48 ทีมมาแล้ว! บอลโลกส่อช็อกสุดยุค
ฟุตบอลโลกครั้งนี้อาจกลายเป็นเวทีแห่งทีมม้ามืดมากที่สุด หลังรูปแบบใหม่ขยายเป็น 48 ทีม เปิดทางให้ชาติรองบ่อนมีโอกาสสร้างเซอร์ไพรส์มากกว่าเดิม ทั้งโปรแกรมที่แน่นขึ้น, กระจายเตะ 16 เมืองใน 3 ประเทศ และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันถึง 4 เขตเวลา
ข้อมูลตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1994 เป็นต้นมา ชี้ให้เห็นว่าชัยชนะของทีมอันดับต่ำกว่าไม่ได้เกิดแบบฟลุคเสมอไป แต่หลายครั้งมาจากจังหวะทัวร์นาเมนต์, แรงส่งเจ้าภาพ และเกมน็อกเอาต์ที่อะไรก็เกิดขึ้นได้ โดยวัดจากอันดับโลกฟีฟ่าหลังเริ่มใช้ระบบจัดอันดับในปี 1993
ปี 1994 มีทั้ง เบลเยียม อันดับ 27 ล้ม เนเธอร์แลนด์ อันดับ 2 และ ซาอุดีอาระเบีย อันดับ 34 เฉือน โมร็อกโก อันดับ 28 แต่ช็อตจำฝังใจกว่าคือ บัลแกเรีย อันดับ 29 โขกดับ เยอรมนี อันดับ 1 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ก่อนที่ทัพอินทรีเหล็กต้องจอดป้ายแบบเสียหน้า
ปี 1998 ฝรั่งเศส อันดับ 17 ในฐานะเจ้าภาพ ถล่ม บราซิล อันดับ 1 ไป 3-0 จากสองลูกโหม่งของ ซีเนอดีน ซีดาน ขณะที่ ไนจีเรีย อันดับ 74 ก็สร้างงานใหญ่ด้วยการเชือด สเปน อันดับ 15 ด้วยสกอร์ 3-2 ในรอบแบ่งกลุ่ม
เกาหลีใต้ อันดับ 40 กลายเป็นราชาม้ามืดในปี 2002 เมื่อลากยาวถึงรอบรองชนะเลิศ หลังผ่านทั้ง โปรตุเกส, อิตาลี และ สเปน ส่วนปี 2006 ถูกบันทึกว่าเป็นฟุตบอลโลกยุคใหม่ที่เดือดที่สุดด้านผลพลิกล็อก ด้วยจำนวน 21 เกมที่ทีมอันดับต่ำกว่าคว้าชัย
ปี 2014 คอสตาริกา อันดับ 28 ทำเอากลุ่มที่มี อังกฤษ, อิตาลี และ อุรุกวัย ปั่นป่วน ก่อนลิ่วเข้ารอบน็อกเอาต์ ส่วนปี 2022 โมร็อกโก หรือ “สิงโตแอตลาส” สร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแอฟริกาและอาหรับชาติแรกที่เข้ารอบรองชนะเลิศ หลังผ่าน เบลเยียม, สเปน และ โปรตุเกส
สำหรับครั้งนี้ มี 4 ชาติประเดิมฟุตบอลโลก ได้แก่ เคปเวิร์ด, คูราเซา, จอร์แดน และ อุซเบกิสถาน โดยคู่ที่น่าจับตาคือ เฮติ อันดับ 83 พบ สกอตแลนด์ อันดับ 43, นิวซีแลนด์ อันดับ 85 พบ อิหร่าน อันดับ 21 และ เคปเวิร์ด อันดับ 69 พบ อุรุกวัย อันดับ 17 ซึ่งทั้งหมดมีโอกาสฝากแผลให้ทีมใหญ่ได้ หากจังหวะเข้าทางในวันแข่ง
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
The Guardian Sport