ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
แข้งดัทช์ลีก
Status: คนที่ไม่กล้าแม่แต้จะเริ่มต้น จะเป็นคนขี้แพ้ไปตลอดช
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 Sep 2013
ตอบ: 710
ที่อยู่: Old Trafford
โพสเมื่อ: Sun Nov 10, 2013 11:24
“เรื่องราวน่าประทับใจ” ในช่วง “สงคราม”
สงครามเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เป็นแต่ในเรื่องราวของสงครามนั้น ก็ยังมีเรื่องราวน่าประทับใจที่น่าจดจำอยู่บ้างเหมือนกัน

เครื่องบินปล่อยขนม



ในช่วงปี ค.ศ.1948 เป็นช่วงที่ใครอยู่ในประเทศเยอรมันออกจะโชคร้ายกว่าใคร หลังจากที่ประเทศถูกแบ่งแยกท่ามกลางผู้ชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศรัสเซียเองก็ตัดสินใจที่จะตัดช่องทางการคมนาคมทางรถไฟที่ตรงไปยังกรุงเบอร์ลินทั้งหมด ด้วยความหวังว่าจะเกิดการขาดแคลนอาหารในเบอร์ลิน

ในตอนนั้นเอง ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศพันธมิตรอื่นๆ ก็พบว่า พวกเขาสามารถใช้เครื่องบินช่วยขนส่งอาหารได้ จึงได้มีการเริ่มปฎิบัติการที่เรียกว่า “The Berlin Airlift” ซึ่งเครื่องบินรบแทนที่จะปล่อยลูกระเบิด ก็ทำการปล่อยอาหารลงไปยังกรุงเบอร์ลินแทน ถึงตอนนี้ คนในเบอร์ลินก็รอดจากการอดตายแล้ว แต่ยังมีของเล็กๆ น้อยๆ ที่ขาดไป นั่นคือ ขนมหวานสำหรับเด็กๆ

Gail Halvorsen นักบินจากรัฐยูทาห์ รู้สึกสะเทือนใจกับภาพของเด็กๆ ในเหล่ากรุงเบอร์ลินที่ไม่มีขนมหวานไว้กิน เขาจึงยกหมากฝรั่งให้เด็กเหล่านั้นพร้อมกันสัญญาว่า เขาจะกลับมาวันพรุ่งนี้พร้อมกับขนมอีกจำนวนมากมาย หลังจากนั้น Halvorsen ได้ทำการปล่อยช็อคโกแล็ตลงมากับร่มชูชีพอันเล็กๆ ลงมาให้เด็กๆ นอกจากนั้น เขายังขยับปีกเครื่องบินไปมาเพื่อเป็นสัญญาณให้เด็กๆ จำเครื่องบินของเขาได้และเตรียมพร้อมรับฝนช็อคโกแล็ต ทำให้เขาได้รับฉายา “คุณลุงขยับปืก” (Uncle Wiggly Wings) ไปด้วย




อย่างไรก็ตาม การกระทำแบบนี้ของ Halvorsen ถือว่าผิดกฎ และเขาก็ถูกบังคับให้เลิกทำเสีย จนกระทั่งเจ้านายของเขาได้รู้ว่าชาวเยอรมันชอบพวกอเมริกามากขึ้นแค่ไหนจากเหตุการณ์นี้ จึงได้มีการจัดตั้งกลุ่มกองกำลังเครื่องบินที่มีหน้าที่ส่งของหวานจำนวนมากไปให้แก่ชาวเมือง

ถึงแม้ว่าปฎิบัติการนี้จะจบลงในปี ค.ศ.1949 หลังจากที่สหภาพโซเวียตยอมแพ้ เด็กๆ ชาวกรุงเบอร์ลินก็ไม่เคยลืมเรื่องของคุณลุงขยับปีก และชื่อของ Gail Halvorsen ก็ยังเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศเยอรมันในฐานะชายที่ให้ขนมแก่เด็กๆ ถึงขนาดมีโรงเรียนบางแห่งถูกตั้งชื่อขึ้นตามเขาด้วยซ้ำ



George Washington คืนสุนัขให้นายพลแห่งกองทัพอังกฤษ



ถ้า George Washington ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐจะมีศัตรูคู่แค้นสักคน คนๆ นั้นก็คือ William Howe นายพลแห่งกองทัพอังกฤษ ในช่วงสงครามปฎิวัติ กองทัพของ Howe ชนะกองทัพของ Washington หลายครั้งหลายหน จนทำให้ท่านประธานาธิบดีต้องถอยร่นไปเรื่อยๆ

ในเดือนตุลาคม ปีค.ศ.1777 Washington และ Howe พบกันอีกครั้งที่ Germantown รัฐ Pennsylvania ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือดแต่ก็เป็นฝ่ายของ Howe ที่เอาชนะไปได้ โดยฆ่าทหารของฝ่ายอเมริกาไปกว่า 100 คนและจับเป็นนักโทษไว้อีกกว่า 400 คน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะสูญเสียไปมาก ฝ่ายอเมริกาก็จับตัวประกันไว้ได้ นั่นคือ สุนัขพันธุ์เทอร์เรียของนายพล Howe ซึ่งหนีออกมาระหว่างการต่อสู้แล้วมาลงเอยอยู่ที่อีกฝั่ง




เป็นเวลา 2 วันที่นายพลเฝ้าเป็นห่วงว่า พวกอเมริกันที่โหดร้ายจะทำอะไรกับสุนัขของเขาบ้าง แต่หลังจากนั้น 2 วัน เจ้าสุนัขก็วิ่งออกมาจากป่าแล้วกลับไปหา Howe โดยสวัสดิภาพ พร้อมกับข้อความผูกติดมาด้วยว่า “ของขวัญจากนายพล Washington ให้นายพล Howe เขาขอคืนสุนัขตัวนี้ที่บังเอิญมาอยู่ในมือเขาให้ด้วยความยินดี ตามที่ปลอกคอของมันระบุไว้ว่ามันเป็นสุนัขขอองนายพล Howe”

เรื่องของเรื่องก็คือ Washington เป็นคนที่รักสุนัขมาก และถึงแม้ Howe จะฆ่านายทหารของเขาไปหลายร้อยคน เขาก็ไม่สามารถทำใจร้ายเอาเปรียบในสถานะการณ์แบบนี้ได้ เขาถึงกับสั่งให้หยุดยิงเพื่อให้สุนัขวิ่งผ่านไปได้ และนี่คือช่วงเวลาน่าประทับใจระหว่างคนและเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ ส่วนหลังจากนั้นนายพลทั้งสองก็กลับไปสู้รบกับต่ออยู่ดี



สุนัขอังกฤษได้รับยศเป็นนาวิกโยธิน



Just Nuisance (แปลว่าเจ้าตัวน่ารำคาญ) เป็นสุนัขพันธุ์เกรทเดนอาศัยอยู่ที่ฐานทัพกองทัพเรือที่ประเทศแอฟริกาใต้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มันได้ชื่อแบบนี้มาเพราะมันมีนิสัยชอบนอนขวางทางเดินแคบๆ บนสะพานที่เชื่อมจากท่าเรือไปยังบนเรือ และด้วยตัวขนาดสูงใหญ่ถึง 6 ฟุต 6 นิ้ว ทำให้ไม่ง่ายเลยที่จะทำเป็นมองไม่เห็นมัน

อย่างไรก็ตาม เหล่าทหารเรือก็รักเจ้า Nuisance และยอมให้มันตามจากฐานทัพไปยังสถานีรถไฟแถวในท้องที่ บางครั้งเจ้า Nuisance ก็จะนำทางทหารเรือกลับไปยังฐานทัพเมื่อพวกเขาออกไปดื่มกันหนักเกินไปหน่อย หรือเข้าไปช่วยห้ามเมื่อทหารเรือมีเรื่องชกต่อยกันเอง ปัญหาก็คือ พนักงานรถไฟที่ทำงานอยู่ในท้องที่ไม่ค่อยชอบเจ้า Nuisance มากเท่าไหร่นัก และทหารเรือก็มักชอบแอบเอามันขึ้นรถไฟด้วยเสมอๆ



แทนที่จะให้จ่ายค่าเดินทางสำหรับสุนัขเพื่อที่มันจะได้เดินทางอย่างถูกต้อง พนักงานรถไฟตัดสินใจว่า เจ้าสุนัขตัวเกือบเท่าลูกม้านี้จะต้องห้ามขึ้นรถไฟโดยเด็ดขาด ถึงกับตั้งกฏว่าถ้าเห็นเจ้า Nuisance บนรถไฟ จะต้องพามันลงโดยทันที

แต่ทางกองทัพเรือก็มีทางแก้ โดยการลงทะเบียนเจ้า Nuisance เป็นสมาชิกกองทัพเรือเหมือนกับเป็นคนๆ หนึ่งเสียเลย ซึ่งหมายความว่า ไม่ใช่แค่พนักงานรถไฟจะทำอะไรสุนัขตัวนี้ไม่ได้ แต่เจ้าหมา(ไม่)น้อยตัวนี้จะได้รับสิทธิ์ให้นั่งรถไฟได้ฟรีอีกด้วย มีกระทั่งลายเซ็นของเจ้า Nuisance ยืนยันด้วยตัวตน (ลายฝ่าเท้า) มันต้องผ่านการตรวจร่างกายตามขั้นตอน และได้ที่นอนใหม่เป็นเตียงสำหรับทหารเรือ ต่อมามันก็ได้ทำหน้าที่เป็นนาวิกโยธินเต็มตัว และได้รับการฝังศพแบบทหารคนหนึ่งอีกด้วย





กองทัพเรือแต่งตั้งกองทัพไอศกรีม



ในปี ค.ศ.1945 กองทัพเรืองของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ประจำการอยู่ที่มหาสมุทรแปซิฟิกใต้พบกับปัญหา 3 อย่าง อากาศร้อน กำลังใจหดหาย และกองทัพญี่ปุ่นที่ตามจ้องฆ่าอยู่ทั้งวันทุกวัน นั่นเองเป็นตอนที่ James Forrestal เลขานุการแห่งกองทัพเรือได้คิดทางแก้ขึ้นมา นั่นคือ แจกไอศกรีมฟรี


James Forrestal

Forrestal รู้ดีว่าของหวานนี้สำคัญขนาดไหน เขาจริงจังกับเรื่องนี้มากขนาดถึงพูดไว้ว่า “ในความคิดของผมแล้ว ไอศกรีมเป็นสิ่งให้ขวัญกำลังใจที่สำคัญที่สุดที่ถูกละเลยไป” (รวมถึงปัจจัยอื่นๆ นั่นคือเหล้าและหนังสือโป๊ แต่เขาไม่ได้พูดถึง) ไอศกรีมนี้สำคัญมากขนาดนี้ Forrestal สามารถโน้มน้าวใจให้รัฐบาลให้งบถึง 1 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ สำหรับไอศกรีมอย่างเดียว



กองทัพเรือได้ออกแบบเรือบรรทุกให้เป็นเหมือนกับร้านไอศกรีมลอยน้ำ พร้อมกับตู้แช่เย็นขนาดยักษ์ที่พร้อมเดินทางไปทุกที่ในมหาสมุทรแปซิฟิก เรือลำนี้สามารถผลิตไอศกรีมได้ 10 แกลลอนในทุกๆ 7 วินาที ซึ่งต่อมาก็พิศูจน์ได้ว่าเรือบรรทุกไอศกรีมนี้ประสบความสำเร็จในการรับใช้เหล่าหทารเรือ



แมวได้รับเหรียญจากการจับหนูคอมมิวนิสต์



และอีกครั้งกับกองทัพเรือที่นอกจากจะรักสุนัขแล้วยังรักแมวอีกด้วย ขอแนะนำให้รู้จัก Simon แมวที่อาศัยอยู่บนเรือ HMS Amethys เรือของกองทัพนาวิกโยธินแห่งประเทศอังกฤษ

หลังจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 Simon ก็ได้รับเลี้ยงดูโดยกัปตันเรือ แต่เรื่องของเราจริงๆ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 เมษายน ค.ศ.1949 เมื่อเรือกำลังเดินทางไปยังแม่น้ำแยงซีเกียง และเกิดติดอยู่กลางสงครามในประเทศจีน พรรคคอมมิวนิสต์จีนฆ่าลูกเรือ 22 คน รวมถึงกัปตัน ส่วนพวกที่เหลือถูกล้อมไว้แล้วจับเป็นตัวประกัน

นอกจากนั้น เรือ Amethyst ได้กลายเป็นแหล่งเพาะหนูเมื่อมันติดอยู่ที่ท่าเรือไปไหนไม่ได้ หนูพวกนี้เข้ายึดครองเรือและกัดกินเสบียงอาหารที่เหลืออยู่ ซึ่งนี่กลายเป็นปัญหาใหญ่เพราะทหารที่เจ็บและเหนื่อยล้าที่เหลือไม่สามารถขอให้จีนปล่อยตัวพวกเขากลับไปยังประเทศอังกฤษโดยเร็วได้



นี้คือตอนที่ Simon เข้ามามีบทบาท ทั้งๆ ที่มันได้รับบาดเจ็บหนักจากสะเก็ดระเบิด มันก็เริ่มภารกิจจับหนูที่อยู่บนเรือทีละตัวๆ ในขณะที่กัปตันเรือคนใหม่กำลังป่วย นี่เป็นการช่วยลูกเรือจากการขาดเแคลนเสบียง นอกจากนั้น ยังเป็นทำให้กัปตับคนใหม่ซาบซึ้งใจอีกด้วย เขาได้เขียนเอาไว้ว่า Simon ปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดีและเป็นขวัญกำลังใจอย่างมาก และด้วยการเสนอของกัปตัน Simon ก็ได้รับเหรียญตรา Dickin Medal ซึ่งเป็นเหรียญเกียรติยศสำหรับสัตว์ และกลายเป็นแมวดังไปทันที


Credit : Everyday.com
=====================================
เข้าไปแวะชมผลงานที่ผ่านมาได้ ตาม Link ข้างล่าง ครับ

@@ รวมกระทู้ รูปสวยๆ อาร์ตๆ แปลกๆ
@@ รวมบทความ สาระความรู้ ประวัติศาสตร์ เรื่องลี้ลับ เรื่องเหลือเชื่อ ที่สุดในโลก
@@ รวมบทความดีๆ ข้อคิด คติสอนใจ คำคม แรงบันดาล เพื่อใช้ในการดำเนินชีวิต
@@ รวมสถานที่สวยงาม แปลกตา รอบโลก



ขอบคุณครับ
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ

'We're not bad people. We just come from a bad place.'
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 7480
ที่อยู่: Ok,bye!
โพสเมื่อ: Sun Nov 10, 2013 11:41
[RE: “เรื่องราวน่าประทับใจ” ในช่วง “สงคราม”]
เครื่องบินปล่อยขนม
งานวันเด็ก
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบจ.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 2999
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Nov 10, 2013 12:05
[RE: “เรื่องราวน่าประทับใจ” ในช่วง “สงคราม”]
น้องแมว
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel