ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
ดาวเตะพรีเมียร์ลีก
Status: Gerd Bond 008
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 May 2011
ตอบ: 8241
ที่อยู่: ห้องพักครู
โพสเมื่อ: Sun Sep 15, 2013 15:04
[สงครามญี่ปุ่น] ยุคเซ็นโกคุ ตอนที่ 3
ศึกโอเกฮาซาม่า โนบุนางะ ปะทะ โยชิโมโตะ และการผงาดขึ้นของของจอมมาร

สำหรับโนบุนางะผู้มีใจทะเยอทะยาน การสร้างกองทัพที่แข็งแกร่ง สำหรับการทำสงครามกับศัตรูเฉพาะหน้าอย่างอิมากาว่าซึ่งจ่อประชิดชายแดนนั้น นับว่าสำคัญมาก โนบุนางะจึงได้เริ่มติดต่อกับชาวตะวันตก ซึ่งเขาเป็นไดเมียวคนแรกๆของยุคนั้นที่คิดนำเอาปืนไฟอันเป็นอาวุธที่เกิดจากวิทยาการของตะวันตกเข้ามาใช้ในสงคราม

ช่วงเวลานั้นเป็นยุคที่ญี่ปุ่นเริ่มมีการติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตก และก็ได้มีพ่อค้าจากต่างชาติและบาทหลวงนำวิทยาการต่างๆเข้ามาเผยแพร่ โดยสินค้าสำคัญที่พ่อค้าจากตะวันตกนำเข้ามาและเป็นที่สนใจของไดเมียวทั่วประเทศก็คือปืนไฟนั่นเอง



โนบุนางะเป็นผู้ที่มีความสนใจในเรื่องปืนไฟอย่างมาก เขาได้มีโอกาสเห็นศักยภาพของมันและตระหนักว่าสิ่งนี้จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบของสงครามในอนาคต จึงได้เริ่มทำการสั่งซื้อและสะสมปืนไฟเป็นจำนวนมาก โดยไม่เกี่ยงว่าจะต้องจ่ายมากเท่าไหร่ โดยทรัพย์สินในส่วนนี้ เขาได้เอามาจากสิ่งที่พ่อของเขาเคยเก็บสะสมไว้ตั้งแต่อดีตออกมาใช้ (เรียกว่าใช้มรดกพ่อคุ้มค่าชิบหายเลยทีเดียว)


ในขณะเดียวกัน ปีค.ศ.1555 ที่เมืองมิโนะก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อไซโต้ โยชิมาสะ หรือเจ้าอสรพิษโดสะ ผู้เป็นพ่อตาของโนบุนางะ ถูกบุตรชายของตนที่ชื่อ ไซโต้ โยชิทัตสึ ก่อกบฏในศึกที่แม่น้ำนาการะ และเขาได้ถูกลูกชายของตนสังหาร จากนั้นโยชิทัตสึจึงได้ขึ้นปกครองมิโนะ


พี่โยชิมาสะ ผู้สังหารบิดาตนเอง


โนบุนางะคิดการจะแก้แค้นให้พ่อตา และคิดยึดเอามิโนะมาเป็นของตน มีคำกล่าวว่าการที่เจ้าอสรพิษโดสะตายนั้นก็เป็นไปดั่งใจเขาหวัง เพราะตราบใดที่พ่อตาคนนี้ยังปกครองมิโนะ เขาก็ไม่อาจจะใช้กำลังทหารยึดเอามิโนะมาได้ แต่ในเมื่อพ่อตาของตนมาถูกบุตรชายสังหารเอาเช่นนี้ เขาสามารถอ้างการแก้แค้นมาเป็นความชอบธรรมสำหรับการยกทัพยึดมิโนะในครั้งนี้ ("รักพ่อตาจุงเบยยยยย" โนบุนางะไม่เคยกล่าวไว้)


สงครามระหว่างโอวาริและมิโนะยืดเยื้อเป็นเวลานาน ฝ่ายโยชิทัตสึนั้นมีบริวารที่มีความสามารถมาก บริวารคนสำคัญคือ ทาเคนากะ ชินเกฮารุ หรือที่รู้จักกันอีกชื่อคือ ทาเคนากะ ฮันเบ (Takenaka Hanbei) ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะเจ้าแห่งกลยุทธ์ จนถึงกับถูกเปรียบเปรยเป็นดั่งขงเบ้งแห่งญี่ปุ่น และแม่ทัพอาวุโสสามคนแห่งตระกูลมิโนะที่ถูกเรียกว่ากลุ่มสามคนแห่งมิโนะ ซึ่งเป็นแม่ทัพเจนศึกที่เก่งกล้า ด้วยความสามารถของพวกเขาทั้งหมด ทำให้โนบุนางะไม่อาจเอาชนะโยชิทัตสึในการศึกที่ปราสาทอินาบายามะได้ (โจโฉญี่ปุ่นเจอข้งเบ้งเข้าไป ง่อยเลยนะครับ)


และในภายหลังก็ได้มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นทำให้โนบุนางะจำต้องยุติศึกกับทางมิโนะไว้ชั่วคราว เพราะไม่เช่นนั้นตระกูลโอดะอาจล่มสลายได้

ปี ค.ศ. 1560 อิมากาว่า โยชิโมโตะ ได้ทำการระดมกองทัพขนาดใหญ่ถึง 40,000 คนเพื่อจะบุกเข้าเมืองหลวงเกียวโต และได้นำทัพเดินหน้ายึดเมืองได้ถึง 3 จังหวัด โดยโอวาริก็อยู่ในทางผ่านนั้นด้วย เพราะโอวาริเป็นเมืองที่อยู่แถบภาคกลางของญี่ปุ่นและอยู่ใกล้กับเมืองหลวง โนบุนางะจึงต้องระดมกองทัพทั้งหมดเพื่อเตรียมหยุดยั้งโยชิโมโตะไว้ให้ได้ ซึ่งเขาสามารถระดมกำลังได้เพียง 5000 คนเท่านั้น


และในกองทัพของอิมากาว่าครั้งนี้ ก็มีตระกูลมัตสึไดระผู้ครองจังหวัดมิคาว่าเข้าร่วมด้วย โดยผู้นำตระกูลนั้นในวัยเด็กเคยมีความสัมพันธ์เป็นพี่น้องและสหายของโนบุนางะมาก่อน เขาคือนักรบหนุ่มร่างอ้วนเตี้ย มีนามว่ามัตสึไดระ โมโตยาสุ หรือในภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น โตกุกาว่า อิเอยาสึ (Tokugawa Ieyasu) ติดตามมาด้วย

พี่อ้วนเตี้ย อิเอยาสึ


แม้ว่าอิเอยาสึจะเป็นคนมีรูปร่างเตี้ย อ้วน แต่มีฝีมือการรบไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะการยิงธนู ถึงขนาดได้รับฉายาว่า "จอมขมังธนูแห่งมิคาว่า" บันทึกของบาทหลวงฟลอยด์ซึ่งเข้ามาในญี่ปุ่นนั้นบันทึกว่าอิเอยาสึในวัยหนุ่มเป็นคนมีนิสัยเลือดร้อน แสดงออกเรื่องต่างๆอย่างตรงไปตรงมา แต่เมื่ออายุมากขึ้น กลับกลายเป็นคนใจเย็นไปจนถึงเลือดเย็น และไม่ค่อยแสดงอารมณ์ออกทางสีหน้ามากนัก

อิเอยาสึมีความสนิทสนมกับโนบุนางะมากเมื่อยังเด็ก ทั้งสองคนรักกันดั่งพี่น้อง แต่เมื่อเติบใหญ่ขึ้น อิเอยาสึจำต้องถูกส่งไปอยู่กับตระกูลอิมากาว่าในฐานะตัวประกัน เพราะตระกูลมัตสึไดระในขณะนั้นเป็นเพียงตระกูลเล็กๆซึ่งต้องคอยมองสีหน้าของไดเมียวตระกูลใหญ่โดยรอบเท่านั้น


ในขณะเดียวกัน ช่วงก่อนหน้าที่จะเกิดศึกชี้ชะตาที่โอเกฮาซาม่า ฝ่ายโนบุนางะก็มีบริวารที่มีความสามารถโดดเด่นขึ้นมาหลายคน ในบรรดาคนเหล่านั้นมีอยู่สองคนที่สนิทสนมกับโนบุนางะมาช้านาน และภายหลังได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้กุมอำนาจและมีบทบาทต่อการชี้ชะตาประเทศญี่ปุ่น นั่นคือมาเอดะ โทชิอิเอะ (Maeda Toshiie)และโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi)

คุณพี่โทชิอิเอะ



โทชิอิเอะ นั้นเป็นซามูไรชั้นสูง เพราะมาเอดะเป็นตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งในสังกัดของโอดะ และยังเป็นเพื่อนสนิทของโนบุนางะมาตั้งแต่เด็ก เขาเป็นคนที่มีนิสัยตรงๆ ทื่อๆ แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีความกล้าหาญมากคนหนึ่ง และสร้างผลงานในการรบพอสมควร มีฉายานามว่า "อินุ" (สุนัข)


ส่วนฮิเดโยชิ หรือชื่อเดิมคือ คิโนชิตะ โทคิชิโร่ มีพื้นเพมาจากชาวนา สมัยเด็กเขายากจนมาก แต่อาศัยความมุมานะและไหวพริบ ถีบตัวเองจากทหารเลวขึ้นมาเป็นซามูไรคนหนึ่งได้ และกลายเป็นทหารคนสนิทของโนบุนางะในเวลาไม่นาน เพราะมีไหวพริบความเจ้าเล่ห์และกลอุบายที่แม้แต่โนบุนางะเองก็ยังต้องยอมรับ เพียงแต่ฮิเดโยชินั้นมีนิสัยที่ออกจะโลภเกินไปนิด อาจเพราะโตมาอย่างยากจนเมื่อเริ่มมีเงินทองในภายหลังจึงเกิดความโลภอยากได้มากขึ้นก็เป็นได้ เขาไม่ค่อยได้รับการยอมรับจากเหล่าซามูไรด้วยกันนัก และถูกเรียกว่า "เจ้าลิง"

คุณพี่ฮิเดโนชิ



และด้วยบริวารที่เก่งกล้าเหล่านี้เอง ที่กลายเป็นกุญแจในการครองความยิ่งใหญ่ของโนบุนางะในภายหลัง


วกกลับมาถึงเรื่องการศึกระหว่างโอดะ และอิมากาว่า ซึ่งเวลานั้นฝ่ายโอดะร้อนรนมาก เพราะการศึกนี้อาจทำให้ตระกูลพินาศลงได้ และกองทัพ 5000 ของโอดะนั้น มองยังไงก็ไม่อาจเอาชนะกองทัพ 40,000 ของอิมากาว่าได้แต่ แต่โนบุนางะก็ยังใจเย็นรับสถานการณ์ เขาแยกแยะออกว่าการจะเอาชนะทัพใหญ่ขนาดนี้ได้ มีแต่ต้องพิชิตที่หัว นั่นคือทัพหลักของอิมากาว่าให้ได้ลงเท่านั้น


ทัพของอิมากว่าต้องเดินทัพในช่องเขาและทัพหลักก็จะตั้งมั่นอยู่ภายในช่องเขา ดังนั้นเขาจึงนำเอาการข่าวสารเข้ามาช่วยจนสามารถสืบหาที่ตั้งกองทัพใหญ่ของอิมากาว่าที่ตั้งอยู่ ณ ช่องแคบแห่งหนึ่งได้ ประกอบกับโชคช่วยอย่างมหาศาลที่เกิดฝนตกหนัก ซึ่งเป็นการเอื้อต่อการลอบโจมตีอย่างยิ่ง เพราะมันจะช่วยกลบร่องรอยในการเดินทัพ รวมถึงสะดวกต่อกองทัพที่มีจำนวนน้อยกว่า หากต้องสู้รบในที่แคบ และอาศัยความรวดเร็ว

ดังนั้นโนบุนางะจึงอาศัยช่วงเวลากลางคืนที่ฝนกำลังตกลงหนัก นำกองทัพ 2000 คนเข้าซุ่มโจมตีที่ทัพหลักของอิมากาว่าซึ่งตั้งค่ายอยู่โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันรู้ตัว ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่นานนัก ก็สามารถเด็กศีรษะของอิมากาว่าลงมาได้ การเอาชนะศึกที่ไม่น่าชนะได้นี้เอง ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่หน้าประวัติศาสตร์ของโอดะ โนบุนางะ และการผงาดขึ้นมาของจอมมารอย่างเต็มตัว



การที่โนบุนางะสามารถเอาชนะอิมากาว่าได้ทั้งที่มีกำลังทหารน้อยกว่ามาก ทำให้ชื่อของเขาดังกระฉ่อนไปทั่วแผ่นดิน แต่กระนั้นแล้วชัยชนะที่แท้จริงซึ่งโนบุนางะหวังไว้ว่าจะทำให้สำเร็จให้ได้ในช่วงที่เขายังมีชีวิตอยู่นั้นคือการพิชิตเมืองมิโนะ อันเป็นเป้าหมายที่พ่อของเขาเคยตั้งมั่นไว้


ปี ค.ศ. 1561 ปีเดียวหลังจากศึกที่ช่องเขา ที่มิโนะได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ไซโต้ โยชิทัตสึได้ป่วยหนักและเสียชีวิตลง ลูกชายของเขา ไซโต้ ทัตสึโอกิ ได้ขึ้นสืบตระกูลไซโต้ปกครองดินแดนมิโนะต่อ แต่ทัตสึโอกิแม้จะมีสติปัญญา แต่ก็เป็นคนขี้ระแวงและบ้าสุรานารี เขาไม่ไว้วางใจในตัวเหล่าขุนพลสำคัญที่เคยช่วยงานบิดามาก่อน ไม่ว่าจะเสนาธิการทาเคนากะ ฮัมเบ และ สามแม่ทัพแห่งมิโนะซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นกำลังสำคัญที่ได้ต่อสู้กับโนบุนางะมาตลอด


โนบุนางะรอโอกาสนี้อยู่แล้ว จึงอาศัยความสนิทสนมระหว่างฮิเดโยชิและฮัมเบ ซึ่งเคยคบค้ากันมาก่อน โดยใช้ให้ฮิเดโยชิเข้าเกลี้ยกล่อมฮัมเบและสามแม่ทัพให้สวามิภักดิ์ ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จ เพราะใจของพวกเขานั้นตีออกห่างทัตสึโอกิไปแล้ว และพวกเขายังประเมินแล้วว่าการจะทำศึกเอาชนะโนบุนางะในยามนี้เป็นเรื่องที่ยากมาก (ชนะศึกใหญ่ศึกเดียว เวลเกือบตันเลยนะครับ)


ด้วยเหตุนี้จึงทำให้โนบุนางะสามารถยกทัพเอาชนะศึกที่ปราสาทอินาบายามะได้อย่างไม่ยากนัก และได้จังหวัดมิโนะอันเป็นเมืองที่พ่อตาของเขาสร้างขึ้นมาอยู่ในการปกครองมาเป็นของตน สมดังความปรารถนาของบิดาผู้ล่วงลับไปแล้ว จากนั้นเปลี่ยนชื่อปราสาทอินาบะยามะเป็นปราสาทกิฟุ และใช้เป็นปราสาทที่มั่นสำคัญในการปกครองโอวาริ มิโนะ แล้วเริ่มทำการปรับปรุงสภาพการปกครองของตัวเมืองใต้ปราสาทจนเมืองกิฟุกลายเป็นเมืองปราการที่มีความเจริญอย่างสูงสุดในญี่ปุ่นยุคนั้น

ปราสาทกิฟุในปัจจุบัน


และจากนั้นโนบุนางะก็พุ่งเป้าไปยังเป้าหมายต่อไป นั่นคือการเข้าไปมีบทบาทในเมืองหลวง ขณะนั้นญี่ปุ่นอยู่ภายใต้การปกครองของโชกุนอาชิคางะ โยชิเทรุ (Achikaga Yoshiteru) เป็นโชกุนลำดับที่ 13 แห่งรัฐบาลอาชิคางะ ซึ่งเป็นบุตรชายคนโตของโชกุนอาชิคางะ โยชิฮารุ เขาได้รับสืบทอดตำแหน่งโชกุนต่อมาจากบิดา แต่ก็เป็นเสมือนโชกุนหุ่นเชิด เพราะตอนนั้นผู้ที่กุมอำนาจปกครองในเมืองหลวงคือ มัตสึนากา ฮิซาฮิเดะ และกลุ่มสามคนแห่งตระกูลมิโยชิ

โชกุนรุ่นที่ 13 อิชิคางะ โยชิเทรุ


โยชิเทรุต้องการจะนำอำนาจของตนกลับมา จึงทำการประกาศศึกหลายครั้ง โดยได้รับความช่วยเหลือจาก โฮโซคาว่า นากาโยชิ มือขมังธนูและนักการทหารชั้นยอดผู้หนึ่งของยุคนั้น



แต่ภายหลังนากาโยชิได้ป่วยหนักและเสียชีวิตลง โยชิเทรุซึ่งมีกำลังในมือเพียงน้อยอยู่แล้วก็ยิ่งขาดแคลนกำลังทหารที่แข็งแกร่งในการรับมือกับมิกลุ่มโยชิ และในที่สุดก็ถูกกลุ่มสามคนมิโยชิปลดออกจากตำแหน่งและแต่งตั้งโชกุนอาชิคางะ โยชิฮิเดะขึ้นมาเป็นโชกุนลำดับที่ 14 ในฐานะหุ่นเชิด


โนบุนางะจึงอาศัยจังหวะที่โยชิเทรุซึ่งลี้ภัยออกมานั้น ได้เข้ามาให้การช่วยเหลือเพื่อหวังจะใช้เป็นช่องทางสำหรับเข้ามามีบทบาทในเมืองหลวงในอนาคต โนบุนางะสามารถทำให้โยชิเทรุเชื่อใจได้ แต่ขณะที่แผนการกำลังเดินหน้าไป ไม่กี่ปีต่อมา หลังจากที่โนบุนางะสามารถสยบแคว้นมิโนะจนราบคาบและเตรียมทุกอย่างพร้อมสรรพ โชกุนโยชิเทรุซึ่งเป็นหมากตัวสำคัญกลับเสียชีวิตลงด้วยฝีมือของกลุ่มมิโยชิ ในปีค.ศ.1565


โชกุนโยชิฮิเดะขึ้นมาปกครองประเทศในฐานะหุ่นเชิดของกลุ่มสามคนมิโยชิ จนกระทั่งถึงปี ค.ศ.1568 อาชิคางะ โยชิอากิ (Ashikaga Yoshiaki) ซึ่งเป็นน้องชายของโยชิเทรุก็ได้คิดการที่จะล้มล้างอำนาจของกลุ่มสามคนมิโยชิ และฟื้นฟูอำนาจของตระกูลอาชิคางะให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

อาชิคางะ โยชิอากิ


ด้วยคำแนะนำจากซามูไรหนุ่มผู้หนึ่งนามว่า อาเคจิ มิซึฮิเดะ (Akechi Mitsuhide)โยชิอากิจึงคิดจะขอยืมกำลังทหารจากโนบุนางะเพื่อฟื้นฟูอำนาจกลับมาอีกครั้ง มิซึฮิเดะจึงถูกส่งไปเจรจากับโนบุนางะ ซึ่งโนบุนางะนั้นรอคอยโอกาสนี้อยู่แล้วจึงตอบตกลง และรีบนำกำลังทหารเคลื่อนพลไปช่วยเหลือโยชิอากิโดยทันที


กล่าวถึงมิสึฮิเดะ เดิมทีเขาเคยเป็นซามูไรคนสนิทใต้สังกัดของไซโต้ โดสะ และมีความสนิทสนมกับเจ้าหญิงโน ภรรยาของโนบุนางะอยู่พอสมควร แต่เมื่อโดสะตายลง เขาก็ได้แยกตัวออกมาและเร่ร่อนไปเรื่อย จนกระทั่งเข้าไปทำงานรับใช้โยชิอากิในช่วงเวลาที่จนตรอกที่สุด


ประวัติศาสตร์บันทึกว่ามิสึฮิเดะเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี มีความเฉลียวฉลาด เพลงดาบเป็นยอด เป็นนักแม่นปืนมือฉมัง รอบรู้ในการทหารและการปกครอง รวมถึงบทกวี และบันทึกของฟลอยด์ในภายหลังก็ระบุเพิ่มเติมว่า มิตสึฮิเดะมีความสามารถในการเจรจา ถนัดการวางแผนยุยง มีใจทะเยอทะยาน และเป็นเสนาธิการตัวฉกาจอันดับต้นๆของยุค


โนบุนางะนั้นถูกใจมิสึฮิเดะและอยากได้ตัวเขามารับใช้นานแล้ว ตัวมิสึฮิเดะนั้นก็ต้องการจะเข้ามาทำงานให้โนบุนางะด้วย เพราะนับแต่สิ้นโดสะ คนที่เขามองว่าจะสามารถสยบความวุ่นวายและขึ้นครองความเป็นใหญ่ในแผ่นดินได้ก็มีเพียงโนบุนางะเท่านั้น ดังนั้นการมาครั้งนี้ของมิสึฮิเดะจึงมิใช่เพียงการมาเพื่อขอให้ช่วยเหลือโยชิอากิเท่านั้น แต่เป็นการเข้ามาถวายตัวรับใช้ โดยนำเอาของขวัญชั้นยอดที่เรียกว่าโอกาสในการเข้าเมืองหลวงอย่างชอบธรรมมาประเคนให้แก่โนบุนางะ เพื่อเป็นผลงานชั้นแรกอีกด้วย

หล่อเก่งเทพ มิสึฮิเดะ


โนบุนางะตอบรับคำเชิญชวนจากโยชิอากิ เขาได้นำกำลังยกเข้าเมืองหลวงและทำการโค่นล้มกลุ่มสามคนมิโยชิลงได้ และทำการสถาปนาโยชิอากิขึ้นเป็นโชกุนลำดับที่ 15 แห่งรัฐบาลอาชิคางะ ภายใต้การเห็นชอบจากจักรพรรดิโองิมาจิ ส่วนโนบุนางะนั้นได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองโชกุน แต่เขาปฏิเสธ และขอดินแดนบางส่วนรวมถึงสิทธิ์ในการครอบครองเมืองซาไกแทน เพราะเมืองซาไกนั้นเป็นเมืองท่าสำคัญทางการค้า ซึ่งเปรียบไปแล้วการได้ครองเมืองซาไกก็เสมือนการได้ครอบครองกองคลังของรัฐบาล และเขายังได้รับตำแหน่งเป็นผู้พิทักษ์โชกุนอีกด้วย


บัดนี้โนบุนางะมีอำนาจและบารมีคับเมืองหลวงแล้ว แม้โยชิอากิจะได้ชื่อว่าเป็นโชกุน แต่ผู้กุมอำนาจตัวจริงก็คือโนบุนางะ เป็นอันว่าบัดนี้ยุคแห่งจอมมารได้เปิดฉากขึ้นอย่างสมบูรณ์



แต่แผ่นดินยังไม่สงบ เพราะเหล่าไดเมียวทั่วประเทศนั้นยงมีมากมาย และทุกคนมีกำลังมากพอที่จะลุกขึ้นมาต่อต้านโนบุนางะด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นเป้าหมายต่อไปของโนบุนางะก็คือการปราบปรามตระกูลไดเมียวเหล่านั้น แต่สิ่งที่โนบุนางะตระหนักดีคือไดเมียวเหล่านั้นล้วนเป็นผู้มีใจทะยานอยากและมีกองทัพอันแข็งแกร่งไม่แพ้เขาทั้งสิ้น

เป็นการเริ่มต้นเข้าสู่สงครามแย่งชิงตำแหน่งโชกุนอย่างแท้จริง

ข้อมูลจาก : http://www.thaisamkok.com/

ตอนที่ 1 http://www.soccersuck.com/boards/topic/893033
ตอนที่ 2 http://www.soccersuck.com/boards/topic/893350
แก้ไขล่าสุดโดย Glamorous_Sky~* เมื่อ Sun Sep 15, 2013 15:06, ทั้งหมด 2 ครั้ง
10
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ

ออฟไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Jun 2010
ตอบ: 2657
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Sep 15, 2013 15:27
[RE: [สงครามญี่ปุ่น] ยุคเซ็นโกคุ ตอนที่ 3]


0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 03 Oct 2007
ตอบ: 30348
ที่อยู่: แขนของทางช้างเผือก
โพสเมื่อ: Sun Sep 15, 2013 15:33
[RE: [สงครามญี่ปุ่น] ยุคเซ็นโกคุ ตอนที่ 3]
ชนะศึกใหญ่ครับเวลเลยตันไว แกก็เก่งจริงๆน่ะแหละแต่ผมว่าโหดไปหน่อยตอนหน้าถ้าแกไม่โดนพวกลอบตลบซะก่อนดูแล้วญี่ปุ่นน่าจะเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบเลยและน่าจะอยู่ไม่ยืดเกิดสงครามจนต่างชาติแทรกแทรงหนักกว่าและง่ายกว่าสมัยโตดุกาว่านะ จากมุมมองผม
แต่ยอมรับพี่แกจุดประกายจน รวมประเทศได้แม้จะตายไวก็เหอะ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: HELLO FROM THE OTHER SIDE
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 Apr 2009
ตอบ: 789
ที่อยู่: This is Anfield *
โพสเมื่อ: Sun Sep 15, 2013 15:38
[RE: [สงครามญี่ปุ่น] ยุคเซ็นโกคุ ตอนที่ 3]
เยี่ยมครับ สนุกขึ้นทุกตอนเลย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวเตะพรีเมียร์ลีก
Status: Gerd Bond 008
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 May 2011
ตอบ: 8241
ที่อยู่: ห้องพักครู
โพสเมื่อ: Sun Sep 15, 2013 15:39
[RE: [สงครามญี่ปุ่น] ยุคเซ็นโกคุ ตอนที่ 3]
Titan พิมพ์ว่า:
ชนะศึกใหญ่ครับเวลเลยตันไว แกก็เก่งจริงๆน่ะแหละแต่ผมว่าโหดไปหน่อยตอนหน้าถ้าแกไม่โดนพวกลอบตลบซะก่อนดูแล้วญี่ปุ่นน่าจะเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบเลยและน่าจะอยู่ไม่ยืดเกิดสงครามจนต่างชาติแทรกแทรงหนักกว่าและง่ายกว่าสมัยโตดุกาว่านะ จากมุมมองผม
แต่ยอมรับพี่แกจุดประกายจน รวมประเทศได้แม้จะตายไวก็เหอะ  


ถ้าไม่มีแกญี่ปุ่นปัจจุบันอาจจะเหมือนจีนก็ได้นะผมว่า มีแผ่นดินใหญ่แต่ก็ยังมี มาเก๊า ไต้หวัน ฮ่องกง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออนไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 03 Oct 2007
ตอบ: 30348
ที่อยู่: แขนของทางช้างเผือก
โพสเมื่อ: Sun Sep 15, 2013 15:45
[RE: [สงครามญี่ปุ่น] ยุคเซ็นโกคุ ตอนที่ 3]
Glamorous_Sky~* พิมพ์ว่า:
Titan พิมพ์ว่า:
ชนะศึกใหญ่ครับเวลเลยตันไว แกก็เก่งจริงๆน่ะแหละแต่ผมว่าโหดไปหน่อยตอนหน้าถ้าแกไม่โดนพวกลอบตลบซะก่อนดูแล้วญี่ปุ่นน่าจะเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบเลยและน่าจะอยู่ไม่ยืดเกิดสงครามจนต่างชาติแทรกแทรงหนักกว่าและง่ายกว่าสมัยโตดุกาว่านะ จากมุมมองผม
แต่ยอมรับพี่แกจุดประกายจน รวมประเทศได้แม้จะตายไวก็เหอะ  


ถ้าไม่มีแกญี่ปุ่นปัจจุบันอาจจะเหมือนจีนก็ได้นะผมว่า มีแผ่นดินใหญ่แต่ก็ยังมี มาเก๊า ไต้หวัน ฮ่องกง  


ก็เป็นได้ ส่วนตัวมองว่าดีนะที่แกจุดประกายได้ไม่งั้นรบกันอีกยาว แต่ ผมว่านโยบายการเมือง+รูปแบบของแกโหดไปหน่อยกลัวว่าถ้าได้ปกครองจริงๆกลัวไม่ยืดเท่านั้นแหละครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 938
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Sep 15, 2013 16:09
[RE: [สงครามญี่ปุ่น] ยุคเซ็นโกคุ ตอนที่ 3]
ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ครับ !
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
_________________
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ค.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 3969
ที่อยู่: Anfield
โพสเมื่อ: Sun Sep 15, 2013 16:11
[RE: [สงครามญี่ปุ่น] ยุคเซ็นโกคุ ตอนที่ 3]
บอกตรงๆ ผมโคดชอบเลยประวัติศาตร์ญี่ปุ่นเนี่ย แผล่บๆให้แล้วนะคับ รอติดตามเรื่อยๆนะ


0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน



ออฟไลน์
นักเตะเทศบาล
Status: 웃♥유
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 26 May 2006
ตอบ: 6424
ที่อยู่: บ้าน
โพสเมื่อ: Sun Sep 15, 2013 21:22
[RE: [สงครามญี่ปุ่น] ยุคเซ็นโกคุ ตอนที่ 3]
ขอบคุณครับ รอติดตามตอนต่อไป
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel