ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย

เพจ Soccersuck โดนปิดอีกแล้ว

ขอแรงสมาชิก ช่วยตามไปกดติดตามเพจใหม่ เพื่ออัพเดทข่าวฟุตบอลก่อนใคร ด้วยจ้า



ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status: Extreme Of Life
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 3234
ที่อยู่: ขนำท้ายไร่
โพสเมื่อ: Tue Oct 01, 2013 11:25
ยุคสมัยของ เซอร์ อเล็กซ์ : ช่วงเข้ารับตำแหน่ง


ในฤดูใบไม้ร่วงปี 1986 เงามืดกำลังแผ่ขยายปกคลุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่พ่ายแพ้ต่อเซาแธมป์ตันไป 1 - 4 ร่วงตกรอบลีก คัพ ทีมปีศาจแดงก็ทำผลงานย่ำแย่ในลีกด้วยการตกไปอยู่ในโซนหนีตกชั้น ทางสโมสรต้องการกลับคืนสู่ความยอดเยี่ยมให้ได้นับตั้งแต่ เซอร์ แมตต์ บัสบี้ สละบัลลังก์ บอร์ดบริหารของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงตัดสินใจว่าถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว

ตลอด 5 ปีในการคุมทีม รอน แอตกินสัน พาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ 2 สมัย และก็ไม่เคยทำทีมจบอันดับต่ำกว่าที่ 4 ในลีกเลย แต่ถึงกระนั้นบิ๊กรอนก็ไม่เคยพาทีมจบ 2 อันดับแรกได้เลยเช่นกัน

"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่คาดหวังถึงมาตรฐานที่สูงอยู่ตลอด" มาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส์ ประธานสโมสรในช่วงนั้นย้อนรำลึก "รอนอยู่กับเรามา 5 ฤดูกาล และเขาก็ทำผลงานได้ดี แต่เมื่อในฤดูกาลนั้นทุกอย่างเริ่มเป็นไปแบบผิดที่ผิดทาง เราก็ตัดสินใจที่ต้องเปลี่ยนแปลง หลังจบเกมที่เซาแธมป์ตัน ซึ่งผมคิดว่าเราน่าจะอยู่สักอันดับ 21 ได้ในลีก เราจึงประชุมกันทันทีระหว่างบินกลับเมืองแมนเชสเตอร์ และทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้วในตอนนั้น"

"มันเป็นเรื่องยากที่จะบอกเรื่องนี้กับรอน นั่นเพราะเขาไม่เคยพบกับความล้มเหลวมาก่อนเลย และก็เป็นคนที่มีความกระตือรือร้นมาก มันไม่ใช่เรื่องง่ายในการไปบอกผู้จัดการทีมสักคนว่าคุณตกงานแล้ว มันค่อนข้างยากเลยล่ะ แต่เราก็ต้องใช้เหตุผลที่ดีไปบอกกับเขา นั่นทำให้มันไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด"

เมื่อฤดูกาลก่อนหน้านั้น เขาพาทีมเปิดฉากด้วยการชนะ 10 นัดรวดในลีก แต่หลังจากนั้นทีมปีศาจแดงก็ทำแต้มหลุดมือบ่อยครั้ง สุดท้ายก็ต้องจบที่อันดับ 4 ในช่วงหลายเดือนแรกของฤดูกาล 1986/87 พวกสื่อก็เริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับอนาคตของแอตกินสันกันแล้วด้วยเหมือนกัน

เริ่มมีการหาตัวแทนในตำแหน่งของเขาตั้งแต่ยังไม่ถูกปลดออกจากตำแหน่งด้วยซ้ำ แฟร้งค์ คีทติ้ง จาก The Guardian มองถึงรายชื่ออย่าง ไบรอัน คลัฟ, ฮาวเวิร์ด เคนดัลล์, ดอน ฮาว และแม้กระทั่ง ไบรอัน ร็อบสัน ในฐานะผู้เล่น-ผู้จัดการทีม บางคนก็มองว่า เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ เป็นตัวเก็ง แต่สำหรับบอร์ดบริหารแล้ว พวกเขามองถึงชายคนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นที่พูดถึงในลิสต์ที่ว่ามานี้เลย

"มันมีอาจจะมีหลายรายชื่อที่ถูกนึกถึง โดยเฉพาะกับคนที่ทำผลงานได้ดีในช่วงนั้น แต่ไม่มีใครสักคนเลยที่เรานำมาพิจารณากันอย่างจริงจัง" เอ็ดเวิร์ดส์เล่าความหลัง "มันเป็นการตัดสินใจอย่างเป็นเอกฉันท์จากบอร์ดบริหารในการเลือก อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เขาคือตัวเลือกที่พวกเราทุกคนเห็นพ้องต้องกัน"

"เราเจอกับเขาครั้งแรกตอนที่เราเซ็นสัญญา กอร์ดอน สตรัคคั่น มาจากอเบอร์ดีน ตอนนั้นกอร์ดอนเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับโคโลญจน์ไปแล้ว และเราก็ต้องการดึงตัวเขามาจากดีลในครั้งนั้นให้ได้ และอเล็กซ์ก็เข้ามาจัดการกับเรื่องนี้ เขาช่วยผลักดันให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาอยากให้กอร์ดอนย้ายมาอยู่ที่นี่เพราะมันจะทำให้อเบอร์ดีนได้เงินมากกว่าเดิม เขามีส่วนช่วยเราได้มาก และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่เราได้ทำความรู้จักกับเขา"

"เรารู้ดีว่าเขาทำผลงานได้ดีแค่ไหนในการแย่งแชมป์จากทั้งกลาสโกว์ เรนเจอร์ส และเซลติก แถมเขายังคว้าแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ 1983 ด้วยการเอาชนะเรอัล มาดริด ได้อีกด้วย นี่คือสิ่งยืนยันถึงฝีมือของเขาเป็นอย่างดี ตอนที่เราเจอกับเขา เราสัมผัสได้ถึงไฟที่ลุกโชนในตัวเขา เช่นเดียวกับการจัดการกับเรื่องต่างๆ นั่นยิ่งตอกย้ำเข้าไปอีกเลยว่าเขาเป็นคนที่น่าประทับใจแค่ไหน"

แม้ว่าทุกคนจะลงความเห็นกันได้แล้ว แต่การคว้าตัวเขามาทำทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันใดๆ ทั้งสิ้นว่าเฟอร์กูสันจะต้องการย้ายมาที่นี่จริงหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขากำลังไปได้สวยกับงานคุมทีมในบ้านเกิดของเขาอยู่ด้วย

"เราไม่ต้องการจบเรื่องนี้แบบหน้าแตก" เอ็ดเวิร์ดส์ยอมรับ "เราเลยตัดสินใจว่าจะหาคำตอบก่อนว่าอเล็กซ์พร้อมจะมาร่วมงานกับเราหรือไม่ ดังนั้น ไมค์ เอเดลสัน หนึ่งในทีมผู้บริหารของเราจึงได้โทรศัพท์ไปยังสโมสรอเบอร์ดีน และพูดคุยด้วยสำเนียงสก็อตติช แถมยังอ้างชื่อปลอม (ใช้ชื่อ อลัน กอร์ดอน เลขาส่วนตัวของ กอร์ดอน สตรัคคั่น) บอกว่าต้องการขอสาย อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จากนั้นอเล็กซ์ก็เข้ามาคุย ไมค์บอกว่ามีคนต้องการคุยอะไรกับเขาเล็กน้อย จากนั้นก็โอนสายมาให้ผม เรานัดเจอกับเขาในช่วงบ่ายวันนั้นเลยที่สก็อตแลนด์ มันค่อนข้างเป็นการเจอกันแบบลับๆ ผม, ไมค์, บ็อบบี้ (ชาร์ลตัน) และ มัวริซ (วัตกิ้นส์) ไปพบกับเขาที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง แล้วเขาก็พาเราไปนั่งคุยกันที่บ้านน้องสะใภ้ของเขา และหลังจากที่ได้คุยกัน เราก็ยิ่งมั่นใจว่านี่คือคนที่เราต้องการตัวจริงๆ

"แต่สุดท้ายเราก็ต้องรอคำตอบจากประธานสโมสรของพวกเขาก็คือ ดิ๊ค โดนัลด์ ซึ่งอนุญาตให้เขาย้ายออกจากทีมได้ อเล็กซ์บอกว่าเขาได้ทำข้อตกลงกับประธานสโมสรเอาไว้ว่าเขาสามารถย้ายออกไปได้หากว่ามีทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ติดต่อเข้ามา ในสัญญาของอเล็กซ์ระบุเอาไว้ว่าเขาสามารถย้ายไปคุมทีมใหญ่ได้ และ ดิ๊ค โดนัลด์ ก็เคยบอกไว้ด้วยว่า 'คุณสามารถย้ายออกไปได้หากทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ติดต่อเข้ามา' นั่นไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย จากนั้นผมก็โทรหาโดนัลด์ ในวันต่อมา และเขาก็ยินดีที่จะมาพบกับผม"

โดนัลด์ยังคงพยายามที่จะรั้งตัวกุนซือคนเก่งของเขาไว้ด้วยการเสนอให้เซอร์ อเล็กซ์ ได้สิทธิ์ถือหุ้นสโมสร แต่ก็ไร้ประโยชน์ การเจรจาสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างรวดเร็ว และเราก็เริ่มพูดคุยกันถึงเรื่องการขออนุญาตนำตัวเขามาคุมทีม มันใช้เวลาไม่นานเลย เซอร์ อเล็กซ์เองยอมรับถึงเรื่องนี้เอาไว้ใน Managing My Life หนังสืออัตชีวประวัติของเขาด้วยว่า "มันประเมินค่าไม่ได้เลยที่ผมได้เป็นแคนดิเดตแต่เพียงผู้เดียว และผมก็ดีใจกับมันมากด้วย"

2 วันหลังจากที่เซ็นสัญญากับทีม เฟอร์กูสันก็เริ่มต้นเกมแรกของเขาด้วยการแพ้ต่ออ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ไป 0 - 2 มันเป็นผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นเพราะสภาพความฟิตที่ย่ำแย่ของนักเตะในทีมอย่างที่เขาได้บอกเอาไว้ มันเป็นผลพวงมาจากวัฒนธรรมการดื่มของทีมที่ฝังลึกกับสโมสรไปแล้วในตอนนั้น กุนซือชาวสก็อตได้พูดกับลูกทีมเกี่ยวกับเรื่องนี้ในโรงยิมที่สนามซ้อมเดอะ คลิฟฟ์

"ผมมีเป้าหมายง่ายๆ เลยคือการกอบกู้ชื่อเสียงของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่แทบจะเป็นสโมสรสังสรรค์มากกว่าสโมสรฟุตบอลในเวลานั้น" เขาเขียนเอาไว้ "ผมบอกกับพวกเขาว่าทุกคนต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเอง เพราะผมจะไม่ยอมเปลี่ยนตัวผมเองแน่นอน"

หลังจากนั้นสภาพร่างการของนักเตะในทีมก็ดีขึ้นอย่างชัดเจน และเขาก็ยังเป็นผู้ฟื้นฟูระบบการพัฒนานักเตะเยาวชน รวมถึงทีมแมวมองด้วย ในเวลานั้น ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส มาเตะในโอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นเกมเหย้านัดแรกของเฟอร์กูสัน เขาได้เขียนลงในคอลัมน์ United Review เป็นครั้งแรกโดยมีเนื้อหาตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นอันหนักแน่นของเขา

"การมารับงานให้กับสโมสรใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือเป็นงานที่สุดยอด" คือประโยคแรกในบทความของเขา จากนั้นเขาก็กล่าวต่ออย่างจริงจังว่า "ผมไม่ค่อยสนใจนักว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่นี่มาก่อนบ้าง ไม่ใช่ว่าผมไม่เคารพถึงความยิ่งใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้หรอกนะ นั่นเป็นเพราะเป้าหมายหนึ่งเดียวในตอนนี้คือการเดินไปข้างหน้าต่างหาก สิ่งเดียวที่สโมสรแห่งนี้ต้องการก็คือการคว้าแชมป์ นี่เป็นวิธีเดียวที่จะจัดการกับผีร้ายที่ตามหลอกหลอนเรามาตลอดในอดีต"

"มันจะต้องมีจุดเริ่มต้นเสมอ และผมก็คิดว่าการคว้าแชมป์นั้นเป็นเรื่องที่เหมาะสมสำหรับอนาคตของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ความสำเร็จมันเป็นอะไรที่จะต้องค่อยๆ สะสมขึ้นมา เหมือนอย่างที่ผมค้นพบที่อเบอร์ดีน... มันไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำได้เพียงชั่วข้ามคืน มันจะต้องใช้เวลาสัก 2 - 3 เดือนกว่าที่ผมจะสร้างความสัมพันธ์กับนักเตะภายในทีมได้ แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่ผมจะพยายามทำให้ได้เร็วที่สุด และผมก็จะเต็มที่กับทุกนาทีที่นี่"


credit:redarmyFc.com


ตรงที่เป็นสีแดง ผม ไฮไลท์ไว้ เพราะผมชอบที่ว่า ถึง แม้ จะเป็นน การเริ่มต้นด้วยนัดแรกที่แพ้ แต่เขาก็ไม่ได้ยอมแพ้แม้แต่น้อยเลย มันแสดงให้เห็นว่าตราบใด ที่ยังไม่โดนไล่ออก หรือ และ พ้นจากเก้าอีก เขาก็จะต้องพิสูจนืให้เห็นว่า เขา คือคนนที่เหมาะสมที่สุด สำหรับ ยูไนเต็ด
แก้ไขล่าสุดโดย ใบไผ่ฟ้า เมื่อ Tue Oct 01, 2013 11:44, ทั้งหมด 3 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 21 Aug 2006
ตอบ: 67
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Oct 01, 2013 11:43
[RE: ยุคสมัยของ เซอร์ อเล็กซ์ : ช่วงเข้ารับตำแหน่ง]
ยอดคน
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
RED ARMY

ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 Sep 2013
ตอบ: 100
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Oct 01, 2013 11:46
[RE: ยุคสมัยของ เซอร์ อเล็กซ์ : ช่วงเข้ารับตำแหน่ง]
ตวามสำเร็จมันต้องค่อยๆสะสมไม่ใช่ใช้เวลาชั่วข้ามคืน

0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Jan 2008
ตอบ: 1926
ที่อยู่: MunChEn GeRmANy
โพสเมื่อ: Tue Oct 01, 2013 11:47
[RE: ยุคสมัยของ เซอร์ อเล็กซ์ : ช่วงเข้ารับตำแหน่ง]
2 วันหลังจากที่เซ็นสัญญากับทีม เฟอร์กูสันก็เริ่มต้นเกมแรกของเขาด้วยการแพ้ต่ออ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ไป 0 - 2 มันเป็นผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นเพราะสภาพความฟิตที่ย่ำแย่ของนักเตะในทีมอย่างที่เขาได้บอกเอาไว้ มันเป็นผลพวงมาจากวัฒนธรรมการดื่มของทีมที่ฝังลึกกับสโมสรไปแล้วในตอนนั้น กุนซือชาวสก็อตได้พูดกับลูกทีมเกี่ยวกับเรื่องนี้ในโรงยิมที่สนามซ้อมเดอะ คลิฟฟ์

เกมส์แรกแพ้ มันทำให้กลับมาคิดทบทวนว่าทำไมถึงแพ้ได้
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
FC HoLLYwOOD

ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 865
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Oct 01, 2013 11:52
[RE: ยุคสมัยของ เซอร์ อเล็กซ์ : ช่วงเข้ารับตำแหน่ง]
ยอมรับโดยไม่มีข้อแม้ว่ายุคของป๋าแกทำทีมได้โหดดีจริงๆ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
เวลาคนเราเลือกข้าง...ความเป็นธรรมกับความถูกต้องมันจะไม่อยู่กับสิ่งที่ไม่ใช่ข้าง
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 29 Apr 2009
ตอบ: 8691
ที่อยู่: Promised Land
โพสเมื่อ: Tue Oct 01, 2013 12:34
[RE: ยุคสมัยของ เซอร์ อเล็กซ์ : ช่วงเข้ารับตำแหน่ง]
Zerotour พิมพ์ว่า:
2 วันหลังจากที่เซ็นสัญญากับทีม เฟอร์กูสันก็เริ่มต้นเกมแรกของเขาด้วยการแพ้ต่ออ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ไป 0 - 2 มันเป็นผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นเพราะสภาพความฟิตที่ย่ำแย่ของนักเตะในทีมอย่างที่เขาได้บอกเอาไว้ มันเป็นผลพวงมาจากวัฒนธรรมการดื่มของทีมที่ฝังลึกกับสโมสรไปแล้วในตอนนั้น กุนซือชาวสก็อตได้พูดกับลูกทีมเกี่ยวกับเรื่องนี้ในโรงยิมที่สนามซ้อมเดอะ คลิฟฟ์

เกมส์แรกแพ้ มันทำให้กลับมาคิดทบทวนว่าทำไมถึงแพ้ได้  


ก็เพราะว่าก่อนป๋าจะเข้ามาเรื่องวินัยเป็นอะไรที่ย่ำแย่สุดๆของทีม
แล้ว การเข้ามารับงานในสภาพแย่สุดๆ ด้วยการออกไปเยือนแล้วแพ้เนี่ย..มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอะไรมากมาย มันสามารถเกิดขึ้นได้ไม่ยากเลยด้วยซ้ำจากสถานการณ์ต่อเนื่อง แต่หลังจากนั้นป๋าเปลี่ยน..วิถีทางของสโมสร

แม้แต่ยอดโค้ชที่ได้รับการยอมรับอย่าง กวาร์ดิโอล่า เข้ามาคุมยอดทีมอย่างเสือใต้ที่มีทรัพยากรนักเตะดีต่อเนื่องจากการประสบความสำเร็จ คุมนัดแรกยังแพ้ดอร์ทมึนด์ได้เลย เรื่องแพ้มันเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน วิสัยทัศน์ กับ การเปลี่ยนแปลงในทางบวกต่างหากคือของจริง
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status: Extreme Of Life
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 3234
ที่อยู่: ขนำท้ายไร่
โพสเมื่อ: Tue Oct 01, 2013 12:42
[RE: ยุคสมัยของ เซอร์ อเล็กซ์ : ช่วงเข้ารับตำแหน่ง]
MANCUNIENX พิมพ์ว่า:
Zerotour พิมพ์ว่า:
2 วันหลังจากที่เซ็นสัญญากับทีม เฟอร์กูสันก็เริ่มต้นเกมแรกของเขาด้วยการแพ้ต่ออ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ไป 0 - 2 มันเป็นผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นเพราะสภาพความฟิตที่ย่ำแย่ของนักเตะในทีมอย่างที่เขาได้บอกเอาไว้ มันเป็นผลพวงมาจากวัฒนธรรมการดื่มของทีมที่ฝังลึกกับสโมสรไปแล้วในตอนนั้น กุนซือชาวสก็อตได้พูดกับลูกทีมเกี่ยวกับเรื่องนี้ในโรงยิมที่สนามซ้อมเดอะ คลิฟฟ์

เกมส์แรกแพ้ มันทำให้กลับมาคิดทบทวนว่าทำไมถึงแพ้ได้  


ก็เพราะว่าก่อนป๋าจะเข้ามาเรื่องวินัยเป็นอะไรที่ย่ำแย่สุดๆของทีม
แล้ว การเข้ามารับงานในสภาพแย่สุดๆ ด้วยการออกไปเยือนแล้วแพ้เนี่ย..มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอะไรมากมาย มันสามารถเกิดขึ้นได้ไม่ยากเลยด้วยซ้ำจากสถานการณ์ต่อเนื่อง แต่หลังจากนั้นป๋าเปลี่ยน..วิถีทางของสโมสร

แม้แต่ยอดโค้ชที่ได้รับการยอมรับอย่าง กวาร์ดิโอล่า เข้ามาคุมยอดทีมอย่างเสือใต้ที่มีทรัพยากรนักเตะดีต่อเนื่องจากการประสบความสำเร็จ คุมนัดแรกยังแพ้ดอร์ทมึนด์ได้เลย เรื่องแพ้มันเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน วิสัยทัศน์ กับ การเปลี่ยนแปลงในทางบวกต่างหากคือของจริง  


สิ่ง นี้ล่ะที่ผมกำลังรอดูจากเดวิดมอย มันไม่ใช่ผลการแข่งขันสำหรับฤดูกาลนี้ แต่สิ่งที่ผมรอดูคือ แนวทาง และลักษณะการเล่น เพราะมันจะบ่งบอกถึงว่า มอย สามารถมองเห็นความสามารถและ การประยุกต์นักเตะในแต่ละคนแต่ละตำแหน่งได้ ถึงแม้ว่าปีนี้ยูไนเต็ดจะไม่มีสักแชมป์ติดมือมาเลย แต่สิ่งที่ผมอยากมองเห็นคือ มอย สามารถ มองทะลุ นักเตะ และแบบแผน การเล่นของแต่ละคน ได้ในท้ายที่สุด
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 29 Apr 2009
ตอบ: 8691
ที่อยู่: Promised Land
โพสเมื่อ: Tue Oct 01, 2013 13:00
[RE: ยุคสมัยของ เซอร์ อเล็กซ์ : ช่วงเข้ารับตำแหน่ง]
ใบไผ่ฟ้า พิมพ์ว่า:
MANCUNIENX พิมพ์ว่า:
Zerotour พิมพ์ว่า:
2 วันหลังจากที่เซ็นสัญญากับทีม เฟอร์กูสันก็เริ่มต้นเกมแรกของเขาด้วยการแพ้ต่ออ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ไป 0 - 2 มันเป็นผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นเพราะสภาพความฟิตที่ย่ำแย่ของนักเตะในทีมอย่างที่เขาได้บอกเอาไว้ มันเป็นผลพวงมาจากวัฒนธรรมการดื่มของทีมที่ฝังลึกกับสโมสรไปแล้วในตอนนั้น กุนซือชาวสก็อตได้พูดกับลูกทีมเกี่ยวกับเรื่องนี้ในโรงยิมที่สนามซ้อมเดอะ คลิฟฟ์

เกมส์แรกแพ้ มันทำให้กลับมาคิดทบทวนว่าทำไมถึงแพ้ได้  


ก็เพราะว่าก่อนป๋าจะเข้ามาเรื่องวินัยเป็นอะไรที่ย่ำแย่สุดๆของทีม
แล้ว การเข้ามารับงานในสภาพแย่สุดๆ ด้วยการออกไปเยือนแล้วแพ้เนี่ย..มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอะไรมากมาย มันสามารถเกิดขึ้นได้ไม่ยากเลยด้วยซ้ำจากสถานการณ์ต่อเนื่อง แต่หลังจากนั้นป๋าเปลี่ยน..วิถีทางของสโมสร

แม้แต่ยอดโค้ชที่ได้รับการยอมรับอย่าง กวาร์ดิโอล่า เข้ามาคุมยอดทีมอย่างเสือใต้ที่มีทรัพยากรนักเตะดีต่อเนื่องจากการประสบความสำเร็จ คุมนัดแรกยังแพ้ดอร์ทมึนด์ได้เลย เรื่องแพ้มันเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน วิสัยทัศน์ กับ การเปลี่ยนแปลงในทางบวกต่างหากคือของจริง  


สิ่ง นี้ล่ะที่ผมกำลังรอดูจากเดวิดมอย มันไม่ใช่ผลการแข่งขันสำหรับฤดูกาลนี้ แต่สิ่งที่ผมรอดูคือ แนวทาง และลักษณะการเล่น เพราะมันจะบ่งบอกถึงว่า มอย สามารถมองเห็นความสามารถและ การประยุกต์นักเตะในแต่ละคนแต่ละตำแหน่งได้ ถึงแม้ว่าปีนี้ยูไนเต็ดจะไม่มีสักแชมป์ติดมือมาเลย แต่สิ่งที่ผมอยากมองเห็นคือ มอย สามารถ มองทะลุ นักเตะ และแบบแผน การเล่นของแต่ละคน ได้ในท้ายที่สุด  


จะให้หวังคงยากเหลือเกิน เพราะบอลสมัยที่มอยส์ทำกับเอฟเวอร์ตันยังเป็นบอล UK อยู่เลย
จริงๆเราหลวมมาตั้งแต่ยุคป๋าแล้ว ช่วงท้ายๆนี่ถือว่าได้เก๋าเอาตัวรอดใน EPL แต่เราน่าจะมองหาอนาคตที่ดูมีแววกว่านี้ ไม่ใช่เสี่ยงกับคนที่ไม่เคยทำงานในด้านการล่าความสำเร็จ

0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status: Extreme Of Life
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 3234
ที่อยู่: ขนำท้ายไร่
โพสเมื่อ: Tue Oct 01, 2013 13:01
[RE: ยุคสมัยของ เซอร์ อเล็กซ์ : ช่วงเข้ารับตำแหน่ง]
MANCUNIENX พิมพ์ว่า:
ใบไผ่ฟ้า พิมพ์ว่า:
MANCUNIENX พิมพ์ว่า:
Zerotour พิมพ์ว่า:
2 วันหลังจากที่เซ็นสัญญากับทีม เฟอร์กูสันก็เริ่มต้นเกมแรกของเขาด้วยการแพ้ต่ออ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ไป 0 - 2 มันเป็นผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นเพราะสภาพความฟิตที่ย่ำแย่ของนักเตะในทีมอย่างที่เขาได้บอกเอาไว้ มันเป็นผลพวงมาจากวัฒนธรรมการดื่มของทีมที่ฝังลึกกับสโมสรไปแล้วในตอนนั้น กุนซือชาวสก็อตได้พูดกับลูกทีมเกี่ยวกับเรื่องนี้ในโรงยิมที่สนามซ้อมเดอะ คลิฟฟ์

เกมส์แรกแพ้ มันทำให้กลับมาคิดทบทวนว่าทำไมถึงแพ้ได้  


ก็เพราะว่าก่อนป๋าจะเข้ามาเรื่องวินัยเป็นอะไรที่ย่ำแย่สุดๆของทีม
แล้ว การเข้ามารับงานในสภาพแย่สุดๆ ด้วยการออกไปเยือนแล้วแพ้เนี่ย..มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอะไรมากมาย มันสามารถเกิดขึ้นได้ไม่ยากเลยด้วยซ้ำจากสถานการณ์ต่อเนื่อง แต่หลังจากนั้นป๋าเปลี่ยน..วิถีทางของสโมสร

แม้แต่ยอดโค้ชที่ได้รับการยอมรับอย่าง กวาร์ดิโอล่า เข้ามาคุมยอดทีมอย่างเสือใต้ที่มีทรัพยากรนักเตะดีต่อเนื่องจากการประสบความสำเร็จ คุมนัดแรกยังแพ้ดอร์ทมึนด์ได้เลย เรื่องแพ้มันเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน วิสัยทัศน์ กับ การเปลี่ยนแปลงในทางบวกต่างหากคือของจริง  


สิ่ง นี้ล่ะที่ผมกำลังรอดูจากเดวิดมอย มันไม่ใช่ผลการแข่งขันสำหรับฤดูกาลนี้ แต่สิ่งที่ผมรอดูคือ แนวทาง และลักษณะการเล่น เพราะมันจะบ่งบอกถึงว่า มอย สามารถมองเห็นความสามารถและ การประยุกต์นักเตะในแต่ละคนแต่ละตำแหน่งได้ ถึงแม้ว่าปีนี้ยูไนเต็ดจะไม่มีสักแชมป์ติดมือมาเลย แต่สิ่งที่ผมอยากมองเห็นคือ มอย สามารถ มองทะลุ นักเตะ และแบบแผน การเล่นของแต่ละคน ได้ในท้ายที่สุด  


จะให้หวังคงยากเหลือเกิน เพราะบอลสมัยที่มอยส์ทำกับเอฟเวอร์ตันยังเป็นบอล UK อยู่เลย
จริงๆเราหลวมมาตั้งแต่ยุคป๋าแล้ว ช่วงท้ายๆนี่ถือว่าได้เก๋าเอาตัวรอดใน EPL แต่เราน่าจะมองหาอนาคตที่ดูมีแววกว่านี้ ไม่ใช่เสี่ยงกับคนที่ไม่เคยทำงานในด้านการล่าความสำเร็จ

 


ถ้าหวังนี่ก็คงหวังอยู่แล้วครับ แต่ ก็ อยากจะมองทีละซอตมากกว่า
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: รักตัวเองให้เป็น
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 234
ที่อยู่: In Your HearT - In My EyE
โพสเมื่อ: Tue Oct 01, 2013 13:10
[RE: ยุคสมัยของ เซอร์ อเล็กซ์ : ช่วงเข้ารับตำแหน่ง]

นี่แหละ ยอดผู้จัดการทีม


คงอีกหลายทศวรรษหละครับที่สามารถก้าวมาถึงตรงจุดที่ เซอร์ ทำได้


ไม่ใช่อวยเพราะเป็นเดกผีนะ แต่อวยเพราะ ความสามารถแล้ววิสัยท้ศน์ล้วนๆ


สมบูรณ์แบบ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออฟไลน์
นักเตะตำบล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 Dec 2006
ตอบ: 3217
ที่อยู่: ทุ่งหญ้ากับหมาฝูงใหญ่
โพสเมื่อ: Tue Oct 01, 2013 14:34
[RE: ยุคสมัยของ เซอร์ อเล็กซ์ : ช่วงเข้ารับตำแหน่ง]

มันยากอยู่นะ ที่จะเอาแนวทางที่เฟอร์กี้เคยทำมาใช้ในยุคทุนขณะนี้ นั่นมัน30กว่าปีมาแล้ว
มันก็เหมือนละทิ้งทุกอย่างแล้วมาเริ่มวัฏจักรเดิมถึง 30 กว่าปี ตอนนี้แมนยูก็ตามทุนไม่ทันแล้วครับ
ที่อยู่รอดมาเพราะวางรากทีมไว้ก่อนคนอื่น พัฒนา มาตลอดระยะเวลา30กว่าปี จนแน่นหนาประสบผลทางธุรกิจ
แล้วจะกลับไปแนวทางเดิม จะเอาไรไปสู้นับจากนี้ เพราะระบบของเฟอร์กี้ถูกโล๊ะทิ้ง มาเริ่มจาก0ใหม่
ในขณะที่
1.ผู้จัดการทีม ทีมมีทุนสามารถเปลี่ยนผู้จัดการทีมได้ทันทีจากทุกมุมโลกหากมีฝีมือ
2.นักเตะ ยุคนี้ก็เช่นกัน กวาดต้อนเข้าทีมระแบบระห่ำ จะมาวางระบบเยาวชนน่ะ เค้าเอาไว้เสริมกัน ไม่ใช่หวังเอานักเตะเยาวชนเป็นตัวหลัก งั้นต่อจากนี้แมนยูคงไม่ต้องซื้อ เอาแต่เยาวชนลง
เวลเบคกับอีกหลายรายนั่นไง เยาวชนจากอะคาเดมี่เลย ให้โอกาส ทำลายโอกาสใครบ้างไม่รู้นะ
3.กว่าคุณจะวางรากฐานต้องย้อนไป30กว่าปี 55555555 พวกแมร่งทิ้งไปไม่เห็นฝุ่นแล้ว

ปล. หนุ่มๆป๋าโหดมากครับ ถามแฟนเก่าๆทีมอื่นๆดูเถอะ เกลียดกันยังกะขี้เลย
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
-ใส่กัน ยาวๆไป-
UNITED till I die 'Oh'
ออฟไลน์
นักเตะตำบล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 15 Dec 2009
ตอบ: 1892
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jan 07, 2014 13:16
[RE: ยุคสมัยของ เซอร์ อเล็กซ์ : ช่วงเข้ารับตำแหน่ง]
ทีมแมนยู30ปีที่แล้วกับตอนนี้มันต่างกันมากแล้ว

สมัยนั้นทีมเราตามหลังทีมท๊อปนิดๆในหลายๆเรื่อง แต่ตอนนี้ละ

จะบอกมอยสไม่รู้จักแมนยูไม่น่าใช่โดยเฉพาะเรื่องนักเตะ แผนการเล่น มอยคุมท๊อฟฟี่เจอแมนยูกี่ครั้งในรอบ11ปี จะทำไรรีบทำครับมัวคิดรอบคอบชักช้าไม่ทันกินแล้วครับ ทำยังกะไม่เคยซื้อตัวพลาด เฟอกี้นะกี่คนที่พลาด โละไปเหอะคนที่ไม่ไหวนะจะรอดูผลงานอีกกี่นัดนี่จะ30นัดแล้ว
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel