยู่เคียงกันไปในทุกแห่ง ไท่ว่าจะเสด็จไปทรงเยี่ยมราษฏร เสด็จไปทรงงานตามพื้นที่ต่างๆหือแม้แต่เสด็จมาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราชเพื่อรักษาพระอาการประชวร

พระราชอัธยาศัยโปรดการถ่ายภาพนี้ทรงได้ต้นแบบมาจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มาตั้งแต่เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ โดยทรงเริ่มจากกล้องถ่ายภาพชนิดที่ไม่มีเครื่องวัดแสงในตัว ทำให้ต้องใช้พระราชวิจารณญาณอย่างละเอียดรอบคอบ และพระปรีชาสามารถส่วนพระองค์ในการถ่ายภาพแต่ละครั้ง

นอกจากนี้ยังทรงใช้พื้นที่บริเวณชั้นล่างอาคารสถานีวิทยุ อ.ส.เป็นห้องมืดสำหรับล้างฟิล์ม และอัดขยายภาพ ตามพระราชประสงค์ที่จะทรง “สร้างภาพ” ให้เป็นศิลปะถูกต้อง และรวดเร็วด้วยพระองค์เอง

แต่เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ จึงเปลี่ยนรูปแบบจากงานถ่ายภาพสวยงามเพื่อศิลปะมาเป็นภาพถ่ายที่ทรงใช้เพื่อประกอบการทรงงานของพระองค์

ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ จึงเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มิได้ทรงถ่ายภาพเพื่อศิลปะแต่เพียงอย่างเดียว แต่สามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาประเทศชาติ นำความผาสุขร่มเย็นมาสู่ประชาชนชาวไทยได้อย่างดี


ในหลวงทรงมีกล้องถ่ายภาพเล็กๆ คู่พระหัตถ์ตั้งแต่พระชนมายุเพียง 8 พระชันษา(ราวปี พ.ศ.2479) โดยสมเด็จพระบรมราชชนนีได้พระราชทานกล้องถ่ายรูป Coronet Midget สีเขียวปะดำ ของฝรั่งเศส ราคาเพียง ๒ ฟรังก์สวิส แก่พระองค์ ด้วยกล้องนี้ใช้ฟิล์มราคา ๒๕ เซนต์ซึ่งมีราคาถูก ในระยะแรกแม้จะทรงไม่ประสบความสำเร็จในการถ่ายภาพนัก แต่ก็ไม่ทรงย่อท้อ ทรงศึกษาและฝึกด้วยพระองค์เองจนเป็นนักถ่ายภาพที่มีพระปรีชาสามารถยิ่ง ทั้งกล้องถ่ายภาพนิ่ง และกล้องถ่ายภาพยนตร์ ซึ่งภาพที่พระองค์ทรงบันทึกไว้นั้น นับว่ามีคุณค่าทางศิลปะและประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งทุกครั้งที่พระองค์เสด็จฯ ไปในสถานที่ต่างๆ จะทรงนำภาพถ่ายฝีพระหัตถ์มาใช้ประกอบการทรงงานของพระองค์อยู่เสมอ





ระยะเวลาต่อมาใกล้ๆ กัน ทรงใช้อีกครั้งหนึ่งชื่อ KODAK VEST POCKET MONTREUXนับเป็นกล้องตัวที่ 2 มีลักษณะคล้ายกล่องสี่เหลี่ยมประเภทที่ฝรั่งเรียกว่า MINIBOX ใช้ฟิล์มม้วนถ่ายได้ม้วนละ 6 ภาพปัจจุบันกล้องตัวจริงไม่ทราบว่าอยู่ไหน



ปี พ.ศ. 2481 ทรงมีกล้อง ELAX LUMIE’REและเมื่อใช้จนชำนาญ ทรงเปลี่ยนกล้อง ELAX LUMIE’RE อีกกล้อง



และในปี2484เป็นปีที่ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดล กลับเมืองไทย ได้ทรงใช้กล้อง ELAX บันทึกภาพระหว่างตามเสด็จโดยตลอด



หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้กล้อง LINHOF ของประเทศ เยอรมันนี



และทรงใช้กล้อง HASSELBLAD ของประเทศสวีเดน ใช้ฟิล์ม 3 นิ้ว หรือ 120 เป็น กล้องสะท้อนภาพแบบเลนซ์เดี่ยว จุดเด่นของกล้องนี้ คือ เปลี่ยนเลนซ์ได้ มีแมกกาซีน(MAGAZINE)ใส่ฟิล์มให้เปลี่ยนได้หลายขนาด (ไม่มีภาพกล้อง)



ปี พ.ศ. 2494 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทดลองใช้กล้องIKOFLEX เป็นกล้อง

สะท้อนภาพแบบเลนซ์คู่กล้องนี้เมื่อจัดลำดับกล้องถ่ายภาพที่ทรงใช้นับเป็นลำดับ

ที่ 12 เลขที่ตัวกล้อง2592052 LENS ZEISSOPTONTESSAR 1:35 f. 75 mm.

– No. 637288 กล้องนี้ทรงมีพระราชดำรัสว่าใช้ง่าย เลนส์ดี ได้ภาพสวยคมชัด



พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้กล้อง CONTACT II เลนส์

ZEISS-OPTION NO. 821255 กับ ZEISS-OPTION NO. 885584

SONNAR 1:2 f 50 mm. เป็นกล้องแบบใหม่ทันสมัยมาก เพราะเป็นกล้องที่

เปลี่ยนเลนส์ได้ ทั้งมีเครื่องวัดแสงในตัวด้วย กล้องนี้ทรงได้จากประเทศ

สิงคโปร์เป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก ปัจจุบันได้พระราชทานไว้ที่สวนหลวง ร.9



ในขณะที่วงการถ่ายภาพมีกล้อง CONTAX II ทางบริษัท E.LEITZ WETZ LAR ประเทศเยอรมันนี ได้ออกกล้อง LEICA ระบบ M ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงได้กล้อง LEICA มากล้องหนึ่ง เป็นกล้องมือสอง ทรงลองใช้อยู่ระยะหนึ่ง



กล้องบริษัทไซส์ ชื่อ SUPER IKONTA ใช้ฟิล์มเบอร์ 120 ได้ภาพขนาด 6 x 9 ซ.ม. 8 ภาพ และยังแบ่ง เป็นภาพ 6 x 4.5 ซ.ม. 16 ภาพได้ด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้อยู่พักหนึ่งจึงได้พระราชทานให้หัวหน้าช่างภาพประจำพระองค์ (นายอาณัติ บุนนาค) ใช้ในงานราชการต่อไป



บริษัท ROBOT ได้ผลิตกล้องรุ่นใหม่ไม่ซ้ำใคร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้รุ่น ROTOT ROYAL NO.G 125721 MOD. III LENS SCHNEIDER-KREUZNACH XENON 1.1.9/3542375 ลักษณะเป็นกล้อง กะทัดรัดมาก ใช้ฟิล์มเบอร์ 135 แต่ภาพที่ได้เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ฟิล์มม้วนหนึ่งได้ภาพมากกว่ากล้อง ที่ใช้ฟิล์มขนาดเดียวกัน และหมุนฟิล์มขึ้นชัตเตอร์ได้เร็วกว่ากล้องชนิดอื่น

โหวตเป็นกระทู้แนะนำ


ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 17299
ที่อยู่: กิเลสท่วมใจทั้งคืนวัน คิดว่าปัญญาเพียงน้อยนิดจะเอาชนะกิเลสได้
โพสเมื่อ: Sat Dec 07, 2013 11:44
Top Comment [RE: ลำดับกล้องส่วนพระองค์ของพระเจ้าอยู่หัว]


เมื่อครั้งประเทศไทยได้จัดงานฉลองรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2496 ที่สวนลุมพินี สถานฑูตรัสเซียมาเปิดร้าน เจ้าหน้าที่ได้ทูลเกล้าฯถวาย กล้องยี่ห้อ Kiev ซึ่งเป็นกล้องที่คล้ายกับ Zeiss ikon ขนาด 6×9 ซม.ทรงรับไว้และทดลองใช้จนเข้าพระทัยทุกขั้นตอน



ระยะหลังๆ กล้องที่ผลิตจากญี่ปุ่นเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2514 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงใช้กล้องญี่ปุ่นดูบ้าง อย่าง Canon-7 แบบเล็งระดับตา แต่ไม่สามารถทำงานได้ตามพระราชประสงค์เท่าใดนัก เพราะไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ ต่อมาทรงเปลี่ยนเป็นรุ่น Canon A-1 ซึ่งเป็นกล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยวSLR(Single Lens Reflex) สามารถใช้งานได้สองระบบคือระบบ Manual และ Auto



พระองค์ทรงมีกล้องรุ่นนี้อยู่สองกล้องคือ กล้องแรก Canon A1/2097120 FD 1:1.4/50 mm. 2052111 เลนส์มาตรฐาน อีกกล้องหนึ่งคือ Canon A1/2307372 Lens RMC Tokina Zoom 35-105 mm. 1:3.5-4.3 ต่อมาทรงมีกล้องรุ่นใหม่ๆ แบบอัตโนมัติคือ กล้อง Canon 35 Autofocus Lens f=38 mm เป็นกล้องขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พระองค์ทรงใช้อยู่พักหนึ่งทรงปรารภว่าใช้ง่ายเกินไปและไม่ค่อยเหมาะกับพระหัตถ์มาก



กล้อง ญี่ปุ่นที่ตีคู่มาก็คือ Nikon กล้องรุ่น F3 ของ Nikon ได้รับความนิยมมากเพราะรูปทรงแปลกใหม่ นำสมัยใช้วัสดุแกร่งแข็งแรง พระบาทสมเด็จทรงใช้กล้องรุ่นนี้พร้อมเลนส์มาตรฐานและเลนส์ซูมขนาด 35-105 mm. อยู่พักหนึ่ง เมื่อคราวเสด็จฯ รอบโลกทรงใช้กล้อง Nikon รุ่น F3 นี้บันทึกภาพเป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก แต่หากมีน้ำหนักมาไปนิด จึงพระราชทานให้เป็นสมบัติของช่างภาพส่วนพระองค์มาจนกระทั่งทุกวันนี้



ใน ช่วง เวลาที่กล้องถ่ายภาพประเภททำงานด้วยอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์เริ่มเข้า มามีบทบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทดลองใช้กลุ่ม Canon EOS โดยเริ่มตั้งแต่ EOS 650 และต่อมาก็ทรงทดลองใช้รุ่น EOS 620 อีกรุ่นหนึ่ง ขณะเดียวกัน ทางค่าย Nikon ก็ออกรุ่น F401s เป็นรุ่นที่มีแฟลชในตัวซึ่งมี Image Master Comtrol สามารถใช้เลนส์ปรับระยะชัดอัตโนมัติได้ ใช้เลนส์35-105 mm. f3.5-4.5

อีกยี่ห้อหนึ่งที่ออกมาสร้างความแปลกใหม่ ให้กับวงการถ่ายภาพคือ Minolta Dynax 5000i สร้างความสะดวกสบายและถ่ายภาพได้ผลเที่ยงตรง ออกแบบได้แปลกใหม่และเพิ่มการสร้างสรรค์ผลงานด้วยระบบการ์ด(Creative Expansion Card System) มีหลายแบบ อาทิ ถ่ายภาพกีฬา ถ่ายภาพบุคคล เป็นต้น


กล้อง รุ่นใหม่สะท้อนภาพเลนส์เดี่ยวแบบถอดเปลี่ยนเลนส์ได้เหล่านี้พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวทรงทดลองใช้เพื่อศึกษาความก้าวหน้าของกล้องถ่ายภาพ ใช้ในขณะเดียวกันพระองค์ทรงทดลองใช้กล้องคอมแพ็คแบบต่างๆ หลายรุ่น อาทิเช่น

Canon-HIS Lens Canon Zoom EF28-80mm. ,

Canon Autoboy Tele 6 Lens 35-60 mm. f/3.5-5.6. ,

Canon Zoom Xl Lens Zoom 39-85 mm f/3.6-7.3 ,

Ricoh FF-9D Lens 35 mm f/3.5 ,

Pantax AF Zoom 35-70 mm. กับ Minolta Weather Matic 35DL และ Nikon TW Zoom



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจับสลากได้รางวัลกล้อง RICOH EF-9D LENS 35 mm. f 1:35 พอในปีต่อมา จึงทรงพระราชทานเป็นของขวัญจับสลากต่อไป กล้อง PENTAX AF ZOOm 35-70 mm. กับ MONOLTAL WEATHER MATIC 35 DL และ NIKON TW ZOO




จะเห็นได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้ กล้องถ่ายภาพอย่างมากมาย บางชนิดพระองค์จะทรงซื้อด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เอง และไม่ได้เจาะจงว่าใช้กล้องใหม่อยู่เสมอ พอมาระยะหลังหลายบริษัทนำกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพขึ้นทูลเกล้าถวายเนื่องใน วโรกาสต่างๆ พระองค์ทรงทดลองใช้แล้วบางกล้องจะทรงเก็บเอาไว้เป็นกล้องคู่พระหัตถ์ ส่วนกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพอย่างดีที่เหลือก็ได้โปรดพระราชทานได้บุคคลและ หน่วยงานต่างๆ นำไปใช้ประโยชน์ทางการถ่ายภาพต่อไป

” ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พัฒนาประเทศ” ได้รวบรวมภาพถ่ายฝีพระหัตต์ในระหว่างการเสด็จยังสถานที่ต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีความตอนหนึ่งเป็นข้อคิดข้อเตือนใจสำหรับ คนรักการถ่ายภาพดังนี้

” เกี่ยวก้บกล้องถ่ายภาพคู่พระหัตถ์ เคยมีผู้สนใจในวงการถ่ายภาพสงสัยกันอยู่ว่า ทำไมจึงไม่ทรงใช้กล้องถ่ายภาพชนิดเยี่ยมยอดที่มีราคาแพงที่นักถ่ายภาพบางคน เขาใช้กัน เพราะตามความเป็นจริงการที่จะทรงใช้กล้องดีมีคุณภาพสูงเพียงใดก็ย่อมได้ แต่กลับทรงใช้กล้องถ่ายภาพแบบธรรมดาที่ใคร ๆ หาซื้อขายได้ทั่วไปในท้องตลาด ซึ่งพระราชจริยวัตรนี้ มีผู้ใหญ่ในวงการถ่ายภาพอธิบายเป็นการเทิดพระเกียรติว่า ประเทศไทยเราผลิตกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพไม่ได้เลย เราต้องเสียดุลย์การค้าให้กับต่างประเทศเป็นอันมาก จึงควรสังวรณ์ระวังการใช้จ่ายในเรื่องนี้ให้ดีแต่พอเหมาะพอควร ส่วนผู้ที่ทำธุรกิจทางการถ่ายภาพต้องการผลิตงานคุณภาพดี ต้องใช้ของดีราคาแพงนี่เป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้น ผู้ที่ถ่ายภาพกันโดยทั่วไปเพียงแต่ใช้กล้องถ่ายภาพระดับมาตรฐานทำงานได้ อย่างถูกต้องก็เหมาะดีที่สุดแล้ว ความสำคัญเรื่องนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงเป็นแบบอย่างที่วิเศษที่สุด สมควรที่วงการถ่ายภาพทั้งหลายจักได้บำเพ็ญตนเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท เพื่อเป็นศักดิ์สิริมงคลให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจับสลากได้รางวัลกล้อง RICOH EF-9D LENS 35 mm. f 1:35 พอในปีต่อมา จึงทรงพระราชทานเป็นของขวัญจับสลากต่อไป กล้อง PENTAX AF ZOOm 35-70 mm. กับ MONOLTAL WEATHER MATIC 35 DL และ NIKON TW ZOO

-ข้อสังเกต : กล้องรุ่นล่าสุดที่พระองค์ท่าใช้ถ่ายรูปประชาชนเมื่อเสด็จกลับจากรพ.ศิริราช คือรุ่น canon EOS 30D





credit : http://www.thaigov.go.th/pageconfig/blessing/PAGE3/Level_camera.html

http://www.oknation.net/blog/prisanasweetsong/2009/12/14/entry-2

http://licm.org.uk/livingImage/IndexRoom.html

http://en.wikipedia.org/wiki/Linhof
http://atcloud.com/stories/80734 http://atcloud.com/stories/80735
http://en.wikipedia.org/wiki/Hasselblad
http://www.camerapedia.org/wiki/Ikonta#Super_Ikonta

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=samsian&date=13-08-2006&group=1&gblog=12
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=hedgehog&month=04-11-2007&group=22&gblog=7
แก้ไขล่าสุดโดย skymile เมื่อ Sat Dec 07, 2013 12:35, ทั้งหมด 3 ครั้ง


ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 17299
ที่อยู่: กิเลสท่วมใจทั้งคืนวัน คิดว่าปัญญาเพียงน้อยนิดจะเอาชนะกิเลสได้
โพสเมื่อ: Sat Dec 07, 2013 11:44
[RE: ลำดับกล้องส่วนพระองค์ของพระเจ้าอยู่หัว]


เมื่อครั้งประเทศไทยได้จัดงานฉลองรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2496 ที่สวนลุมพินี สถานฑูตรัสเซียมาเปิดร้าน เจ้าหน้าที่ได้ทูลเกล้าฯถวาย กล้องยี่ห้อ Kiev ซึ่งเป็นกล้องที่คล้ายกับ Zeiss ikon ขนาด 6×9 ซม.ทรงรับไว้และทดลองใช้จนเข้าพระทัยทุกขั้นตอน



ระยะหลังๆ กล้องที่ผลิตจากญี่ปุ่นเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2514 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงใช้กล้องญี่ปุ่นดูบ้าง อย่าง Canon-7 แบบเล็งระดับตา แต่ไม่สามารถทำงานได้ตามพระราชประสงค์เท่าใดนัก เพราะไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ ต่อมาทรงเปลี่ยนเป็นรุ่น Canon A-1 ซึ่งเป็นกล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยวSLR(Single Lens Reflex) สามารถใช้งานได้สองระบบคือระบบ Manual และ Auto



พระองค์ทรงมีกล้องรุ่นนี้อยู่สองกล้องคือ กล้องแรก Canon A1/2097120 FD 1:1.4/50 mm. 2052111 เลนส์มาตรฐาน อีกกล้องหนึ่งคือ Canon A1/2307372 Lens RMC Tokina Zoom 35-105 mm. 1:3.5-4.3 ต่อมาทรงมีกล้องรุ่นใหม่ๆ แบบอัตโนมัติคือ กล้อง Canon 35 Autofocus Lens f=38 mm เป็นกล้องขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พระองค์ทรงใช้อยู่พักหนึ่งทรงปรารภว่าใช้ง่ายเกินไปและไม่ค่อยเหมาะกับพระหัตถ์มาก



กล้อง ญี่ปุ่นที่ตีคู่มาก็คือ Nikon กล้องรุ่น F3 ของ Nikon ได้รับความนิยมมากเพราะรูปทรงแปลกใหม่ นำสมัยใช้วัสดุแกร่งแข็งแรง พระบาทสมเด็จทรงใช้กล้องรุ่นนี้พร้อมเลนส์มาตรฐานและเลนส์ซูมขนาด 35-105 mm. อยู่พักหนึ่ง เมื่อคราวเสด็จฯ รอบโลกทรงใช้กล้อง Nikon รุ่น F3 นี้บันทึกภาพเป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก แต่หากมีน้ำหนักมาไปนิด จึงพระราชทานให้เป็นสมบัติของช่างภาพส่วนพระองค์มาจนกระทั่งทุกวันนี้



ใน ช่วง เวลาที่กล้องถ่ายภาพประเภททำงานด้วยอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์เริ่มเข้า มามีบทบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทดลองใช้กลุ่ม Canon EOS โดยเริ่มตั้งแต่ EOS 650 และต่อมาก็ทรงทดลองใช้รุ่น EOS 620 อีกรุ่นหนึ่ง ขณะเดียวกัน ทางค่าย Nikon ก็ออกรุ่น F401s เป็นรุ่นที่มีแฟลชในตัวซึ่งมี Image Master Comtrol สามารถใช้เลนส์ปรับระยะชัดอัตโนมัติได้ ใช้เลนส์35-105 mm. f3.5-4.5

อีกยี่ห้อหนึ่งที่ออกมาสร้างความแปลกใหม่ ให้กับวงการถ่ายภาพคือ Minolta Dynax 5000i สร้างความสะดวกสบายและถ่ายภาพได้ผลเที่ยงตรง ออกแบบได้แปลกใหม่และเพิ่มการสร้างสรรค์ผลงานด้วยระบบการ์ด(Creative Expansion Card System) มีหลายแบบ อาทิ ถ่ายภาพกีฬา ถ่ายภาพบุคคล เป็นต้น


กล้อง รุ่นใหม่สะท้อนภาพเลนส์เดี่ยวแบบถอดเปลี่ยนเลนส์ได้เหล่านี้พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวทรงทดลองใช้เพื่อศึกษาความก้าวหน้าของกล้องถ่ายภาพ ใช้ในขณะเดียวกันพระองค์ทรงทดลองใช้กล้องคอมแพ็คแบบต่างๆ หลายรุ่น อาทิเช่น

Canon-HIS Lens Canon Zoom EF28-80mm. ,

Canon Autoboy Tele 6 Lens 35-60 mm. f/3.5-5.6. ,

Canon Zoom Xl Lens Zoom 39-85 mm f/3.6-7.3 ,

Ricoh FF-9D Lens 35 mm f/3.5 ,

Pantax AF Zoom 35-70 mm. กับ Minolta Weather Matic 35DL และ Nikon TW Zoom



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจับสลากได้รางวัลกล้อง RICOH EF-9D LENS 35 mm. f 1:35 พอในปีต่อมา จึงทรงพระราชทานเป็นของขวัญจับสลากต่อไป กล้อง PENTAX AF ZOOm 35-70 mm. กับ MONOLTAL WEATHER MATIC 35 DL และ NIKON TW ZOO




จะเห็นได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้ กล้องถ่ายภาพอย่างมากมาย บางชนิดพระองค์จะทรงซื้อด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เอง และไม่ได้เจาะจงว่าใช้กล้องใหม่อยู่เสมอ พอมาระยะหลังหลายบริษัทนำกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพขึ้นทูลเกล้าถวายเนื่องใน วโรกาสต่างๆ พระองค์ทรงทดลองใช้แล้วบางกล้องจะทรงเก็บเอาไว้เป็นกล้องคู่พระหัตถ์ ส่วนกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพอย่างดีที่เหลือก็ได้โปรดพระราชทานได้บุคคลและ หน่วยงานต่างๆ นำไปใช้ประโยชน์ทางการถ่ายภาพต่อไป

” ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พัฒนาประเทศ” ได้รวบรวมภาพถ่ายฝีพระหัตต์ในระหว่างการเสด็จยังสถานที่ต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีความตอนหนึ่งเป็นข้อคิดข้อเตือนใจสำหรับ คนรักการถ่ายภาพดังนี้

” เกี่ยวก้บกล้องถ่ายภาพคู่พระหัตถ์ เคยมีผู้สนใจในวงการถ่ายภาพสงสัยกันอยู่ว่า ทำไมจึงไม่ทรงใช้กล้องถ่ายภาพชนิดเยี่ยมยอดที่มีราคาแพงที่นักถ่ายภาพบางคน เขาใช้กัน เพราะตามความเป็นจริงการที่จะทรงใช้กล้องดีมีคุณภาพสูงเพียงใดก็ย่อมได้ แต่กลับทรงใช้กล้องถ่ายภาพแบบธรรมดาที่ใคร ๆ หาซื้อขายได้ทั่วไปในท้องตลาด ซึ่งพระราชจริยวัตรนี้ มีผู้ใหญ่ในวงการถ่ายภาพอธิบายเป็นการเทิดพระเกียรติว่า ประเทศไทยเราผลิตกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพไม่ได้เลย เราต้องเสียดุลย์การค้าให้กับต่างประเทศเป็นอันมาก จึงควรสังวรณ์ระวังการใช้จ่ายในเรื่องนี้ให้ดีแต่พอเหมาะพอควร ส่วนผู้ที่ทำธุรกิจทางการถ่ายภาพต้องการผลิตงานคุณภาพดี ต้องใช้ของดีราคาแพงนี่เป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้น ผู้ที่ถ่ายภาพกันโดยทั่วไปเพียงแต่ใช้กล้องถ่ายภาพระดับมาตรฐานทำงานได้ อย่างถูกต้องก็เหมาะดีที่สุดแล้ว ความสำคัญเรื่องนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงเป็นแบบอย่างที่วิเศษที่สุด สมควรที่วงการถ่ายภาพทั้งหลายจักได้บำเพ็ญตนเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท เพื่อเป็นศักดิ์สิริมงคลให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจับสลากได้รางวัลกล้อง RICOH EF-9D LENS 35 mm. f 1:35 พอในปีต่อมา จึงทรงพระราชทานเป็นของขวัญจับสลากต่อไป กล้อง PENTAX AF ZOOm 35-70 mm. กับ MONOLTAL WEATHER MATIC 35 DL และ NIKON TW ZOO

-ข้อสังเกต : กล้องรุ่นล่าสุดที่พระองค์ท่าใช้ถ่ายรูปประชาชนเมื่อเสด็จกลับจากรพ.ศิริราช คือรุ่น canon EOS 30D





credit : http://www.thaigov.go.th/pageconfig/blessing/PAGE3/Level_camera.html

http://www.oknation.net/blog/prisanasweetsong/2009/12/14/entry-2

http://licm.org.uk/livingImage/IndexRoom.html

http://en.wikipedia.org/wiki/Linhof
http://atcloud.com/stories/80734 http://atcloud.com/stories/80735
http://en.wikipedia.org/wiki/Hasselblad
http://www.camerapedia.org/wiki/Ikonta#Super_Ikonta

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=samsian&date=13-08-2006&group=1&gblog=12
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=hedgehog&month=04-11-2007&group=22&gblog=7
แก้ไขล่าสุดโดย skymile เมื่อ Sat Dec 07, 2013 12:35, ทั้งหมด 3 ครั้ง


ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: จูอร จูอร
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 07 Sep 2013
ตอบ: 220
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Dec 07, 2013 12:02
[RE: ลำดับกล้องส่วนพระองค์ของพระเจ้าอยู่หัว]

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
(ผมไม่รู้ว่าใครจะรักพ่อรึไม่ แต่ผมคนนึงที่จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายพ่อ มาทำร้ายบ้านของพ่อ พ่อสร้างบ้านนี้มา เพื่อนให้ลูกๆได้อยู่กันอย่างมีความสุข แต่ลูกๆกับมาทะเลาะกันเอง ผมสงสารพ่อ พ่อต้องเสียจัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นแค่ไหน พอเถอะครับ สงสารพ่อบ้างนะครับ พ่อเหนื่อยกับงานมามากแล้ว อย่าให้เหนื่อยกับเรื่องที่ไม่เปนเรื่องอีกเลย)
แก้ไขล่าสุดโดย wcboy เมื่อ Sat Dec 07, 2013 12:22, ทั้งหมด 1 ครั้ง
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน




ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 25 Dec 2008
ตอบ: 2224
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Dec 07, 2013 12:28
[RE: ลำดับกล้องส่วนพระองค์ของพระเจ้าอยู่หัว]
แก้ส่วนที่ 2 หน่อยครับ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2596
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 17299
ที่อยู่: กิเลสท่วมใจทั้งคืนวัน คิดว่าปัญญาเพียงน้อยนิดจะเอาชนะกิเลสได้
โพสเมื่อ: Sat Dec 07, 2013 12:36
[RE: ลำดับกล้องส่วนพระองค์ของพระเจ้าอยู่หัว]
hulehaha พิมพ์ว่า:
แก้ส่วนที่ 2 หน่อยครับ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2596  
แกัเป็น2496แล้วครับ

0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ง.
Status: Glory Glory Man Utd
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 30 May 2010
ตอบ: 25064
ที่อยู่: ...
โพสเมื่อ: Sat Dec 07, 2013 14:20
[RE: ลำดับกล้องส่วนพระองค์ของพระเจ้าอยู่หัว]
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
Eric 'The King' Canto
ออฟไลน์
นักบอล ดิวิชั่น 1
Status: การที่เห็นผมอยู่เฉย ไม่ได้แสดงว่าผมรักชาติน้อยกว่า
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 1478
ที่อยู่: ทำงานอยู่ที่Chonburi
โพสเมื่อ: Sat Dec 07, 2013 16:31
[RE: ลำดับกล้องส่วนพระองค์ของพระเจ้าอยู่หัว]
พ่อเป็นแบบอย่างให้กับคนชอบถ่ายภาพแบบผมเลยแหละ ใช้เท่าที่จำเป็น และพอใจในสิ่งที่ตนมี
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 25 Mar 2009
ตอบ: 87
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Dec 08, 2013 08:33
[RE: ลำดับกล้องส่วนพระองค์ของพระเจ้าอยู่หัว]
ทรงพระเจริญ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: วันนี้ไม่กลัวลำบาก แต่กลัววันข้างหน้าจะลำบากต่างหา
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 Apr 2014
ตอบ: 2161
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Apr 01, 2015 21:45
[RE: ลำดับกล้องส่วนพระองค์ของพระเจ้าอยู่หัว]
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel