BLOG BOARD_B
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line ID: @saless เบอร์โทรศัพท์ 0654695416 , 0654693944 โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 Sep 2013
ตอบ: 6689
ที่อยู่: บนเก้าอี้
โพสเมื่อ: Tue Oct 22, 2013 03:16
ถูกแบนแล้ว
สงครามพม่า-อังกฤษ ครั้งที่ 1
สงครามพม่า-อังกฤษครั้งที่ 1
(Pagoda War, First Anglo-Burmese War)




เป็นสงครามระหว่างจักรวรรดิอังกฤษกับราชวงศ์อลองพญาของพม่า เป็นระยะเวลา 2 ปี ในระหว่าง ค.ศ. 1824-1826 ถือเป็นสงครามครั้งแรกของสงครามพม่า-อังกฤษ ซึ่งเกิดขึ้นทั้งหมด 3 ครั้ง รวมทั้งครั้งนี้

สงครามครั้งนี้เกิดจาก พม่าได้ครอบครองแคว้นอัสสัมของอินเดียได้สำเร็จ ในรัชสมัยพระเจ้าจักกายแมง ก็ต้องเผชิญหน้ากับจักรวรรดิอังกฤษที่กำลังอยู่ในระหว่างล่าอาณานิคมอยู่ในรัชสมัยสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งในช่วงเวลานั้นอังกฤษก็กำลังคุกคามอินเดียอยู่

ในระยะแรก กองทัพอังกฤษยังไม่จัดเจนในการสงครามครั้งนี้ เนื่องจากไม่คุ้นกับสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศ และยุทธวิธีการรบ แต่ทว่า ผลของการสู้รบมาถึงจุดพลิกผันที่ให้ถึงที่สิ้นสุดเอาเมื่อถึงวันที่ 1-14 ธันวาคม ค.ศ. 1824 ซึ่งเป็นสมรภูมิในปริมณฑลย่างกุ้ง มหาบัณฑุละ แม่ทัพใหญ่ของฝ่ายพม่า ซึ่งนำกองกำลังประมาณ 60,000 นาย จากกรุงรัตนปุระอังวะ ซึ่งเป็นเมืองหลวง

และได้ปะทะกับกองทัพอังกฤษ ซึ่งประกอบด้วย ทหารสัญชาติอังกฤษไม่เกิน 1,300 นาย และทหารแขก (ซีปอย) 2,500 นาย ในเวลาเพียง 15 วัน กองทัพพม่าสูญเสียเป็นอย่างยิ่ง จนมหาบัณฑุละเหลือกำลังทหารเพียง 7,000 นายเท่านั้น ต้องถอยร่นไปตั้งรับที่เมืองดนูพยู หรือทุนพยู จนลำน้ำปันฮะลาย ซึ่งเป็นลำน้ำสำคัญที่ตัดออกสู่แม่น้ำอิระวดี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายใหญ่

มหาบัณฑุละใช้ยุทธวิธีการรบแบบสมัยโบราณ ที่เคยกระทำใช้ได้ผลสำเร็จมาแล้วในการรบแต่ละครั้งในประวัติศาสตร์ภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ คือ การตั้งค่ายและป้อมปืนขึ้นริมน้ำทั้งสองฟากเพื่อดักยิงเรือของข้าศึกที่ผ่านมา แต่ด้วยเทคโนโลยีทางอาวุธที่ทันสมัยกว่าและระเบียบวิธีการรบของกองทัพอังกฤษ มหาบัณฑุละเป็นฝ่ายแพ้อย่างยับเยิน และหลังจากนั้นในวันที่ 1 เมษายน ปีถัดมา มหาบัณฑุละก็เสียชีวิตลงด้วยสะเก็ดปืนใหญ่ระเบิดที่เมืองดนูพยูนั่นเอง เมื่อถูกฝ่ายอังกฤษใช้ปืนใหญ่ที่ทันสมัยกว่ารวมทั้งปืนครก ขึ้นตั้งเป็นหอรบระดมยิงกระหน่ำค่ายของพม่า

เนี่ย แบบเนี่ยระดมยิงเข้าไป

สงครามสิ้นสุดลงที่การทำสนธิสัญญายันดาโบ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1826 ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญ คือ อังกฤษจะผนวกเอาอะระกันและตะนาวศรี ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญด้านทะเลอันดามันไปเป็นสิทธิ์ขาดอย่างที่จะเรียกเอาคืนไม่ได้ พร้อมทั้งพม่าต้องสัญญาว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการของดินแดนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ คือ แคว้นอัสสัม, กะจาร์, ซินเตีย และมณีปุระ ซึ่งภายหลัง อังกฤษผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของบริติชราช ซึ่งปกครองโดย ข้าหลวงใหญ่ของอังกฤษที่กัลกัตตา

นอกจากนี้แล้ว พม่ายังต้องชดใช้ค่าปฏิกรรมสงครามให้อังกฤษเป็นจำนวนเงิน 2,000,000 ปอนด์สเตอร์ลิง และต้องยอมให้อังกฤษตั้งสถานกงสุลขึ้นในกรุงรัตนปุระอังวะ ซึ่งมี จอห์น ครอว์ฟอร์ด เป็นกงสุลคนแรก


ซึ่งสงครามครั้งนี้ ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่ออาณาจักรอังวะ หรือ ราชวงศ์อลองพญา ที่ถือได้ว่ามีอำนาจสูงสุดในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ขณะนั้น ซึ่งนับจากนี้ต่อไป พม่าไม่อาจจะแสดงอิทธิพลหรือแผ่แสนยานุภาพใด ๆ อีกต่อไป และนำไปสู่การสิ้นสุดลงของราชวงศ์อลองพญา ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายในประวัติศาสตร์พม่า และถือเป็นสิ้นสุดของระบอบราชาธิปไตยของพม่าในปี ค.ศ. 1885 หลังสิ้นสุดสงครามพม่า-อังกฤษ ครั้งที่ 3


พระเจ้าสีป่อกษัตริย์แห่งราชวงศ์อลองพญา และเป็นองค์สุดท้ายของพม่า ถูกบังคับให้สละราชสมบัติและเนรเทศไปอยู่ที่เมืองรัตนคีรี ประเทศอินเดีย

นอกจากนี้แล้ว สงครามครั้งนี้ ยังได้ส่งอิทธิพลถึงระบอบจารีตการปกครองของชนชั้นปกครองต่าง ๆ ในภูมิภาคแถบนี้ เช่น กรุงรัตนโกสินทร์ เนื่องจากนับได้ว่าเป็นการล่าอาณานิคมครั้งแรกของชาติตะวันตกในภูมิภาคแถบนี้อย่างชัดเจนที่สุด เพราะได้มีความปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว


รัชกาลที่ 1 นั้นเอง


ความว่า พม่าสู้อังกฤษไม่ได้เลย ต้องยอมทำสัญญาและไถ่เมืองคืนคิดเป็นเงินตราได้แสนชั่ง และเสียเมืองต่าง ๆ ให้แก่อังกฤษ ซึ่งครั้งนั้น เงินในท้องพระคลังหลวงของพม่ามีไม่พอใช้ ต้องเรี่ยไรจากราษฎรใช้หนี้อยู่นานถึง 30 ปี ซึ่งนำไปสู่การผ่อนปรนท่าทีจากเคยแข็งกร้าวเป็นประนีประนอมต่อชาติตะวันตกในเวลาต่อมา

เดะมีครั้งที่สอง ที่สาม ตามมาน่ะครัช

ที่มา แฟนเพจ สงคราม ประวัติศาสตร์ +รูปบางส่วนจากกูเกิ้ล
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 1702
ที่อยู่: Souvlaki Space Station
โพสเมื่อ: Tue Oct 22, 2013 12:47
[RE: สงครามพม่า-อังกฤษ ครั้งที่ 1]
พม่าเค้ากล้าไปปะ
ท้ารบอังกฤษเนี่ย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 Sep 2013
ตอบ: 6689
ที่อยู่: บนเก้าอี้
โพสเมื่อ: Tue Oct 22, 2013 12:51
ถูกแบนแล้ว
[RE: สงครามพม่า-อังกฤษ ครั้งที่ 1]
MigkyTheHalf พิมพ์ว่า:
พม่าเค้ากล้าไปปะ
ท้ารบอังกฤษเนี่ย  


ก็สมัยนั้น พม่ากลังห้าวๆไง ถ้าจำไม่ผิด เหมือนจะพึ่งทำสงครามกับไทย ไอ้ สงคราม 9 ทัพ มั้งน่ะ ไม่แน่ใจ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวซัลโวฟุตบอลโลก
Status: JAA my KamiOshi is now but SMKT..LOVE FOREVER
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 5348
ที่อยู่: ง่ายกินง่าย
โพสเมื่อ: Tue Oct 22, 2013 13:41
[RE: สงครามพม่า-อังกฤษ ครั้งที่ 1]
[S]pecial[K]illz พิมพ์ว่า:
MigkyTheHalf พิมพ์ว่า:
พม่าเค้ากล้าไปปะ
ท้ารบอังกฤษเนี่ย  


ก็สมัยนั้น พม่ากลังห้าวๆไง ถ้าจำไม่ผิด เหมือนจะพึ่งทำสงครามกับไทย ไอ้ สงคราม 9 ทัพ มั้งน่ะ ไม่แน่ใจ  


หลังสงครามเก้าทัพ พม่าก็เกรง ไม่กล้าจัดหนักกับสยามอีก เลยหันไปขยายดินแดนทางอื่นแทน แต่ทีนี้ดันไปเจอเข้า เมื่อดินแดนที่ติดกันโดนอังฏฤษยึดไปแล้ว พวกชนกลุ่มน้อยรอบๆก็ถือโอกาสอพยพเข้าไปอยู่เขตอังกฤษ พม่าพยายามรุกไล่ อังกฤษเลยถือโอกาสทำสงคราม และใช้อาวุธที่เหนือกว่าสยบราชวงศ์คองบองอย่างราบคาบ แม่ทัพใหญ่ก็ตายในที่รบด้วย

หากสีป่อ(ธีบอ)เก่งเหมือนมินดง(องค์พ่อ) พม่าคงไม่มีวิบากกรรมยาวนานขนาดนี้แน่
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel